ข่าว

คนปทุมฯขึ้นป้ายไม่ต้อนรับนักการเมือง

คนปทุมฯขึ้นป้ายไม่ต้อนรับนักการเมือง

20 มิ.ย. 2554

คนปทุมธานีขึ้นป้าย "บ้านนี้ ไม่ต้อนรับ บุคคล-นักการเมือง-พรรคการเมือง ที่สร้างความขัดแย้ง แตกแยก และคิดล้มล้างสถาบัน" เวทีกลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่พบนักการเมืองคึกคัก ธงแดงระบาดทั่วเมืองลำพูน ชาวพรหมพิราม2พันฟังยิ่งลักษณ์เขียนผ้าแดงยาว11เมตร "เสธ.หนั่น"นำขบ

เมื่อวันที่ 19 พค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ขับรถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมถนนสายปทุม-ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี พบว่า มีบ้านหลังหนึ่งได้ติดป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ขอความว่า “บ้านนี้ ไม่ต้อนรับ บุคคล-นักการเมือง-พรรคการเมือง ที่สร้างความขัดแย้ง แตกแยก และคิดล้มล้างสถาบัน“ ซึ่งขอความดังกล่าวเป็นที่สนใจของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก

 ได้เข้าไปตรวจสอบเพื่อพูดคุยกับเจ้าของบ้าน แต่พบว่าภายในบ้านไม่มีใครอยู่ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ รปภ.ของหมู่บ้านทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวนั้น เป็นบ้านพักของข้าราชการท่านหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี แต่ไม่ทราบหรือห น่วยงานหรือสังกัดแต่อย่างใด  งข้อความดังกล่าวนั้นติดไว้หลายวันแล้ว สร้างความน่าสนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

เวทีกลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่พบนักการเมืองคึกคัก

 เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ร้านเดอะบล็อก  โครงการเดอมาเช่ ซ.5 ถ.นิมมานเหมินทร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่จัดเวที"เฟซบุ๊คพบนักการเมือง" โดยมีผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ (ปาตี้ลิสต์)  และระบบเขตจากพรรคการเมืองต่างๆ เช่น ดร.สุรพงษ์  โตวิจักษ์ชัยกุล ผู้สมัคร ส.ส.ระบบปาตี้ลิสต์  จากพรรคเพื่อไทย พล.อ.พิชาญเมธ ม่วงมณี  กรรมการบริหารและผู้สมัคร ส.ส.ระบบปาตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จ.เชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์  นางสาวรัตนาภรณ์ บุญยัง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อฟ้าดิน นายยงยุทธ  ขันทะสีมา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรครักษ์สันติ  และนายปริญญา ด่านซ้าย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8  จ.เชียงใหม่ พรรคความหวังใหม่ เข้าร่วมรับฟังการเปิดใจของประชาชนที่กลุ่มโซเชียลมีเดียในจ.เชียงใหม่ร่วมกันจัดขึ้น

 ทั้งนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพายัพ  กลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่ และภาคประชาชนในจ.เชียงใหม่ เข้าร่วมกว่า 50 คน  เวทีช่วงแรกเปิดให้นักศึกษาและประชาชน ได้สะท้อนประเด็นปัญหา ความต้องการ มุมมอง ที่มีต่อการเมืองไทย นักการเมืองไทย รวมทั้งนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ จากนั้นช่วงท้ายได้เปิดให้นักการเมืองที่เข้าร่วมเวทีครั้งนี้ได้ตอบคำถามที่ภาคประชาชนต้องการรับทราบ ทั้งด้านการศึกษา การให้ความสำคัญกับผู้พิการ  การสร้างความปรองดองในประเทศชาติ ฯลฯ

 นายสุริยา แสงแก้วฝั้น หรือน้อง"เยล" ผู้พิการจากโรคกล้ามเนื้อเกร็ง และนักศึกษาปี 1  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เคยถูกเผยแพร่ชีวิตต้องสู้พร้อมกับเพื่อนๆผู้พิการ ในร่างการ"คนค้นตน" กล่าวว่า อยากให้พรรคการเมืองและนักการเมืองมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับผู้พิการ และให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้พิการ เพื่อให้ทัดเทียมกับคนปกติ

 พล.อ.พิชาญเมธ กล่าวว่า   รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญต่อการศึกษา ซึ่งรวมถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ปัญหาทุกอย่างที่สะท้อนในเวทีนี้มีอยู่ในข้อบังคับกฎหมายอยู่แล้วแต่ไม่มีการบังคับใช้จริงจัง หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งจะเข้าไปดูแลเรื่องนี้

 ดร.สุรพงษ์ กล่าวว่า  พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ให้ความสำคัญกับนโยบายด้าการศึกษาโดยเฉพาะ จึงมีแนวคิดใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้ในการศึกษาหาความรู้ข้อมูลจากเทคโนโลยีและสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ ตั้งแต่ระดับชั้น ม. 1 - 6  นอกจากนี้จะจัดสรรงบประมาณในสัดส่วน 2% ต่อจีดีพี เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศให้ดีขึ้น
 
 นายยงยุทธ กล่าวว่า  พรรครักษสันติเน้นการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศ  แม้ที่ผ่านมาจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศค่อนข้างมาก หากมีโอกาสเป็น ส.ส. จะรับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อนำจุดดีที่สุดไปผลักดันให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป

