
ปชป.ประณามแดงถ่อย-เถื่อนป่วนมาร์ค
ปชป."ประณามแดงพฤติกรรมดิบ ถ่อย เถื่อน ขวาง "อภิสิทธิ์" หาเสียงที่ปากน้ำโชคยังดีไร้เหตุรุนแรง " จี้"ยิ่งลักษณ์"ดูแลด่วน ชวรัตน์ชี้"ทักษิณ"กลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว
(19มิ.ย.) ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อช่วยน.ส.สรชา วีรชาติวัฒนา เขต 2 หาเสียง และถูกกลุ่มคนเสื้อแดงป่วนตามสุดต่างๆ โดยเวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปกล่าวปราศรัยยังตลาดแพรกษา อ.เมือง กล่าวขอบคุณประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ จนทำให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้
"วันนี้ได้จัดนโยบายเรื่องการเรียนฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรื่องการประกันรายได้เกษตรกร มาให้ประชาชน ทำให้พี่น้องเกษตรกรสามารถปลดหนี้ได้ ตนทราบดีว่าขณะนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าราคาแพง แต่เราได้มีการเตรียมงบประมาณเพื่อเพิ่มค่าแรงให้กับประชาชน รวมทั้งยืนยันว่าจะตรึงราคาแก๊สหุงต้ม ทั้งนี้ กรณีที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาต้อนรับตนในจุดต่างๆ" นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า
ตนคิดว่าไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อสีอะไรก็เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีคนข่มขู่ตนอย่างไร ตนก็ทำงานด้วยความอดทน อดกลั้น เพราะตนเชื่อว่าความอดทน อดกลั้น จะนำพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้ หลายคนบอกว่าต้องสู้ ต้องทำดี ไม่ให้ท้อถอย ตนยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สู้เพื่อตนเอง ฉะนั้น ก็สู้ไม่ถอย ไม่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะเรียกร้องอะไร หากพรรคประชาธิปัตย์ทำให้ได้ก็จะทำ แต่ตนยืนยันว่าประเทศไทยเป็นของคนทุกสีเท่าเทียมกัน เราจะไม่ปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดมายึดบ้านเมืองโดยตลอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนเมื่อเวลา 11.00 น. หลังจากที่ตระเวนหาเสียงในตลาดต่างๆรอบเทศบาลสำโรงเหนือ คณะของนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปที่ตลาดสดเอี่ยมเจริญ บริเวณเทศบาลตำบลสำโรงเหนือ ซึ่งเป็นตลาดแห่งสุดท้ายที่คณะของนายอภิสิทธิ์หาเสียง ซึ่งในที่แห่งนี้ก็เหมือนกับที่อื่นๆที่มีทั้งประชาชนผู้ให้กำลังใจและกลุ่มต่อต้านที่ต่างด่าทอและถือป้ายต่อว่านายอภิสิทธิ์
อย่างไรก็ตามที่แห่งนี้กลับมีเหตุวุ่นวายที่สุด เพราะกลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ได้มายืนชูป้ายข้อความประชันกัน และเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ระหว่างกองเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหมดในละแวกได้พยายามรวมตัวกันบริเวณตลาดสดเอี่ยมเจริญประมาณ 200 คน เพื่อชูป้ายและตะโกนขับไล่นายอภิสิทธิ์แ ละดักรอให้นายอภิสิทธิ์เดินมาถึงบริเวณรวมตัว จนเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยได้ประเมินว่าสถานการณ์ไม่น่าปลอดภัย จึงได้หยุดการเสียง เมื่อเวลา 11.25 น . และนายอภิสิทธิ์ได้เดินทางกลับมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ทันที ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
"ปชป."ประณามแดงพฤติกรรม"ดิบ ถ่อย เถื่อน"
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมตามโห่ขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างการหาเสียงตามที่ต่างๆ รวมถึงที่จ.สมุทรปราการเมื่อเช้าวันนี้( 19 มิ.ย.) พรรคขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาแสดงภาวะผู้นำที่แท้จริงในการปรามและประณามพฤติกรรม“ดิบ-ถ่อย-เถื่อน”ของกลุ่มคนเหล่านี้ ส่วนจะนำหลักฐานบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุก่อนร่วมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์หาเสียงว่า ขอดูรายละเอียดจากหลักฐานภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน
