ข่าว

มาร์คผิดหวัง“ปู”สั่งแดงหยุดป่วนไม่ได้

มาร์คผิดหวัง“ปู”สั่งแดงหยุดป่วนไม่ได้

20 มิ.ย. 2554

“อภิสิทธิ์" ผิดหวัง “ยิ่งลักษณ์” สั่งแดงหยุดป่วนไม่ได้ จี้ต้องแสดงให้ชัดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โชว์สปิริตไม่ใช้กฎหมายปราบแดง ชี้ปราศรัยราชประสงค์ 23 มิ.ย.นี้ ปกติไม่มีไม้ตาย "พงศพัศ"ยันพร้อมคุมปราศรัยใหญ่ปชป.แยกราชประสงค์

ที่โรงแรมโฟร์ ซีซั่นเมื่อเวลา 11.30 น. 20 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาก่อกวนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่นและไม่สามารถห้ามปราม เนื่องจากเป็นเหตุผลทางการเมือง ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.) เป็นผู้ที่มาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องการประท้วงของคนเสื้อแดงอย่างเดียว แต่จะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ที่มีปัญหาคือเขามาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่จะเป็นกรณีอย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกผิดหวังที่นางสาวยิ่งลักษณ์พูดว่าไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะแกนนำคนเสื้อแดงอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดอยู่แล้ว สรุปแล้วถ้าหากคนกลุ่มนี้ทำอะไรก็ได้ ก็น่าเป็นห่วง              

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่าจะใส่ชุดผีมาฟังการปราศรัยนั้น จะส่งผลให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างรัฐบาลกับกองเชียร์ขึ้นมาอีก หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ตนอยากจะชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้ว ใครพยายามที่จะทำให้มีความขัดแย้งหรือความแบ่งแยก หลายๆ กลุ่ม หลายๆ ฝ่าย มีโอกาสที่จะพูดในสิ่งที่ตนเองเชื่อ ในสิ่งที่ตนเองคิดมาโดยตลอด แต่ทำไมเมื่อทางพรรคประชาธิปัตย์ หรือคนของรัฐบาลพยายามพูดจะต้องมีการมาขัดขวาง ตรงนี้คือสิ่งที่ตนอยากจะถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทำไมคนอื่นถึงไม่มีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก ประชาชนไม่มีสิทธิที่จะได้ฟังข้อความ ไม่ได้รู้ข้อมูลจากฝ่ายอื่นบ้าง นอกจากฝ่ายตนเอง

 เมื่อถามว่า การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่ให้ปรามนั้น จะทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงฮึกเหิม และตามขัดขวางการหาเสียงอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะมีผลอย่างไร แต่อย่างน้อย น่าจะแสดงจุดยืนบ้างว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ ตนพูดบนเวทีปราศรัยทุกเวทีว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์ต้องไม่กวนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ซึ่งการขัดขวางการหาเสียงของพรรคการเมืองน่าจะผิดกฎหมายการเลือกตั้งด้วย ตนก็อยากมีสปิริตที่ดี ยังไม่อยากใช้มาตรการในเรื่องของกฎหมาย แต่เรียกร้องทางพรรคเพื่อไทยและนางสาวยิ่งลักษณ์ จะแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ได้ไหม

 เมื่อถามว่า อาจเป็นเพราะมีการรอคำสั่งจากทางต่างประเทศอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตรงนี้ต้องถามนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อถามต่อว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาขับไล่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดเรื่องการเผาบ้านเผาเมืองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ จากการที่สื่อมวลชนตามไปปราศรัยทุกที จะเห็นว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชูป้ายและตะโกนต่างๆ เพราะว่าต้องการยึดพื้นที่สื่อ เพราะการนำเสนอข่าวสารของสื่อในแต่ละวันนั้น ถ้าเป็นการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยก็สามารถเสนอสิ่งที่พรรคเพื่อไทยอยากเสนอได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเป็นพรรคประชาธิปัตย์มีกระบวนการมาทำแบบนี้ข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องไปปนกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นกระบวนการที่ทำมาต่อเนื่องอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ (19 มิ.ย.)เราเพียงไปเดินเยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชนในตลาดเท่านั้น และตนก็ตัดสินใจไม่เข้าไป เพราะเกรงว่าจะมีการปะทะที่รุนแรงกว่านี้              

