ข่าว

สัญญาณการเลือกตั้งที่ไม่พัฒนา

สัญญาณการเลือกตั้งที่ไม่พัฒนา

20 มิ.ย. 2554

หาเสียงกันมาจนใกล้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ปรากฏสัญญาณไม่น้อยที่ชี้ว่าการเลือกตั้งคราวนี้ยังดำเนินการกันแบบวนเวียนอยู่ใต้โคลนตม ทั้งที่มีตัวอย่างดีๆ ปรากฏขึ้นมากมาย อาทิ การตื่นตัวของประชาชนที่รู้ดีถึงความต้องการของตนเองและสาธารณะ

 การสร้างสรรค์นโยบายจำนวนมากของพรรคการเมืองเพื่อแก้ปัญหาประชาชน การแสดงวิสัยทัศน์และดีเบตแยกประเด็นเฉพาะด้าน แต่ก็มีอีกหลายประเด็นที่น่าเหนื่อยหน่ายใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลอบสังหาร การทะเลาะเบาะแว้งของฝ่ายข้าราชการประจำกับนักการเมือง การจ้องจะโกงเลือกตั้งด้วยรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการส่งสัญญาณไม่เอาประชาธิปไตยด้วย

 ปัจจัยเจ้งเหม่งที่สุดที่โชว์ว่าการเลือกตั้งของไทยยังไม่พ้นความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนก็คือการปล่อยให้มีการเก็บหัวคะแนนกันรายวัน น่าอนาถใจที่ตำรวจมีประวัติอาชญากรเกือบครบถ้วน แต่ไม่สามารถทำงานเชิงรุก ได้แต่เฝ้าระวังให้เหตุเกิดก่อน ไม่น่าเชื่อว่ามือปืนรับจ้างจะลอยนวลกันขนาดนี้ ตราบใดที่กวาดล้างพวกมันและเจ้าพ่อคุ้มกบาลไม่ได้ ก็ยากจะหวังว่าการเมืองจะมีความยุติธรรมและเป็นอารยะ

 นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกันด่าทอใส่ร้ายกันนั้นเป็นวิสัยของการแข่งขัน แต่ข้าราชการไม่ควรออกมาทะเลาะกับพลเรือนที่อาสามาเป็นขี้ข้าประชาชนเหมือนกัน ลำพังทะเลาะเป็นการส่วนตัวยังไม่กระไรนัก แต่เมื่อแบกองค์กรมาด้วยก็พึงมองให้ไกลว่าตนรับใช้องค์กร หรือประชาชนมากกว่า การปรองดองในหมู่นักการเมืองอาจไม่มีจริง แต่ในสังคมต้องพยายามรักษาบรรยากาศที่ดีไว้ โดยเริ่มจากอารมณ์ตนเองก่อน

 ไม่น่าแปลกใจทำไมคนทั่วไปคิดว่าเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีทุจริตแหงมๆ ก็เพราะการทำตัวทะแม่งของบางคนบางฝ่าย กลจะโกงที่แฉกันออกมาบางอย่างก็พิสดารจนเชื่อไม่ไหว บางอย่างก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ก็หวังว่าวันเลือกตั้งจริงจะใสสะอาดลบข่าวลือพวกนี้ทิ้งไป อย่าให้เป็นแบบอัฟกานิสถานหรือจอร์เจีย ที่ถึงตั้งรัฐบาลได้ ข้อครหาก็ยังคงอยู่ ต่างชาติเขารู้เขาเห็นก็รังเกียจ

 การรณรงค์โหวตโนของกลุ่มพันธมิตรอาจถือว่าเป็นสิทธิ์ มีไอเดียแสดงออก และนับเป็นความก้าวหน้าของการชักชวนประชาชนให้ทำตามความเชื่อทางการเมืองของตน แต่การกระทำนี้ไม่ใช่แค่การถือหลักช่างบอยคอต หรือหลักอนาธิปไตยแต่อย่างใด แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการไม่เอาประชาธิปไตย สอดคล้องกับข้อเสนอแบบนิยมคณาธิปไตยของกลุ่มเท่าที่ผ่านมา การที่กลุ่มนี้ยังปฏิบัติการข่าวสารอย่างหมิ่นเหม่กฎหมายอยู่ได้หลายปีโดยไม่มีใครจัดการได้ ก็นับว่าการคุ้มครองประชาธิปไตยของไทยยังไม่สมบูรณ์พอไปด้วย