
สถาบันครอบครัวแจงโลกไซเบอร์ก่อเกิดปัญหา
จากข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่าในปี พ.ศ. 2500 ประเทศไทยมีโสเภณีอยู่ที่ประมาณ 20,000 คน แต่จำนวนโสเภณีได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.8 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2547 และคาดว่าในจำนวนนี้มีโสเภณีเด็กรวมอยู่ด้วยประมาณ 800,000 คน ซึ่งในปัจจุบันจำนวนดังกล่าวคงต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิ
ปัญหาอุทกภัยมาเกี่ยวข้อง ในตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น สถาบันวิจัยและบริการด้านครอบครัว และเด็ก ที่ปรึกษาพิเศษด้านเศรษฐกิจสังคมขององค์การสหประชาชาติ และเป็นสถาบันด้านครอบครัวชั้นนำของเอเชีย มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองเชนไน ประเทศอินเดีย จึงเปิดโต๊ะแถลงข่าวการประชุมนานาชาติเรื่อง การปกป้องสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องความผูกพันในครอบครัว เด็ก และการรักษาวัฒนธรรม เพื่อกระเทาะปัญหาดังกล่าว
ดร.แคทเธอลีน เบอร์นาร์ด ประธานสถาบันวิจัยและบริการด้านครอบครัว และเด็ก กล่าวว่า สาเหตุหลักที่ทำให้โสเภณีเด็กเพิ่มมากขึ้น ก็คือความเจริญทางด้านเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันว่า “โลกาภิวัตน์” โดยเฉพาะโลกไซเบอร์หรือสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้ทำให้เด็กมีความต้องการหรืออยากได้ อยากมีเพิ่มขึ้น เมื่อเขาได้เห็นโฆษณาจากทางทีวีและในอินเตอร์เนต ทั้งนี้เป็นเพราะเด็กขาดนิติภาวะในด้านความคิด รวมทั้งการเลือกเสพสื่อ หรือข้อมูลต่างๆ อย่างไม่มีการไตร่ตรอง หรือขาดคนชี้นำ ถ้าผู้ปกครองไม่สามารถตอบสนองกับความต้องการได้ เด็กก็จะหาทางเพื่อให้ได้สิ่งเหล่านั้นมา โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีรายได้น้อยปัญหาจะยิ่งทวีความรุนแรง เป็นต้นเหตุสำคัญให้เกิดโสเภณีเด็ก การหย่าร้าง โรคเอดส์ การไม่เชื่อฟังพ่อแม่ และความรุนแรงอื่นๆ ที่ตามมา
"ความเจริญบนโลกไซเบอร์หรือสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อครอบครัว ที่เห็นได้ชัดคือทำให้การพูดคุยระหว่างคนในครอบครัวน้อยลง เด็กเชื่อฟังคนอื่นมากกว่าผู้ปกครองตัวเอง ขณะเดียวกันการที่โลกไซเบอร์ได้ย่อโลกให้เล็กลง การติดต่อสื่อสารต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายทางวัฒนธรรม ก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมแบบหนึ่งเดียวทั่วโลก(International Culture) ซึ่งได้ทำลายสิ่งดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเอเชียให้เลือนหายไป เช่น เรื่องการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ วัฒนธรรมการกินอาหาร การแต่งกาย ความบันเทิงพื้นบ้านรูปแบบต่างๆ
"รวมถึงการให้คุณค่าเกี่ยวกับเรื่องศาสนา ฯลฯ แต่ขณะเดียวกันไลฟ์สไตล์ตามแบบชาวตะวันตกได้ถูกส่งเสริม โดยไม่มีการควบคุมว่าควรจะเข้ามาได้มากน้อยเพียงใด บางสิ่งก็ได้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นบ้างแล้ว เช่น เรื่องเกมออนไลน์, การแต่งตัวของผู้หญิงในเอเชียตามแบบชาวตะวันตก ที่อาจล่อแหลมก่อให้เกิดปัญหาได้ ฯลฯ ในหลายประเทศเรียกสิ่งเข้ามาใหม่นี้ว่าเสรีนิยม หรือความทันสมัย บางประเทศถือเป็นสิ่งใหม่ในด้านความคิด หรือแนวทางในการทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ ในเรื่องดนตรี, ศิลปะ, แฟชั่น ฯลฯ จนบางครั้งถึงขนาดดูถูกวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิม โดยมองว่าเป็นสิ่งล้าสมัยหรือเป็นเรื่องโบราณที่ไร้คุณค่า” ดร.แคทเธอลีน กล่าว