 เมื่อถามว่า กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ เพราะจะต้องไปหาเสียงในอีกหลายพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นหน้าที่ของตนเพียงแต่เรียกร้องสปิริตของนักการเมืองฝ่ายอื่นว่าตกลกจะทำการเมืองแบบไหน และต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ถ้าเราคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้องวันข้างหน้าต่อไป ถ้าทุกคนทำ บ้านเมืองก็จะยิ่งวุ่นวาย วันนี้จึงต้องพูดให้ชัดว่าสังคมเราว่าจะเดินแบบไหน จะเดินกันไปโดยเคารพสิทธิของทุกฝ่ายหรือจะมีคนกลุ่มหนึ่งมีสิทธิดีกว่ากลุ่มอื่นได้

 เมื่อถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์จับประเด็นเรื่องการชุมนุมตรงนี้ จะทำให้เป็นดาบสองคมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความจริงกับประชาชน และมีผลสำคัญ ขณะนี้ประเด็นเรื่องของการที่จะอ้างเรื่องของการปรองดอง แต่สุดท้ายไปจบลงที่การนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือเรื่องเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ที่พ.ต.ท.แสดงชัดเจนว่าต้องการ และต้องนำมาจากภาษีของประชาชน ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ตกกับประชาชนอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันที่ตนย้ำวันนี้สังคมจำเป็นที่จะต้องดูว่าจะเลือกให้เดินแบบไหน ถ้าเรายอมรับการกระทำในลักษณะที่จะเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าต่อความรุนแรงตลอดเวลา ผลกระทบก็จะมาถึงประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความเป็นอยู่และเรื่องอื่นๆ ด้วย               

 เมื่อถามว่า การปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย.ที่แยกราชประสงค์ถือเป็นไม้ตายในช่วงโค้งสุดท้ายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีหมายตายอะไร ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ พรรคประชาธิปัตย์จะไปปราศรัยตามปกติ ไปบอกกับพี่น้องคนไทยว่าพื้นที่ราชประสงค์เป็นพื้นที่ของประเทศไทยของคนทุกกลุ่มทุกสี ไม่มีใครมีสิทธิ์ ที่จะมาผูกพัน และตนได้กำชับทีมงานว่าจะไม่มีการทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งการปราศรัยจะเป็นบริเวณเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ และจะพยายามไม่ให้กระทบต่อการจราจร               

 เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะไปปราศรัย มันจะยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้นหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร แต่ถ้าคนจะไม่สร้างความขัดแย้ง พี่น้องประชาชนก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยอมให้คนที่สร้างความขัดแย้งทำอะไรได้ตามใจชอบเสมอไปหรือไม่

 เมื่อถามต่อว่ากิจกรรมตรงนี้จะสามารถดึงคะแนนจากประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่สามารถตอบได้ เพราะพี่น้องประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน เมื่อถามว่า คิดว่าจะเป็นการดึงคะแนนความนิยมในกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ให้สูงขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยมีปัญหา มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนต้องการที่จะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ต้องการที่จะส่งสัญญาณให้กับสังคมไทยเองปละชาวโลกว่าประเทศไทยต้องการเป็นประเทศที่เคารพกติกา เป็นสังคมที่ต้องการให้ผู้บริหารประเทศดูแลเอาใจใส่ปัญหาของประชาชน               