ธงแดงระบาดทั่วเมืองลำพูน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจในพื้นที่จังหวัดลำพูน พบว่าเริ่มมีการติดธงแดงตามหน้าบ้าน เสาไฟฟ้าริมทาง ต้นไม้ ด้วยขนาดธงใหญ่และเล็กระบาดทั่วลำพูน และยังมีรถรับจ้าง มอเตอร์ไซด์ รถส่วนบุคคลนิยมผูกริบบิ้นแดงผ้าแดงด้วยเช่น พร้อมกับติดสติ๊กเกอร์ นปช.แดง ติดเกลื่อนเมืองลำพูน เช่นกัน ขณะที่จากการลงพื้นที่ไปทั่วๆ เขต1 อ.เมือง บ้านธิ และ อ.แม่ทา ยังพบว่าบางหมู่บ้านมีการติดธงประปราย 20-30 % บางหมู่บ้านไม่มีการติดธงทั้งหมู่บ้านคาดว่าหลังจากนี้ใกล้วันเลือกตั้งคงจะมีการติดธงเพิ่มขึ้นอีก และไม่เพียงแต่ติดธงแดงเท่านั้น ยังพบว่ามีการจำหน่ายและสวมเสื้อยืดสีแดงและขาวรูปยิ่งลักษณ์อีกด้วย

ชาวพรหมพิราม2พันฟังยิ่งลักษณ์เขียนผ้าแดงยาว11เมตร

 ที่ลานเอนกประสงค์ หน้าสภ . พรหมพิราม จ . พิษณุโลก เวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย เขต 2 พิษณุโลก มีชาวอำเภอพรหมพิราม และกลุ่มเสื้อแดงมารอฟังน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย  กล่าวปราศรัยร่วม 2,000 คน โดยนายนพพล เหลืองทองนารา ผู้สมัครส.ส.เพื่อไทยเขต 2 พิษณุโลก นายสุชน ชามพูนท อดีตส.ส.อาวุโสหลายสมัยของพิษณุโลกได้กล่าวปราศรัยบนเวที โดยนายนพพล เหลืองทองนารา ผู้สมัครส . ส . เพื่อไทยเขต 2 พิษณุโลก ได้นำผ้าแดงขนาดความยาว 11 เมตร ความกว้าง 1 เมตร มาให้ผู้ที่มาร่วมฟังปราศรัยได้เขียนสิ่งที่ชาวอ . พรหมพิรามต้องหา เช่น อยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

 ขบวนของ น .ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาถึงเวทีปราศรัย อ.พรหมพิราม ในเวลา 15.30 น.และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวอำเภอพรหมพิรามมาคอยมอบดอกไม้และพวงมาลัยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาประมาณ 15 นาที กล่าวปราศรัยกับชาวอำเภอพรหมพิราม ระบุว่า ถ้ารักทักษิณ ก็ขอให้รักยิ่งลักษณ์และเลือกพรรคเพื่อไทย เข้าไปบริหารประเทศ

 จากนั้นได้เดินทางเข้าตัวเมืองพิษณุโลกเพื่อเตรียมปราศรัยในเวทีเขตเลือกตั้งที่ 1 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก ช่วย น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท ผู้สมัครส.ส.เพื่อไทยเขต 1

"เสธ.หนั่น"นำขบวนจักรยานปรองดองหาเสียง

 เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวภายหลังตระเวนหาเสียงย่านเยาวราช-ปากคลองตลาด ว่าเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้รักษาบรรยากาศของการเลือกตั้งด้วยการยึดแนวทางปรองดอง และขอให้เดินหน้าหาเสียงกันอย่างเต็มที่ โดยหลังการเลือกตั้งตนจะเป็นตัวกลางเชิญพรรคการเมืองคู่ขัดแย้งมาเจรจากันเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ

 นอกจากนี้พล.ต.สนั่นยังกล่าวอีกว่า ช่วงโค้งสุดท้ายหัวคะแนนไม่ควรทุ่มเทให้นักการเมืองมากจนลืมคิดถึงความปลอดภัย ส่วนมือปืนก็ควรหยุดพักผ่อนกลับบ้านไปได้แล้ว

 พล.ต.สนั่น ยังกล่าวถึงกรณี กกต.เดินทางไปต่างประเทศช่วงนี้ด้วยว่า เป็นเรื่องปกติของการทำหน้าที่ คงไม่มีนัยะอื่นแอบแฝง ซึ่งตนเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นตามกำหนด

 ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ จะจัดปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 23 มิ.ย. ที่แยกราชประสงค์ พล.ต.สนั่นแสดงความเห็นว่า ไม่น่ากระทบกับการสร้างความปรองดอง เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองต้องหาคะแนนเสียงสนับสนุน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องชี้แจงกันไป ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ยังมั่นใจแนวการหาเสียงที่ทำมา เพราะทุกครั้งที่ลงพื้นที่ก็มีประชาชนสนับสนุน ซึ่งเรายังยึดมั่นหลักการปรองดองที่ใช้ชูเป็นนโยบายหาเสียง โดยวันที่ 21 มิ.ย.พรรคก็มีกำหนดปราศรัยด้วย ส่วนเรื่องโพลล์สำรวจความเห็นระบุพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนนิยมตามหลังพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้มีส่วนที่จะใช้ตัดสินใจในการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด เวลานี้ตั้งใจทุ่มเวลากับการหาเสียงดีกว่า เลือกตั้งแล้วค่อยพูดถึงการตั้งรัฐบาล

 สำหรับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัต รอดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะกลับเมืองไทยในช่วงปลายปีนี้พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปได้เพราะคงต้องการมางานแต่งงานของบุตรสาว แต่จะเป็นไปได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับรัฐบาลหลังเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.

 ผู้สื่ิอข่าวรายงาน ในการหาเสียง พล.ต.สนั่น ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ได้หาเสียงโดยมี ขบวนจักรยานปรองดองสีชมพู และขบวนถือป้ายพร้อมรถติดเครื่องขยายเสียง ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงกับประชาชน โดยเริ่มจากซุ้มประตูมังกรผ่านถนนเยาวราช คลองถม สำเพ็ง เรื่ิอยไปจนถึงปากคลองตลาด