ข่าว

วิเคราะห์เจาะป้าย

วิเคราะห์เจาะป้าย

20 มิ.ย. 2554

มีเสียงพูดกันว่าป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ค่อนข้างจะมีการจัดทำที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ชวนมอง มีขนาดและรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน ไม่อีเหละเขละขละเปะปะเช่นแต่ก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีการออกแบบโดยมื

 อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ส่วนเนื้อหาภายในของป้ายเหล่านั้น ถ้าเปรียบเทียบกับการโฆษณาสินค้า ก็พอจะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ 1.ขายพรรคหรือขายนโยบายหลัก 2.ขายตัวบุคคล และ 3.ขายคำหรือภาพโฆษณา

 ป้ายประเภทที่ 1 นั้น เป็นของพรรคที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีของประชาชน ทำนองเดียวกับการขายสินค้าแบรนด์เนมที่มียี่ห้อเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอในป้ายประเภทนี้คือตัวพรรค และนโยบายหลักๆ ของพรรค เพื่อเป็นการย้ำเตือนประชาชน ไม่ใช่การแนะนำสินค้าใหม่ ตัวอย่างของป้ายประเภทนี้ได้แก่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย

 ส่วนป้ายประเภทที่ 2 เป็นการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งอาจจะเป็นหัวหน้าพรรค หรือตัวผู้สมัคร เป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจจะเป็นภาพเดี่ยว หรือภาพคู่ รวมทั้งภาพหมู่ก็ได้ ป้ายประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยซึ่งใช้ทั้งภาพของหัวหน้าพรรค คือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับภาพของผู้สมัคร ส.ส.เขต  ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา ใช้ทั้งภาพหัวหน้าพรรค คือคุณชุมพล ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรค พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รวมทั้งคุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และคุณเกษมสันต์ วีระกุล ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ป้ายของพรรคกิจสังคม มีภาพของคุณสุวิทย์ คุณกิตติ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสีแดงกับสีเหลือง หมายความว่าพรรคกิจสังคมเนเวอร์ดาย เอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ ส่วนพรรครักษ์สันติ ก็เสนอภาพของหัวหน้าพรรค คืออาจารย์ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กับความซื่อสัตย์ เที่ยงตรง (12.00 น.) เป็นหลัก แต่ที่มาแปลกกว่าคนอื่นก็เห็นจะได้แก่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แห่งพรรครักประเทศไทย ซึ่งถ้าเป็นป้ายโฆษณาหนัง ป้ายของคุณชูวิทย์ก็จะเป็นหนังแนวแอ็กชั่น ซึ่งชวนให้นึกถึงชาร์ลบรอนสัน ในเรื่อง Dead Wish หรือบรูซ วิลลิส ใน Die Hard แม้ใบหน้าของคุณชูวิทย์จะค่อนไปทางโจเซฟ เอสตราดา อดีตดาราหนังขวัญใจชาวตากาล็อก และอดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็ตาม

 สำหรับป้ายประเภทที่ 3 ส่วนมากมักจะเป็นพรรคที่ไม่สามารถขายพรรค หรือขายตัวบุคคลได้ ก็ต้องแสวงหาจุดขายในด้านอื่น เช่นถ้อยคำหรือภาพโฆษณาที่เรียกร้องความสนใจ ที่เห็นทั่วไปคือป้ายของพรรคภูมิใจไทย ที่เต็มไปด้วยคำโฆษณาชวนเคลิ้ม ป้ายของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน คล้ายกับใบปิดการแข่งขันกีฬาเขต ส่วนป้ายของพรรคชาติไทยพัฒนาชุดหลัง ที่เน้นเนื้อๆ เรื่องกุญแจสองดอก กับ 20 ปีมีเงินล้าน ซึ่งชวนให้นึกถึงรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์

 ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ยังไม่เห็นป้ายของพรรคใดแสดงแนวทางแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข ความมั่นคง พลังงาน สิ่งแวดล้อม หรือการต่างประเทศอย่างชัดเจน

 พูดก็พูดเถอะครับ ป้ายหาเสียงเหล่านี้ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว ยังสื่อถึงศักยภาพและคุณภาพของพรรค กับวิสัยทัศน์ และภูมิปัญญาของคนในพรรคนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ลำพังแค่รูปสวยๆ หรือคำโฆษณาเก๋ๆ คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดซึ่งประชาชนจะได้รับจากพรรคการเมือง หากแต่พรรคและผู้สมัครจะต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่ประชาชนและสังคมด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้น ถ้าพรรคการเมืองและนักการเมืองไม่ใส่ใจในการทำหน้าที่ของตนอย่างจริงจัง หรือไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองและส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง และบริหารหรือตรวจสอบการบริหารด้วยหลักนิติธรรม จริยธรรม คุณธรรม อย่างเคร่งครัดแล้ว ป้ายก็คงเป็นเพียงขยะที่ถูกทิ้งริมทางหลังการเลือกตั้ง

 พรรคการเมืองใดอยากให้พรรคของตนตราตรึงอยู่ใจชน หรืออยากเป็นป้ายที่ถูกทิ้งอยู่ในกองขยะ ก็ขึ้นอยู่ที่การกระทำของท่านหลังเลือกตั้งนั่นแหละครับ