
ตีกลับแผนค้ำเงินกู้แอร์พอร์ตลิงค์คลังจี้คมนาคมเร่งแก้บริหารขาดทุนเสี่ยงเจ๊งสูง
คลังตีกลับแผนขอค้ำเงินกู้ 400 ล้านของแอร์พอร์ตลิงค์ ชี้การบริหารจัดการแย่ ส่งผลขาดทุนบักโกรก เตรียมทำหนังสือจี้คมนาคมเร่งแก้ปัญหาการจัดการภายในใหม่ ชี้หากไม่ปรับปรุงปล่อยไว้เสี่ยงเจ๊งสูง มองให้เอกชนบริหารงานดีกว่า
นายสุวิชญ โรจนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการเดินรถในโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ตลิงค์) ได้เสนอเรื่องมาที่กระทรวงการคลังขอให้ค้ำประกันเงินกู้ในประเทศวงเงิน 400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบริการจัดการงานภายใน รวมทั้งลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของทางเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีมักกะสัน ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่าแอร์พอร์ตลิงค์ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี หลังจากเปิดให้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด จึงจะทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคมในฐานะที่กำกับดูแลการรถไฟให้เข้าไปดูแลแก้ปัญหาโดยด่วน
รวมถึงการจัดหาเงินสดมาใช้หมุนเวียนภายใน ควรเป็นหน้าที่ของการรถไฟที่ต้องดูแลบริษัทลูกของตัวเอง ไม่ใช่จะให้กระทรวงการคลังเข้าไปสนับสนุนเงินกู้ให้อย่างเดียว นอกจากนั้น ควรเร่งปรับปรุงด้านการบริหารจัดการการวิ่งรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะขณะนี้พบว่าสายด่วน เอ็กซ์เพรสไลน์ (Express Line) ยังมียอดผู้โดยสารน้อย ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายสูงเกินเหตุ ขณะที่สายซิตี้ไลน์ (City line) ที่จอดรับส่งผู้โดยสารทุกป้ายนั้น พบว่ามีผู้โดยสารใช้บริการมาก จึงน่าจะมีการปรับเปลี่ยนแผนการวิ่งรถหารายได้เพิ่ม ไม่ใช่จะกู้เงินไปใช้บริหารจัดการอย่างเดียว
“การวิ่งรถด่วนกับสายปกติควบคู่กันและใช้เวลาต่างกันแค่ 15 นาที เป็นธรรมดาที่ผู้โดยสารจะเลือกจ่ายเงินถูกกว่าหรือ 45 บาท แทนที่จะจ่าย 150 บาท จึงควรลดสายด่วนและไปเพิ่มเที่ยววิ่งของสายปกติแทนเพื่อหารายได้เพิ่ม โดยลดเที่ยววิ่งสายด่วนลง” นายสุวิชญ กล่าวและว่า การบริหารงานขาดทุนดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการรถไฟไม่มีความพร้อมที่จะบริหารงานแบบเอกชน แม้จะแยกออกมาตั้งเป็นบริษัทลูกแล้วก็ตาม หากให้เอกชนเข้ามาบริหารน่าจะทำได้ดีกว่านี้ และหากยังไม่มีการปรับปรุงมองว่าโครงการแอร์พอร์ตลิงค์น่าจะมีปัญหามากขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟได้มอบหมายให้บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เร่งแก้ไขปัญหาทั้งหมดของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ภายใน 1 เดือน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดของตัวรถ การบริหารจัดการเรื่องอะไหล่สำรอง และจัดทำโปรโมชั่นด้วยการลดค่าโดยสารเอ็กซ์เพรสไลน์เที่ยวเดียวเหลือเพียง 90 บาท และเที่ยวไป-กลับคิดราคาเพียง 150 บาท จากเดิมที่คิดอัตราค่าโดยสารไป-กลับ เที่ยวละ 150 บาท รวมทั้งเพิ่มจุดหมายปลายทางจากเดิมที่กำหนดสายเดิมสุวรรณภูมิ-มักกะสัน เป็น สุวรรณภูมิ-พญาไท เพื่อหารายได้เข้ามาเพิ่มอีกทางหนึ่งด้วย