 เมื่อถามว่า ยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าเกิดพูดเรื่องตอกย้ำเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง จะทำให้ได้คะแนนเสียงมากขึ้น หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครมาพูดตอกย้ำเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง และไม่ทราบว่ายุทธศาสตร์พรรคใด ตนยืนยันว่าไม่มี เราพยายามจะชี้ให้เห็นถึงทางเลือกที่ชัดเจนของประเทศ เมื่อการนำเสนอต่างๆ ออกมชัดแล้ว นโยบายแตกต่างกันอย่างไร และเราได้บอกว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เรามุ่งเน้นเรื่องการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหายาเสพติด และพรรคเพื่อไทยออมาพูดเองว่างานสำคัญงานแรกคือเรื่องการนิรโทษกรรม เราก็มีความห่วงใยว่าตรงนั้นจะนำไปสู่ความวุ่นวาย ไม่ได้ตอบโจทย์ของประชาชน และอาจจะไปซ้ำเติมบ้านเมืองเท่านั้นเอง แต่ขณะเดียวกันมีการมากล่าวหาตนและพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ตลอด ซึ่งตนพยายามทำอย่างนุ่มนวลที่สุด คือการเขียนลงเฟซบุ๊คของตนเอง ซึ่งก็มาโวยวายไม่ให้ตนเขียน มาจำกัดสิทธิ์ของตน นับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก ตนจึงไม่ทราบว่าทำไมต้องกลัวความจริงกัน

“ชวน”ชี้พวกป่วนหาเสียงหวังแย่งพื้นที่ข่าว

 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าไปหมู่บ้านเสื้อแดงที่อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น และได้รับการต้อนรับที่ดีจากเจ้าของบ้าน และเชื่อถึงจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนมาก่อกวนการหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์นั้น แต่ชาวบ้านในภาคอีสานส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบการกระทำดังกล่าว และไม่เห็นด้วยกับการเผาศาลากลาง แต่กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมด ทั้งนี้เป็นเพราะมีพวกต้องการให้เกิดกระแสและเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดฃึ้นตลอด เช่น มีคนมาฟังการปราศรัย  5,000 คน แต่มีแค่ 1 คน ที่มีพฤติกรรมขัดขวางการหาเสียงคนๆนั้นก็จะๆได้เป็นข่าว  

 นายชวน กล่าวว่า การเมืองต้องใช้เหตุใช้ผล ใครแพ้ใครชนะก็เป็นเรื่องธรรมดา ใครไปหาเสียงที่ไหนก็เป็นสิทธิของคนนั้น และตนก็ไม่เห็นด้วยหากจะมีผู้สนับสนุนพรรคทำเช่นนี้กับฝ่ายตรงข้าม เพราะนั่นคือการสร้างความแปลกแยก ทั้งนี้ตนดีใจที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรไปที่จ.นราธิวาส ไม่มีกลุ่มคนมาก่อเหตุ

ปชป.แถลงย้ำจี้“ยิ่งลักษณ์”รับผิดชอบแดงป่วน

  ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการยืนยันว่าแนวทางในการใช้วิธีสกปรกในการขัดขวางการหาเสียงในพื้นที่ที่จะทำให้เกิดความรุนแรง โดยเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายอภิสิทธิ์ เท่านั้น แต่ได้เกิดขึ้นกับผู้สมัครส.ส.ของพรรคอีกหลายพื้นที่ด้วย จึงอยากฝากไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยที่เคยให้สัมภาษณ์ปฏิเสธความรับผิดชอบ และยังปกป้องการกระทำว่า จะปฏิเสธอีกต่อไปไม่ได้ และขอให้เลิกพูดคำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพ เพราะพฤติกรรมทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการละเมิดสิทธิ์คนอื่น และยังเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งและการหาเสียง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการประชาธิปไตย

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่จ.สมุทรปราการเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น กลุ่มผู้กระทำบางส่วนได้ชูป้าย เบอร์ 1 ของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อีกต่อไป แม้วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมีสถานะเป็นเพียงผู้เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้นำประเทศก็ตาม แต่ถ้ายังไม่สามารถปรามหรือห้ามพฤติกรรมดังกล่าวได้ หากเป็นรัฐบาลแล้วจะสามารถห้ามพฤติกรรมคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร

  ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามบอกว่าการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะกลับมาปลายปีนี้เป็นเพียงการพูดเปรยเท่านั้น นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณเผชิญอยู่ในขณะที่ลูกสาวของตนเองกำลังเข้าสู่พิธีแต่งงาน ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัว และเคารพครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงมากกว่าคือการที่พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันต่อสื่อต่างประเทศหลายแขนง อาทิ การให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารอิโคโนมิสต์ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าจะกลับประเทสไทยภายในปีนี้ โดยระบุว่า ไม่ได้พูดเล่น พร้อมยังอ้างถึงเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทและยังบอกว่าอีกว่าเงินที่ได้คืนมา 3 หมื่นกว่าล้านบาทเหลือน้อยแล้วนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าวัตถุประสงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ไมได้เพียงแต่ต้องการกลับประเทศไทย แต่ต้องการขบวนการล้างผิดที่พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้างเป็นการปรองดอง ซึ่งจะเป็นการคืน 
สู่อำนาจรัฐเพื่อทวงคืนทรัพย์สินเพิ่มเติมให้ได้ครบ 7.6 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจึงอยากถามว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็นการอ้างความปรองดองเพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวมในประเทศหรือเพื่อผลประโยชน์ของคนในครอบครัวกันแน่

โฆษกภท.หนุนปชป.ตั้งเวทีราชประสงค์ชี้แจงความจริง

 นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์จะตั้งเวทีปราศรัยที่สี่แยกราชประสงค์ ในวันที่   23   มิ.ย. ว่า ตนมองว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ที่ผ่านมาฝ่ายตรงข้ามพรรคประชาธิปัตย์ ก็พยายามนำเรื่องราชประสงค์ออกมาตีกิน หาประโยชน์ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีโอกาสแจง ดังนั้น หากมีโอกาสตั้งเวทีปราศรัยเพื่อชี้แจงให้ความจริงได้ปรากฏ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะคนกทม. เพื่อเป็นการช่วยเตือนความจำว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาบ้าง

 นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ตนเคยทำนายว่า การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง ก็จะทำเวทีคู่ขนานกับกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วยการออกมาพูดและหยิบเฉพาะเหตุการณ์บางส่วนมาใช้เท่านั้น ส่วนการรณรงค์หาเสียงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ก็เก่งแต่เรื่องฉาบฉวย ไม่ได้แสดงกึ๋นความเป็นนายกฯออกมาว่ามีหรือไม่ วันนี้อาสามานำชาติบ้านเมือง ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความคิดที่แตกต่างจากการบริหารธุรกิจอย่างไร ในสมองบรรจุความสามารถอะไรบ้าง และที่บอกว่าเป็นโคลนนิ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น ถ้าหากโคลนนิ่งมาทั้งหมด ก็เป็นเรื่องน่ากลัว

"ปลอดประสพ" เรียกร้อง ปชป. หาเสียงอย่างสร้างสรรค์

 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และะผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ แถลงว่า การหาเสียงในช่วง 1-2 อาทิตย์ พรรคเพื่อไทยสังเกตเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ได้เปลี่ยนแนวทางการหาเสียงไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ตามที่เคยได้ทำข้อตกลงกันไว้กับกกต. และนายโคทม ว่า ทุกพรรคการเมืองตะหาเสียงอย่างสมานฉันท์ ด้วยการนำนโยบายพรรคมาชี้แจงและท้ายที่สุดก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยระยะหลังนี้ พรรคประชาปัตย์ ตั้งหน้าตั้งตาโจมตีนโยบายพรรคเพื่อไทยว่า ทำได้จริงหรือไม่ เอาเงินที่ไหนมาดำเนินตามนโยบาย ซึ่งแต่ละพรรคมีอิสระที่จะเสนอนโยบายหาเสียง ในทางตรงข้าม เพื่อไทยระมัดระวังมากจะวิพากวิจารณ์พรรคการเมืองอื่น ถึงอย่างไร เราจะถูกท่วงติง ก็อธิบายได้ แต่ขอตำหนิและเรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ หยุดสาดโคลนใส่กัน

 นอกจากนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็เริ่มพูดจาไม่ปองดองมากยิ่งขึ้น หนักเข้าถึงกับกล่าวหาคนเสื้อแดง คนชุดดำ ฟื้นฝอยหาตะเข็บถึงเหตุการณ์ชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งขณะนี้ ท่านเป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ได้ดำเนินการที่ควรทำ อย่างการสั่งฟ้องศาลดำเนินการกับผู้กระทำผิด แล้วยังพูดแหย่ให้เกิดการโต้แย้งกัน

   “ทางเพื่อไทยขอเตือนนายอภิสิทธิ์ ที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ ขอให้ทำตัวสมกับเป็นนายกรัฐมนตรี อย่ากล่าวหาใครลอยๆ จะเป็นการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันเปล่าๆ ซึ่งทางเพื่อไทยตกลงกันแล้วว่า ท่านยั่วยุแค่ไหน เราจะไม่ตอบโต้ และทำได้แค่เตือนการไร้วุฒิภาวะของท่าน หรือรู้ตัวว่า จะเป็นผู้พ่ายแพ้ เลยตีอกชกตัว ยึดติดการเป็นรัฐบาลทำไม เช่นเดียวกันกับการขึ้นเวทีราชประสงค์ที่ท่านเคยออกมาโวยวายว่า กีดขวางการจรจาจร ประชาชนเดือดร้อน สุดท้ายท่านก็กลับขึ้นเวทีราชประสงค์เอง ” นายประสพสุข กล่าว
 
 เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุมหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า เรารู้แกวว่า เป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ แล้วก็จะนำเรื่องไปฟ้องต่อ กกต. ทั้งนี้ เราไม่มีการนัดแนะกับผู้ชุมนุมไว้ล่วงหน้า แต่อย่างเก่งก็แต่งผีไม่นั่งเฝ้า

 เมื่อถามถึง แผนเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี จะเดินทางกลับมาประเทศไทย นายปลอดประสพ กล่าวว่า ผมทราบตามที่เป็นข่าว ซึ่งมองว่า ท่านคงปรารภว่าอยากมางานแต่งงานของลูกสาว มนุษย์หน้าไหนก็ต้องพูดเช่นนั้น ส่วนจะมาจริงหรือไม่ ตนไม่ทราบ ส่วนเรื่องนิรโทษกรรม มีความเห็นว่า ในกระบวนการสุดท้ายของการให้อภัยกันและกัน คงต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งอีกนานกว่าจะเกิดขึ้น และทุกคนจะได้ผลพวงจากกฎหมายนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้ ยังมั่นใจจะได้ ส.ส. ถึง 270 เสียงหรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า เราอยากจะชนะ เพราะอยากทำงานให้กับประเทศ อยากจะชนะด้วยเสียงขาดลอย จะได้พูดได้ว่า ชนะด้วยเสียงของคนทั้งประเทศ
 
 ส่วนกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ อ้างว่า ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขัดขวางการหาเสียงในหลายพื้นที่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า จะเป็นคนเสื้อแดงจริงเท็จหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ตอนนี้มีระบบองครักษ์พิทักษ์เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะใช้เจ้าหน้าตำรวจรักษาความปลอดภัยในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่การที่เอาตำรวมาแต่งชุดคนให้การสนับสนุนประชาธิปัตย์ มันไม่ฉลาด เราอยากให้บรรยากาศหาเสียงเหมือนเดิม แต่คนไม่เหมือนเดิมกลับเป็นอภิสิทธิ์ เดียวค้อนคนนู่นนี้ ออกอาการเด็กอีกแล้ว

ณัฐวุฒิซัดอภิสิทธิ์-สุเทพต้องการให้เกิดความวุ่นวาย

  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยอาสามารับใช้ประชาชนทุกคน ทุกสีเสื้อ ไม่มีอำนาจไปสั่งการใคร สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเป้าประสงค์หรือไปดำเนินการจัดจ้างใครมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพควรกลับไปทบทวนตัวเองว่าได้ทำอะไรไว้ สิ่งที่ใช้ตลอดการหาเสียงคือการใช้ถ้อยคำที่เหมือนราดน้ำมันบนกองไฟไม่ว่าจะเป็น เผาบ้านเผาเมือง  ทำร้ายทำลายประเทศ แม้ตนจะเคยร้องไปยังกกต.ให้ระงับยับยั้งการหาเสียงที่ไม่สร้างสรรค์แนวนี้ แต่จนถึงตอนนี้กกต.ก็ยังไม่สรุป ความจริงถ้าเรารณรงค์หาเสียงด้วยวิธีสร้างสรรค์ เรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น แต่พรรคประชาธิปัตย์พยายามทำสวนทางตลอดเวลาพร้อมทั้งโยนมายังพรรคเพื่อไทยว่าเป็นตัวการ แต่เราก็จะกัดฟันอดทนและตอบโต้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่างไรก็ดีขอฝากทุกสีเสื้อช่วยกันทำให้บรรยากาศเป็นประชาธิไตยด้วย

