ข่าว

"มาร์ค"หวังถกมรดกโลกไม่เกิน2วันรู้ผล

"มาร์ค"หวังถกมรดกโลกไม่เกิน2วันรู้ผล

20 มิ.ย. 2554

“นายกฯอภิสิทธิ์”หวังผลการประชุมมรดกโลก ไม่เกิน 2 วันจะชัดเจนมากขึ้น ชี้กัมพูชาเดินสายล็อบบี้ เป็นเรื่องปกติ ลั่นทำเต็มที่ ฝากขัง3สายลับเขมรผลัด2เรียกเจ้าของรถสอบเพิ่ม

วันที่ 20 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการประชุมมรดกโลกว่า ได้ซักซ้อมกันตลอด และเมื่อเดินทางไปแล้วก็ได้ติดต่อประสานงานกันอยู่ และ1-2วันนี้คงจะมีความชัดเจนมากขึ้น และขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรเพราะว่าจะเริมจากกระบวนการคุยในลักษณะที่ไม่เป็นทางการซึ่งจะต้องใช้เวลาและมีความซับซ้อนนิดหน่อยเพราะว่าจะต้องคุยผ่านยูเนสโกหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

 เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงที่กัมพูชายังมีการเดินสายล็อบบี้อยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แน่นอนเป็นเรื่องปกติ แต่เราก็ทำเต็มที่ส่วนข้อมูลที่ระบุว่ากัมพูชาใช้เงินผิดประเภทในเงินบริจาคนั้น นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยจะใช้ช่องโหว่ในการดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า อยู่ในเรื่องเรื่องที่เราคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

ฝากขัง3สายลับเขมรผลัด2เรียกเจ้าของรถสอบเพิ่ม

 ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.ต.ต.สังวร วันทะวี เจ้าพนักงานสอบสวน ได้เชิญเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน ชว.1901 คันที่พา 3 ผู้ต้องหาคดีสายลับกัมพูชา เข้ามาทำพิกัด ทำข้อมูลด้านความมั่นคง โดย นายสมบัติ (นามสมมุติ) เจ้าของรถ ยังให้การปฎิเสธ ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำรถยนต์คันดังกล่าวมาใช้ในการก่อเหตุแต่อย่างใด 

 ทั้งนี้ได้ขายรถยนต์คันดังกล่าวนี้ไปนานแล้ว และ ได้ทำการโอนหลักฐานไปให้เจ้าของรถยนต์คนใหม่แล้วเช่นกัน  พร้อมนำเอกสารการโอนมาแนบประกอบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เชิญเจ้าของรถยนต์ที่ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน มาให้ปากคำขยายผลเพิ่มการสอบสวน เพื่อยืนยันในการก่อเหตุร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติไทยต่อไป

 ต่อมา พ.ต.ต.สังวร วันทะวี  พนักงานสอบสวนได้นำเอกสารขออำนาจศาลฝากขัง 3 ผู้ต้องหาในคดีสายลับจารกรรมข้อมูลเพิ่มอีก เป็นผลัดที่ 2 เป็นเวลา 12 วัน โดยให้เหตุผลว่า ยังต้องสอบสวนพยานเพิ่มอีกประกอบกับมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 2 คน  ขณะอยู่ระหว่างการตามตัวจับกุมเพื่อนำมาสอบสวนดำเนินคดี ขณะที่ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลได้เดินทางพร้อมกับพนักงานสอบสวน ไปที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อแจ้งหมายขอฝากขังเพิ่มอีกเป็นผลัดที่ 2 โดยที่ไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาออกนอกเรือนจำเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ แต่อย่างใด เพราะเป็นคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ จึงเป็นเพียงการเดินเอกสารให้ครบถ้วนตามกฎหมายเท่านั้น

 ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เร่งติดตามตัว พันเอก ยา  เปา มาดำเนินคดีโดยได้แจกจ่ายรูปถ่าย ที่เขาเคยเดินทางมาที่ประเทศไทย เมื่อปี 2552 ใน ต.บ่อไร่ จ.ตราด เพื่อติดต่อธุรกิจ กับ นายสุเทพ พหลยุทธ และเคยร่วมเข้าพบ คาราวะ ผบ.ฉก.นย.ตราด และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ จากกัมพูชา ที่เดินทางมาพร้อมกันด้วย