
ผบ.ตร.จี้คดียิงสุบรรณ-มือยิงคนพท.มอบตัว
'ผบ.ตร.' ส่ง 'ภาณุพงศ์' เร่งรัดคดียิง"สุบรรณ" ชี้มีความคืบหน้าพุ่งเป้าประเด็นการเมือง เผยผู้สมัครขอกำลังคุ้มกัน 371 ราย รองประธานสภาอบต.บ้านใหม่มอบตัวยิงกองเชียร์พท.ยันไม่ได้เป็นหัวคะแนน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ.10) ในฐานะผู้กำกับการ ศรส.ลต.ตร. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมคอนเฟอเร้นเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งกับทุกกองบัญชาการ
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์การเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ที่จะถึงนี้ บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งของทุกพรรคการเมืองเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่ละพรรคต่างงัดกลยุทธทุกรูปแบบมาเพื่อขอคะแนนเสียง จึงได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และมีมาตรการในการป้องกันเหตุต่างๆอย่างรัดกุมมากขึ้น และให้ดูแลเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีของฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีมากขึ้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมเรื่องร้องเรียน เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ทราบ เพื่อ กกต.จะได้พิจารณาความผิดต่อไป
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าคดีนายสนองพจน์ อยู่เล็ก รองประธานสภา อบต.บ้านใหม่ จ.อยุธยา จ่อยิงนายรังสรรค์ อันทสุทธิ์ หัวคะแนนพรรคเพื่อไทย จ.พระนครศรีอยุธยา จนเสียชีวิตว่านั้นมีการรายงานเข้ามาว่า นายสนองพจน์ ได้ติดต่อมาขอมอบตัวกับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเวลา 14.00 น. อย่างไรก็ตามตนเองได้กำชับทางผบก.จังหวัดและผบช.ภ.ในการป้องกันเหตุร้ายเหตุรุนแรงและหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นในพื้นที่ใด ทาง ผบก.จังหวัด หรือ ผบช.ภาค จะต้องเร่งดำเนินการตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้
“ส่วนคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือนายกเจี๊ยบ อบจ.จังหวัดลพบุรี และหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยนั้นได้สั่งการให้ พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดสืบสวน เร่งรัดคดีนี้แล้ว ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร พุ่งเป้าไปที่ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองแต่ยังไม่มีการตัดประเด็นอื่นทิ้ง ทั้ง ปมความขัดแย้งส่วนตัว รวมถึงความขัดแย้งด้านธุรกิจ เพราะอาจมีการสวมรอยช่วงเลือกตั้งเข้ามาก่อเหตุ”ผบ.ตร.กล่าว
ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า มาตรการหนึ่งที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับดูแล คือเรื่องการดูแลบัตรเลือกตั้งก่อนนับคะแนน โดยบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ เมื่อปิดหีบเลือกตั้งแล้ว จะนำบัตรไปเก็บไว้ที่สำนักงานเขต ส่วนต่างจังหวัดบางแห่งจะเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ ทั้งนี้ ในส่วนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ประสานขอเก็บบัตรเลือกตั้งได้ที่สถานีตำรวจนั้น ทางตำรวจขอให้ กกต.ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย คือ กกต. ตำรวจพื้นที่ และฝ่ายปกครอง เพื่อรับผิดชอบสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งร่วมกัน
ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในการขนส่งบัตรเลือกตั้งนั้น ในวันที่ 20 มิ.ย.จะเริ่มทยอยขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าตามเขต 9 เขตในพื้นที่ กทม.และเขตต่างๆ ในปริมณฑล โดยตลอดเส้นทางการขนส่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง ส่วนในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด จะขนส่งให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ทางศูนย์ได้กำชับไปยังตำรวจทุกพื้นที่ ต้องพยายามสแกนในพื้นที่ของตนเองอย่างละเอียด เพราะว่าการแข่งขันของผู้สมัครแต่ละพรรค จะเพิ่มการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น
พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ส.ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองความปลอดภัย 371 ราย โดยทาง ศรส.ลต.ตร.ได้จัดเจ้าหน้าที่ จำนวน 776 นายเข้าไปช่วยดูแล ส่วนการทำลายป้ายหาเสียง พบว่าในรอบวันที่ผ่านมามีการทำลายป้ายหาเสียงน้อยที่สุด โดยเกิดเหตุ 23 ป้าย รวมป้ายหาเสียงถูกทำลายทั้งหมด จำนวน 1,884 ป้าย เป็นคดีจำนวน 58 คดี ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเผาป้ายหาเสียงได้ จำนวน 2 ราย ราย ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี และที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้เผาป้ายหาเสียงนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาวางเพลิงด้วย
“สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังมีพบว่ามีการลดจำนวนลงจาก 67 เขต เหลือ 63 เขต ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สามารถลดพื้นที่เฝ้าระวังลงนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีกระบวนการหาข่าว และกระบวนการตัดความรุนแรง โดยมีการเจรจาระหว่างฝ่ายที่ขัดแย้งกันมากขึ้น โดยเขตที่ลดลงได้แก่ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 การกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งพบว่ามี 12 คดี มีการกระทำผิดทางกฎหมายอาญา 26 คดี กรณีร้องเรียนการวางตัวไม่เป็นกลาง 12 คดี”พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าว
ตำรวจสอบปากคำแท็กซี่เห็นเหตุการณ์เพิ่ม
พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า สำหรับข้อมูลของตัวคนร้ายที่ยิงนายสุบรรณนั้น หลังจากสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ พบว่ามีความเห็นตรงกันกับที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทั้งรูปร่างหน้าตารูปพรรณสัณฐานตามที่ได้ให้ข่าวไปแล้ว ส่วนเส้นทางหลบหนีคือหลังจากก่อเหตุคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีไปทางถนนราชดำเนินกลาง มุ่งตรงไปยังสี่แยกคอกวัวก่อนที่จะหลบหนีไปในที่สุด
"อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นของวันนี้ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จะส่งพนักงานขับรถแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์มาให้สอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งแท็กซี่ดังกล่าวเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ด้วย แต่เนื่องจากพยานยังไม่มีความมั่นใจมากนักจึงต้องสอบสวนด้วยความละเอียดต่อไป" พ.ต.ท.ณฐกร กล่าว
"สมชัย"ชี้คดียิงหัวคะแนนภท.ให้ตร.จัดการ
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีการลอบยิงนายสุบรรณว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะสอบสวน เพราะมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาจไม่ใช่การฆ่ากันเพราะการเลือกตั้งเสมอไป ซึ่งความชัดเจนคงต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ก่อน อย่างไรก็ตาม อยากให้สื่อช่วยกันประคับประคองการเลือกตั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งอาจไม่ใช่สาเหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จึงอยากให้การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความเรียบร้อย สุจริตเที่ยงธรรม
"การเลือกตั้งครั้งนี้ อยากให้ประชาชนมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้เสียงเหล่านั้นเป็นประชามติ ที่เหมือนกับเสียงสวรรค์ ที่สำคัญเสียงสวรรค์จะต้องดังอยู่ในคูหาเลือกตั้ง ไม่ใช่ดังอยู่บนท้องถนน เพราะเสียงที่ดังอยู่บนท้องถนน อาจกลายเป็นเสียงนรกก็ได้" นายสมชัยกล่าว
รองประธานสภาอบต.บ้านใหม่มอบตัวยิงกองเชียร์พท.
เมื่อเวลา 14.30 น.นายสนองพจน์ ได้เข้ามอบตัวกับนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และ พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ประสานให้เข้ามอบตัวกรณีตกเป็นผู้ต้องหายิงนายรังสรรค์กองเชียร์ของพรรคเพื่อไทย เมื่อเย็นวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นายสนองพจน์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนทำร้ายนายรังสรรค์ เนื่องจากเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และมีเรื่องส่วนตัวเรื่องก่อสร้าง ในวันเกิดเหตุตนผ่านเข้าไปเห็นนายรังสรรค์กับเพื่อนนั่งอยู่ จึงเข้าไปทักทาย ปรากฏว่า นายรังสรรค์ ได้พูดแซวตนเรื่องเป็นหัวคะแนน แต่ตนบอกว่าไม่ได้เป็น จึงเกิดการพูดแซวไปมา จนนายรังสรรค์ลุกมาชกหน้าตน ตนด้วยความโมโหจึงใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมายิงใส่ไป 1 นัด
การมามอบตัวเนื่องจากไม่ต้องการให้จังหวัดได้รับความเสียหายเรื่องบรรยากาศการเลือกตั้ง เนื่องจากตนก็เป็นผู้นำท้องถิ่น เห็นใจข้าราชการผู้ใหญ่ และ ตนก็ไม่ได้เข้าไปหาเสียง วันเกิดเหตุมีผู้สมัครอีกกลุ่มมาหาเสียงอยู่อีกซอย ตนก็ไม่ได้ไปเดินหาเสียง แต่ก็รู้จักกัน จึงอยากจะบอกว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้สมัครรายใด หลังจากนั้น จนท.ได้ควบคุมตัวนายสนองพจน์ เอาไว้สอบปากคำ
นายวิทยา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่แน่ชัดว่าไม่ได้มาจากเรื่องของการหาเสียงหรือการเมือง ซึ่งตนเองก็ไม่อยากทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเสียหาย อยากให้ประชาชนไปใช้สิทธ์กันมากๆ
ด้าน พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.ภจว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การที่นายสนองพจน์ มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และนายสนองพจน์ก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประกันตัว และไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะได้รับสารภาพหมดแล้ว ซึ่งการดำเนินคดี การทำแผน หรือ การประกันตัวต้องอยู่กับผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป



