
เงินสะพัดรับเลือกตั้งเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก
เมื่อเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้ง ชาวบ้านเริ่มมีรายรับมาจากหลายทาง เริ่มตั้งแต่การเข้าร่วมรับฟังการปราศรัย อย่างเบาะๆ ได้ค่าเหนื่อย 200 บาท ข้าวกล่อง และเครื่องดื่มชูกำลังต้องมีให้ แต่หากถูกเกณฑ์ไปฟังปราศรัยพรรคที่ไม่อยู่ในดวงใจก็ต้องจ่ายหนักอย่างน้อย 300 บาท
ส่วน "เงินซื้อเสียง" ที่แต่ละพรรคทยอยมาแจกในพื้นที่แบบ "นอนมา" จะแจกครั้งเดียวในคืนหมาหอน เพื่อตอกย้ำและแทนคำขอบคุณสำหรับการกาบัตร ส่วนคู่แข่งที่ถูกทิ้งห่าง อาจมีกระสุนทุ่มในช่วงคืนหมาหอน เพื่อหวังคะแนนสงสารด้วยเช่นกัน
ดังนั้น...ในสนามการเลือกตั้ง ส.ส. แต่ละคะแนนเสียงจะได้รับค่าตอบแทนไม่ต่ำกว่า 1-2 พันบาท ชาวบ้านจะเอาเงินที่ได้รับแจกไปทำอะไร?
จากการสำรวจการจับจ่ายใช้เงินของชาวบ้านหลายพื้นที่ของภาคอีสานในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง พบว่าบรรยากาศการจับจ่ายตามร้านขายของชำ และตามตลาดชุมชนคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นายช้าง (ขอสงวนนาม) ช่างก่อสร้าง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ขอนแก่น เล่าว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ยังไม่มีพรรคใดมาแจกเงิน คิดว่าช่วงโค้งสุดท้ายหรือในคืนหมาหอน ต้องมีหัวคะแนนออกมาวิ่งวุ่นขอคะแนนอย่างแน่นอน เพราะแค่การเมืองท้องถิ่นอย่างการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ยังมีการซื้อเสียงหัวละ 500 บาท ส่วนมีพรรคใดนำเงินมาให้ก็รับทุกพรรค แต่จะเลือกใครพรรคใดมีอยู่ในใจแล้ว
นายช้าง บอกว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ได้รับเงินจากหัวคะแนนพรรคหนึ่ง 200 บาท โดยพับครึ่งแบงก์ 100 บาท 2 ใบ แทรกเข้าในแผ่นพับผู้สมัคร แล้วนำมายื่นให้ถึงในบ้านตามจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เงินที่ได้นอกจากจะซื้อกับข้าวไว้กินในครอบครัวแล้ว ส่วนหนึ่งเอาไปซื้อเหล้าขาวและบุหรี่ จากที่เคยซื้อเหล้าขาวกรึ๊บละ 10 บาท หรือสูงสุดครึ่งขวด แต่ถ้าได้รับแจกเงินจะซื้อเหล้ามาเต็มขวดมาดื่มกับเพื่อนบ้าน
ส่วนพื้นที่ในชนบทห่างไกลอย่าง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรต้องทำนาทำไร่ ปกติหัวค่ำชาวบ้านก็พักผ่อนหลับนอนแล้ว แต่ช่วงใกล้เลือกตั้งบรรยากาศในหมู่บ้านคึกคัก มีผู้สมัครแวะเวียนมาขอคะแนนเสียง บ้างก็มาขอแรงชาวบ้านขึ้นรถกระบะคันละ 10-15 คน เข้าไปร่วมฟังปราศรัย
นายต้น (นามสมมติ) ชาวบ้าน อ.บ้านไผ่ เล่าว่า รายได้เสริมช่วงนี้คือไปร่วมฟังปราศรัย เมื่อไปถึงจะมีหัวคะแนนมาขอตัวเลขบัตรประชาชน เสร็จงานจะได้รับแจกคนละ 100-200 บาท ครอบครัวไหนไปหลายคนรวมเงินกันก็จะได้มาก ก่อนกลับเข้าหมู่บ้านก็จะนำเงินที่ได้รับแจก แวะซื้อกับข้าว อาหารการกิน ผักสด ผลไม้ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ติดไม้ติดมือกลับไป บางคนก็เอาเงินไปแจกให้ลูกหลานต่อ เพื่อไปซื้อขนม ทำให้ร้านค้าชุมชนคึกคักขึ้น
ต่างกับบรรยากาศในบางหมู่บ้าน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ที่แกนนำเกษตรกร บอกว่า ถึงแม้จะเป็นโค้งสุดท้ายในการหาเสียงแล้ว แต่บรรยากาศการหาเสียงกลับเงียบ ไม่คึกคัก มีเพียงรถผู้สมัคร ส.ส.วิ่งผ่านหมู่บ้านเท่านั้น
"เลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวเรื่องการซื้อเสียง คงต้องรอดูอีกครั้งในคืนหมาหอน และช่วงวันลงคะแนนอีกครั้ง แต่ที่เห็นชัดเจน คือการเคลื่อนไหวของหัวคะแนน ส่วนใหญ่เป็นผู้นำกลุ่มในหมู่บ้าน ที่ทางพรรคเข้ามาประสานงานไว้ล่วงหน้า คาดว่ากลุ่มนี้จะได้รับเงินก้อนโตกันแล้ว เพราะมีการเคลื่อนไหวทั้งการพบปะประชุมหัวคะแนนเพื่อประเมินฐานคะแนนด้วย ทำให้ระยะนี้ตามร้านอาหารทั้งในและนอกชุมชน ร้านคาราโอเกะ มีกลุ่มหัวคะแนนเข้าไปใช้บริการกันจนแน่นร้าน" ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าว
ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ พบว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้เงินของประชาชนในพื้นที่คึกคักขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิ ร้านค้าโทรศัพท์มือถือ เริ่มมียอดการนำเงินออกมาไถ่ถอนสูงกว่าปกติด้วยจำนวนมากหลายสิบล้านบาทเลยทีเดียว
เจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ช่วงใกล้วันเลือกตั้ง เป็นที่รู้กันว่าประชาชนมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น จากเดิมช่วงเปิดภาคเทอมใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว จะมีคนนำสิ่งของมาจำนำจำนวนมาก ทางสถานธนานุบาลต้องสำรองเงินไว้มากกว่า 40 ล้านบาท แต่ในเดือนนี้ช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ลูกค้านำเงินมาไถ่ทรัพย์สินคืนราววันละ 1-2 ล้านบาท รวมยอดไถ่ถอนและดอกเบี้ยเงินไหลเข้าคืนสู่ระบบโรงรับจำนำชัยภูมิ มากกว่า 18.1 ล้านบาท ถือว่าสูงมากกว่าปกติด้วยเช่นกัน
ขณะที่ร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือก็คึกคักไม่แพ้กัน พนักงานร้านฟิวเจอร์โมบาย ย่านถนนชัยประสิทธิ์ เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ยอมรับว่า ช่วงเลือกตั้งปีนี้ช่วยทำให้เศรษฐกิจของประชาชนคึกคักขึ้นมาก เดิมมีคนจำนำมือถือวันละประมาณ 10 เครื่องขึ้นไป แต่ช่วงนี้ไม่มีใครนำมือถือมาจำนำเลย มีแต่คนมาซื้อเครื่องใหม่รุ่นใหม่กันอย่างคึกคัก
- กวินทรา ใจซื่อ, สุทธิพงษ์ เสฏฐรังสี -



