ข่าว

จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทย5แก้“ดีแต่พูด”

จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทย5แก้“ดีแต่พูด”

19 มิ.ย. 2554

"มาร์ค" เขียน "จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ" ตอนที่ 5 ผ่านเฟซบุ๊ค แจงข้อกล่าวหา "ดีแต่พูด" เป็นกลยุทธ์ฝั่งตรงข้าม เหน็บพวกพูดไม่ทำคือ คนที่บอกหากมีเสียงปืนจะมายืนแถวหน้าแต่กลับไปชอปปิ้งที่ปารีส ส่วนพวกที่ทำจริงคือพวกประกาศล่วงหน้าให้มาเผา

เมื่อเวลา 17.36 น.วันที่ 19 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่บทความ "จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ 5" ผ่านทางเฟซบุ๊ค "Abhisit Vejjajiva"  โดยในตอนนี้เนื้อหาเป็นการชี้แจงข่าวกล่าวหาเรื่องดีแต่พูดโดยระบุว่า  

           นอกจากเรื่อง 91 ศพแล้ว วาทกรรมที่ฝ่ายตรงข้ามผมสร้างขึ้นเพื่อเป็นกระแสก็คือ “ดีแต่พูด”

            ผมเข้าใจดีว่านี่คือกลยุทธของฝ่ายตรงข้าม เพราะนอกจากจะพยายามปิดกั้นไม่ให้ผมลงพื้นที่ในหลายพื้นที่แล้ว ก็ไม่ต้องการให้ผมสื่อสารกับประชาชน หาทางลดความเชื่อถือของการให้ความจริงและการใช้เหตุผลของผม อธิบายถึงปัญหา แนวคิด นโยบาย และผลงานของรัฐบาล

            กระบวนการนี้เริ่มจากการให้คนเสื้อแดงไปชูป้ายที่งานวันแรงงานที่องค์กรเอกชนจัดขึ้นเพื่อให้ ส.ส.เพื่อไทยเอาไปขยายผลในสภาและการสร้างกระแส  ผมเองก็หวังว่าผู้เกี่ยวข้องและประชาชนจะมองทะลุกลยุทธ์นี้ และมองเห็นความเป็นจริง  เพราะที่จริงวันที่เขาเชิญผมไปร่วมงานก็เพราะรัฐบาลนี้ “ทำจริง” ในเรื่องแรงงานมาตลอด 2 ปีกว่า ทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคม เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบเข้ามาสู่ประกันสังคม แก้กฎกระทรวงให้รับคนพิการเข้าทำงานมากขึ้น รวมทั้งเตรียมปฏิรูประบบประกันสังคมและค่าจ้างที่มีการเพิ่มขึ้นไปแล้ว และจะขึ้นต่อไป รวมไปถึงการประกาศค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานเป็นครั้งแรก

            ผมเขียนเรื่องนี้ระหว่างเดินทางกลับจากอินโดนีเซีย เพราะไทยได้รับความไว้วางใจจาก World Economic Forum ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WEF ในเอเชียตะวันออกในปีหน้าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

            ถือเป็นรูปธรรมในการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศ หลังจากสภาวะรัฐล้มเหลว เมื่อผมเข้ามา และหลังจากที่มีคนทำลายภาพลักษณ์ของประเทศด้วยการล้มประชุมอาเซียนและเผาบ้านเผาเมือง ระหว่างที่เดินทางมาครั้งนี้ ผู้นำทั้งภาคธุรกิจและการเมืองต่างยอมรับถึงความสำเร็จของการบริหารเศรษฐกิจไทยในเวลา 2 ปี

            เปลี่ยนการหดตัวทางเศรษฐกิจมาเป็นการขยายตัวเกือบ 8% สูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน

            เปลี่ยนการส่งออก ท่องเที่ยวที่ติดลบ เป็นการส่งออกและท่องเที่ยวที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์

            ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาได้โดยคนไม่ตกงานเป็นล้าน แต่ตอนนี้อัตราการว่างงานไม่ถึง 1% ต่ำที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

            รักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งขึ้นไปเกือบ 30%

            ไม่ได้สร้างภาระหนี้ในประเทศ ตรงกันข้ามกับวาทกรรมว่า “เก่งแต่กู้” เพราะหนี้สาธารณะ / รายได้ประเทศ กำลังลดลงมาอยู่ระดับต่ำกว่า 40% ต่ำกว่าปลายรัฐบาลทักษิณด้วยซ้ำ

            ถ้าไม่ต้องทำงาน  ดีแต่พูด  แล้วทำสิ่งเหล่านี้ได้  ชีวิตผมคงสบายกว่านี้มาก

            ผมยังแปลกใจว่า ถ้าคำว่าดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วไม่ทำ คนที่มากล่าวหาผมกล้าดีอย่างไร

            บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่เคยสนใจเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ภายใน 99 วัน นับตั้งแต่ผมทำงาน ผมให้เบี้ยยังชีพไปถึงผู้สูงอายุถ้วนหน้า

            บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่เอาจริงเรื่องเรียนฟรี แต่ภายใน 99 วัน ผมมีเงินส่งถึงมือผู้ปกครองเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และตำราเรียน

            บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่ให้ค่าตอบแทน อสม. แต่ผมมาดำเนินการใน 99 วัน

            ทั้ง ๆ ที่นโยบายเหล่านี้นักการเมืองแทบทุกพรรค “พูด” มาช้านาน

            แต่ถ้าดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วทำไม่ได้

            โครงการ Elite Card (ที่ว่าจะหาเงิน 1 ล้านล้านบาท) ค้าปลีกเข้มแข็ง  SPV  วัวล้านตัว ฯลฯ ที่ล้มเหลว เข้าข่ายไหม

            เหมือนกับที่พูดว่าจะขึ้นค่าแรง 300 บาททันทีทั่วประเทศ ไม่สนใจว่าธุรกิจจะอยู่ได้ไหม หรือจะใช้เงินเป็นแสนล้านเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์แจกเด็กคนละเครื่องโดยไม่ขึ้นภาษี  ไม่กู้เพิ่ม

            หวังว่าประเทศนี้จะไม่ต้องพิสูจน์ว่า “ดีแต่พูด” แน่นอน

            และถ้าหากว่า ดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วไม่ทำ

            ใครล่ะที่หลอกพี่น้องเสื้อแดงว่า ให้มาชุมนุมเยอะ ๆ เสียงปืนดังขึ้นเมื่อไหร่จะมายืนแถวหน้า แต่กลับไปช้อปปิ้งอยู่ปารีส

            แต่ก็มีหลายคนที่ผมเสียดายว่า ไม่ดีแต่พูด แต่ทำจริง

    พวกที่ประกาศล่วงหน้าให้มา “เผา” ไงครับ