แทนคุณโชว์ซีดีร้องกกต.หลังป้ายหาเสียงถูกเผา

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัครส . ส . เขต 12 ดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำหลักฐานเป็นป้ายหาเสียงที่ถูกเผา ถูกกรีด ติดสติ๊กเกอร์จากอีกพรรคทับ และถูกทำลายพร้อมซีดีที่ได้จากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพมือเผา ป้ายหาเสียงไว้ได้ 3 คน มาประกอบการแถลงข่าว

 โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า ป้ายหาเสียงของตนที่ถูกนำไปติดในพื้นที่ดอนเมือง ได้ถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งทำลายโดยการกรีดและเปลี่ยนป้ายเป็นอีกพรรคหนึ่ง และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 23.00 น . ทีมงานของตนได้รวบรวมภาพวงจรปิดจากในละแวก ที่สามารถบันทึกชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน กำลังเผาป้ายหาเสียงของตนได้จึงได้นำหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ และส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต .) ลงโทษพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนขอตั้งชื่อกลุ่มที่เผาป้ายของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นพวก “ ดีแต่เผา ” และการกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นกระบวนการเสรีภาพอำมหิต เพราะนอกจากการทำลายป้ายแล้วยังมีการปราศรัยใส่ร้ายด่าบุพการีของตนด้วย

 นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องทุกภาคส่วนใช้สติวิจารณญาณยึดกฎหมายเป็นหลัก พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องไปทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นผู้หญิงและมีความอ่อนโยนว่าควรจะเห็นใจ และเคารพสิทธิผู้แข่งขันต่างพรรคบ้าง ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตนไม่คิดอะไรมาก ขอแค่เอาชีวิตให้รอดเท่านั้น แต่เชื่อว่าจากกระแสในพื้นที่ยังมีลุ้นที่จะได้รับเลือกเป็นส . ส . เพราะประชาชนต้องการคนรุ่นใหม่และหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

พท.เตรียมร้องเรียน"กกต."ขอดูบัตรนอกราชอาณาจักร

  นายประสพสุข แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากคนไทยในต่างประเทศ เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่มีข้อบกพร่องในหลายเรื่อง เช่น   ข้อความในบัตรอ่านไม่ออก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น โดยเฉพาะกากบาทในช่องลงคะแนนไม่ติด และกากบาทแล้วลบออกได้ โดยในวันพรุ่งนี้ ตนพร้อมกับเจ้าหน้าที่พรรคเพื่อ จะนำสื่อมวลชน เดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และจะขอเข้าไปดูบัตรลงคะแนนนอกราชอาณาจักรฉบับจริงว่า เป็นอย่างไร เพื่อให้ทุกฝ่ายได้สบายใจ

ยิ่งลักษณ์เตรียมทำบุญวันเกิดที่บ้านเลียบทางด่วน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) เวลา 06.00 น. นส.ยิ่งลักษณ์ จะทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 44 ปี ที่บ้านพักใน ซอยโยธินพัฒนา 3 ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-นวมินทร์

 จากนั้น ในช่วงบ่าย อาจจะเดินทางไป วัดไร่ขิง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เวลา 16.00 น. เดินทางไปดูโรงงานไทยรุ่ง จ.นครปฐม เวลา 17.00 น.ปราศรัยย่อย เขตบางแค เวลา 18.00 น. เดินทางไปยังแยกโพธิสามต้น เขตบางกอกใหญ่ และ เวลา 19.30 น.ปราศรัยที่เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนฯ

