ข่าว

ผบ.นทพ.รณรงค์เลือกคนดีพาปท.เดินหน้า

ผบ.นทพ.รณรงค์เลือกคนดีพาปท.เดินหน้า

20 มิ.ย. 2554

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย หรือที่รู้จักกันในนาม "นักรบสีน้ำเงิน" ภายใต้การนำของ พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) ถือเป็นหนึ่งในหน่วยทหารที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด

 ด้วยภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น การขุดลอกแหล่งน้ำ การบรรเทาสาธารณภัย ฯลฯ ทำให้นักรบสีน้ำเงินเป็นที่รักของประชาชน และเข้าใจถึงสภาพความเป็นอยู่ และความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี

 ส่วนบทบาทของ นทพ.ต่อการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม พล.อ.ดุลกฤตได้เตรียมความพร้อมในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย โดยรณรงค์ให้กำลังพลของหน่วยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้เดินหน้าต่อไป

 ผบ.นทพ.ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) และ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติตัวให้เหมาะสมในการเลือกตั้งโดยยึดหลักสำคัญ 2 ประการ คือ 1.การวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเด็ดขาด และ 2.สนับสนุนให้กำลังพลออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

 พล.อ.ดุลกฤตย้ำว่า กำลังพลของ นทพ.จะต้องออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า และเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม โดยกำลังพลของ นทพ.มีประมาณหมื่นกว่าคน และกระจายไปปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

 ส่วนกรณีที่มีกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวทางการเมือง พล.อ.ดุลกฤตกล่าวถึงแนวทางการดำเนินการว่า ทางต้นสังกัดจะมีการตรวจสอบรายละเอียดก่อน หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็จะต้องถูกลงโทษตามวินัยของกองทัพ เพราะถือเป็นคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่ให้วางตัวเป็นกลาง

 เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้ง หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะส่งผลต่อกองทัพหรือไม่ ผบ.ทพ.ตอบว่า กองทัพถือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ กองทัพก็เป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะใช้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย

 "ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน กองทัพก็ต้องปฏิบัติตาม โดยสิ่งสำคัญจะต้องเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ และไม่ว่าพรรคไหนจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ทุกฝ่ายก็จะต้องยอมรับเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า เพราะการเลือกตั้งถือเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อเลือกใครมาแล้วก็จะต้องยอมรับ" ผบ.นทพ.กล่าวย้ำถึงจุดยืนทางการเมือง

 สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีกำลังพลของ นทพ.อยู่ด้วย และอาจกระทบต่อการเลือกตั้งนั้น ผบ.นทพ.กล่าวว่า แม้ว่าจะเกิดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และคงไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ส่วนกำลังพลของ นทพ.ในพื้นที่ดังกล่าวก็ได้เน้นย้ำว่าจะต้องทำงาน และไม่ประมาท รวมถึงมีสัญชาตญาณระวังตัว เพราะไม่มีใครช่วยเหลือตัวเราได้เท่ากับตัวเราเอง

 พล.อ.ดุลกฤตกล่าวถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นว่า ประเทศไทยมีการเลือกตั้งหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกครั้งที่ประชาชนจะต้องไปเลือก "คนดี" เข้ามาทำงานบริหารแทนประชาชน โดยแต่ละครั้งจะมีพรรคเล็ก พรรคใหญ่ เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งเมื่อมีผลออกมาก็จะต้องยอมรับในผลอันนั้น ดังนั้น ประชาชนควรออกมาใช้สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ และประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งในอนาคต

 “เมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรก็จะได้ไม่โทษกันว่าไม่ได้ออกมาเลือกกัน แล้วทำให้พรรคนั้นพรรคนี้ได้เข้ามา ดังนั้น จะต้องใช้สิทธิ์ของแต่ละบุคคลเพื่อให้การเมืองเดินหน้าต่อไป” ผบ.นทพ.กล่าวทิ้งท้าย


ปัญญา ทิ้วสังวาลย์