ข่าว

แม่อุ้มบุญในแดนภารต(1)

แม่อุ้มบุญในแดนภารต(1)

20 มิ.ย. 2554

ตำรวจไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มเพิ่งจะทลายแก๊งอุ้มบุญชาวต่างชาติด้วยการส่งกลับหญิงสาวชาวเวียดนามคนหนึ่งพร้อมลูกน้อยที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ จากการรับจ้างเป็นแม่อุ้มบุญให้แก่หนุ่มใหญ่ชาวไต้หวัน ทำให้สาวญวนกับครอบครัวหนุ่มใหญ่ชาวไต้หวันต่างฝันสลาย กลายเป็น "เสีย-เสีย" ห

หลายคนอาจจะชื่นชมปฏิบัติการนี้ว่าเท่ากับสกัดกั้นไม่ให้แดนดินถิ่นเจ้าพระยากลายเป็นสวรรค์ของขบวนการอุ้มบุญชาวต่างชาติ เพราะเป็นเรื่องที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี แต่หลายคนอาจจะบ่นด้วยความเสียดายว่าไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มกำลังทำลายโอกาสทองที่จะนำเงินตราต่างชาติก้อนมหาศาลเข้าประเทศ

 ไม่เหมือนกับที่แดนภารตอินเดียซึ่งมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลด้วยการแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสจนสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ ทั้งช่วยลดวิกฤติความยากจนของประชาชนที่ต้องหาเช้าไปกินค่ำของอีกวันหนึ่ง รวมทั้งวิกฤติของหลายครอบครัวที่ไม่มีโซ่ทองมาคล้องดวงใจด้วยตัวเอง ถือเป็น "วิน-วิน" ด้วยกันทุกรายไป

 "มีลูกโดยไม่ต้องมีผู้ชายก็ได้" กำลังเป็นวาทกรรมครอบครัววาทกรรมใหม่ในแดนภารต เมื่อกระแสแม่อุ้มบุญหรือการรับจ้างท้องหรือ "มดลูกให้เช่า" ประเภท "เมดอินอินเดีย" แล้วแต่จะเรียกขานกันกำลังเป็นแฟชั่นฮิต จากเดิมที่เคยถือว่าการท้องไม่มีพ่อนั้นเป็นบาปมหันต์ และหญิงที่ท้องป่องขึ้นมาโดยไม่ได้แต่งงานถือเป็นตัวกาลกิณีที่จะต้องถูกขับออกจากบ้านหรือจากหมู่บ้านหรืออาจจะถูกรุมประชาทัณฑ์จนเสียชีวิต

 แต่ตอนนี้ผู้หญิงยากจนซึ่งเคยเป็นทาสในเรือนเบี้ยที่ปล่อยไม่หลุดและมีรายได้แค่วันละ 30-40 บาท กำลังมีโอกาสใหม่ เมื่อจู่ๆ ก็มีเงินก้อนใหญ่ที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อนตกมาจากสวรรค์มากองตรงหน้าตักถึง 3 แสนรูปี (ราว 2 แสนบาท) เพียงแค่ยอมลำบากอุ้มท้อง 9 เดือนเท่านั้น

 หนำซ้ำพวกเธออาจจะมีโอกาสเรียกเงินค่าอุ้มบุญเพิ่มอีกเท่าตัวหากเธอเกิดโชคดีอยู่ในวรรณพราหมณ์อันสูงส่ง นับเป็นเงินก้อนงามที่ยากจะปฏิเสธได้

 สมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดียประเมินว่าภายในปีหน้า เงินจากธุรกิจการเช่ามดลูกผู้หญิงให้ช่วยตั้งท้องให้นั้นจะนำรายได้เข้าประเทศถึงปีละเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ไม่ต้องสงสัยแม้แต่น้อยว่าเงินมหาศาลก้อนนี้ได้ปิดปากบรรดานักต่อสู้ด้านมนุษยธรรมทั้งหลายที่ดีแต่ยกเรื่องของจริยธรรมเข้ามาอ้าง แต่ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนในประเทศหรือในครอบครัวของหญิงรับจ้างอุ้มบุญได้

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์