"พงศพัศ"ยันพร้อมคุมปราศรัยใหญ่ปชป.แยกราชประสงค์

 พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ 10 ฐานะผู้ดูแลศูนย์อำนวยความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร) พร้อมด้วยพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ก่อนการเลือกตั้งกับผู้บัญชาการภาคต่าง ๆ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ในฐานผอ.ศรส.ลต.ตร.ได้มีการสั่งการให้ดูแลพรรคการเมืองไปปราศรัยของหัวหน้าพรรคการเมืองหรือผู้สมัครส.ส.แบบระบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการลงพื้นที่จากทุกพรรคการเมืองว่าจะลงหาเสียงจุดใด พร้อมทั้งจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการขัดขว้างการเลือกตั้งและเกิดการกระทำอันเป็นเหตุความรุนแรงหรือทำร้ายกัน หากพบการกระทำผิดสามารถดำเนินการจับกุมได้ทันที ทางเจ้าหน้าที่จะดูแลอย่างเข้มงวดในการเดินการในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในครั้งนี้

 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มิ.ย. บางพื้นที่มีประชาชนลงชื่อไว้เพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นจำนวนมากเป็นหลักหมื่อถึงหลักแสนจ เช่น พื้นที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และเขตบางกะปิ ซึ่งทางกกต.ได้จัดที่เลือกตั้งกลางเพียง 1-2 จุดเท่านั้น คาดว่าจะไม่เพียงพอ ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้ผบก.จว.และผบช.ภ.ประสานกับกกต.เพื่อพิจารณาว่าจะให้เพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งกลางขึ้นอีก หรือกรณีประชาชนผู้มาใช้สิทธ์มาถึงหน่วยเลือกตั้งภายใน 15.00 น. แต่ไม่สามารถลงคะแนนได้ทัน จึงประสานให้ทางกกต.ช่วยจัดพื้นที่โดยกำหนดอาณาเขตให้ประชาชนที่มาถึงรอเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงอันก่อให้เกิดความวุ่นวาย หรือการจลาลจเล็กๆขึ้นรวมทั้งการจัดการจราจรในเส้นทางที่ผู้มาใช้สิทธิ์จะเดินทางมาไม่ให้ปัญหาการจราจรโดยเฉพาะที่จอดรถ โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเต็มที่

 “ส่วนการดูแลบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วและยังไม่ได้นับคะแนน และบัตรที่ยังไม่ได้รับการลงคะแนนที่เหลืออยู่ ถ้าเป็นการเลือกตั้งในเขตกทม.ทางกกต.ได้ให้สำนักเขตที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่นั้นเก็บรักษา  แต่พื้นที่ต่างจังหวัดทางกกต.ก็จะประสานไปยังสถานีตำรวจในการเก็บรักษา โดยตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย มีกุญแจ 3 ดอก ทั้งกกต. ตำรวจ และตัวแทนจากภาคประชาชน เพื่อรักษาความปลอดภัยพร้อมติดตั้งกล้องวงจรผิดดูแลบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสให้ทุกพรรคการเมืองและประชาชนสบายใจ” พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าว

 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับร้องเรียนเรื่องการวางตัวไม่เป็นกลางของข้าราชการตำรวจร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างน้อย ทุกรายที่ร้องเรียนเข้ามาได้ตรวจสอบข้อเท็จทั้งหมด ซึ่งบางรายที่ไม่เกี่ยวไม่มีพฤติการณ์เช่นนั้นจริงได้ยุติไป บางรายที่เกี่ยวข้องได้มีการสั่งการให้ออกไปช่วยราชการนอกพื้นที่ ส่วนเรื่องการขนส่งบัตรเลือกตั้งเช้าวันนี้ เลือกตั้งทั่วไปที่จะใช้ในวันที่ 3 ก.ค. และเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มิ.ย. ทั้ง 6 ล้านใบในเขตกทม.ได้นำส่งไปกกต.ทั้ง 50 เขตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนถึงขณะนี้ได้รับบัตรจากไปรษณีย์เสร็จสิ้นไปแล้ว 65 ล้านใบ เป็นบัตรเลือกตั้งทั่วไปใช้ในวันที่ 3 ก.ค. 55 ล้านใบ และก็เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตอีก 9 ล้านใบ ขนส่งไปเรียบร้อยแล้วอยู่ในที่ตั้งปลอดภัย ยังเหลืออีก 39 ล้านใบที่ต้องทำให้เสร็จสิ้นในวันนี้ รวมเป็นจำนวนบัตรทั้งหมด 107 ล้านใบ ส่วนบัตรเลือกตั้งทั้งหมดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ขนส่งเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

  พล.ต.อ.พงศพัศ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดปราศรัยหาเสียงใหญ่บริเวณแยกราชประสงค์ นั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่และจะต้องดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าของประชาชนกลุ่มต่างๆ ซึ่งทางบช.น.จะจัดทำแผนความปลอดภัยและจะประสานกับตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงเปิดเจรจากับกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามอย่างกลุ่มนปช. เชื่อว่าการปราศรัยหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะไม่ปล่อยให้มีการขัดขวางการปราศรัยหาเสียงหรือกรณีทำให้เกิดความขัดแย้งและทำร้ายผู้มาฟังปราศรัยหาเสียงในครั้งนี้  จะดูแลพื้นที่ด้วยความสงบเรียบร้อยให้ดีที่สุด

 ที่ปรึกษาสบ.10 กล่าวอีกว่า คดีต่างๆมีแนวโน้มรุนแรงมีการใช้อาวุธปืนและระเบิด และคดีที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ทุกคดีจะไม่ตัดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งการเมืองระดับชาติและการเมืองท้องถิ่นทิ้งไป อย่างไรก็ตามต้องดูถึงปมความขัดแย้งส่วนตัวด้วย ยืนยันว่าประเด็นการเลือกตั้งนั้นสำคัญ รวมทั้งจะจัดทำรายชื่อบรรดาหัวคะแนนเพื่อดูแลรักษาความปลอดและป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น ช่วงโค้งสุดท้ายเราก็ต้องเข้มข้นในการดูแล การติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนต่างๆเราก็ทำอย่างต่อเนื่องมีชุดของกองปราบปราบและสันติบาลติดตาม มีการตั้งด่าน การปราบปราบอาชญากรรมทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่จ.ลพบุรี หลังจากมีเหตุยิงนายสุบรรณ จีระพันธุ์วานิช อบจ.ลพบุรี จากนั้นมีการปาบ้านของนางมัลลิกา จีระพันธุ์วานิช ผู้สมัคส.ส.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย นั้น หลังจากเกิดเหตุยิงนายสุบรรณก็ได้ปรับพื้นที่จ.ลพบุรี จากสีเหลืองเป็นสีแดง และส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลางลงไปในพื้นที่เป็นจำนวนมากเพื่อเฝ้าระวังเหตุ แต่ไม่ได้เต็มพื้นที่เสียทีเดียวจึงอาจมีช่องว่างให้มีการก่อเหตุ  แต่เชื่อว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนความคืบหน้าคดียิงนายสุบรรณ นั้นทางพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.ติดตามและเร่งคลี่คลายคดี

 ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า สถิติการทำร้ายป้ายเพิ่มขึ้นมา 8 ป้าย รวมทั้งสิ้น 1884 ป้าย เป็นคดีที่แจ้งความ 47 คดี และคดีตามพรบ.เลือกตั้ง 13 คดี เรื่องของการแบ่งเขตเฝ้าระวังยังเป็น 63 เขต มีเขตเฝ้าระวังธรรมดา 57 เขต เฝ้าระวังพิเศษ 5 เขต เฝ้าระวังอย่างยิ่ง 1 เขต มีผู้สมัครส.ส.ของกำลังตำรวจไปอารักขา 370 ราย จาก 12 พรรคการเมือง ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัย 780 ราย

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวถึงการเยี่ยวยาเหยื่อค้ายาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส.จับผิดตัวนั้นทางบช.ปส.พยายามติดต่อทางผู้เสียหายเพื่อถามความประสงค์ว่าจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรบ้าง คงทราบผลภายในวันนี้ ส่วนการจับผิดตัวซึ่งใกล้ๆกันมีเหตุ 3 ครั้งแล้วเป็นลักษณะที่จับผิดเนื่องจากมีชื่อนามสกุลเดียวกันทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.อ. เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษาสบ 10 (กม) ตรวจสอบเร่งหามาตรการป้องกันไม่เกิดการจับกุมผู้ต้องหาผิดตัวอีก