ด้าน นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้ทำให้เห็นว่ามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าเพื่อสร้างสถานการณ์ และเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประชาชน รวมถึงกระตุ้นปฏิกิริยาของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้เกิดความขัดแย้งกันเอง
หวั่นหมู่บ้านเสื้อแดงป่วนก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง
นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดถึงแผนการสร้างความปรองดองในหลายวาระ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่มีการคุกคามกระบวนการยุติธรรม และอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกใส่ร้ายนั้น ตนขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะคำให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ต่อสื่อต่างประเทศ ระบุว่าเงินที่ศาลยึดไปเป็นเงินที่ไม่ชอบ และเป็นเงินที่รัฐบาลขโมยมาจากพ.ต.ท.ทักษิณ จึงขอย้ำว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ กรณีการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นจำนวนมากนั้น ขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบว่าได้ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศหรือไม่ เพราะตอนนี้มีขบวนการใต้ดินของกลุ่มนี้ที่สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งน่าวิตกกังวลว่าอีก 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง จะเกิดเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดความวุ่นวาย
ผิดหวัง"ยิ่งลักษณ์"หนีขึ้นเวทีดีเบตพีเน็ต
นพ.บุรณัชย์ กล่าวถึงกรณีที่มูลนิธิองค์การกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต)จัดเวทีดีเบตระหว่างหัวหน้าพรรคการเมือง 6 พรรค ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม และพยายามที่จะส่งตัวแทนที่ไม่ใช่ผู้สมัครส.ส.หรือกรรมการบริหารพรรคมาเข้าร่วมแทน ว่า พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกผิดหวังที่ประชาชนจะไม่ได้รับฟังวิสัยทัศน์ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีคุณสมบัติที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ขึ้นเวทีของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายครั้ง และมีคนของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในอันดับต้นๆ เช่น ชื่อนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ภรรยาของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดง เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นคำถามต่อพรรคเพื่อไทยว่าให้คนเหล่านี้เข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนได้อย่างไร
พท.จัดเสนาจำนำขข้าวใช้งบสามเเสนล้าน
เมื่อเวลา 10.00 น. พรรคเพื่อไทยจัดเสวนาออนไลน์ เรื่อง ” ผลดีผลเสียนโยบายการรับจำนำ - ประกันต่อเศรษฐกิจไทย ” โดยมีนายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย , นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.พาณิชย์ , นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ ผู้สมัครส.ส.กทม. และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคร่วมเสวนา
นายวัฒนา กล่าวว่า การเพิ่มราคาข้าวจากปัจจุบันที่ 8,000 - 9,000 บาทต่อตันนั้น พรรคกำหนดราคาไว้ที่ 15,000 บาท สภาพการค้าขายและส่งออกนั้น ผู้ส่งออกจะมีสต็อกในมือที่จำนำไว้กับธนาคาร แม้ราคาข้าวจะเพิ่มขึ้น ก็ไม่มีผลกระทบกับผู้ส่งออกเพราะผู้ส่งออกจะขายสต็อกเก่า และซื้อของใหม่เข้ามา สิ่งที่ผู้ส่งออกได้รับคือราคาที่เพิ่มขึ้น และจะมีกำไรจากเงินตราต่างประเทศ หากขายข้าวเปลือก 30 ล้านตันกับราคาที่พรรคระบุไว้ จะมีเงินเข้าประเทศไม่น้อยกว่าปีละ 1.2 แสนล้านบาท
นายวัฒนา กล่าวว่า ส่วนการเปลี่ยนแปลงนโยบายข้าวของรัฐบาลนี้นั้น ราคาข้าวที่ตกลงมาทำให้ประเทศไทยที่เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในการส่งออกข้าวนั้น โลกจะมองว่าผลกระทบเป็นอย่างไร สิ่งที่เห็นจากธัญพืชตัวอื่นๆที่ราคาขยับขึ้นร้อยละสามสิบ แต่ราคาข้าวกลับไหลลงและนิ่ง ทำให้โลกไม่มั่นใจนโยบายข้าวของไทย และไปซื้อจากเวียดนามที่ราคาเสถียรกว่าไทย หากถามว่า การตั้งราคา 15,000 บาทนั้น โอเวอร์หรือไม่ นั้น ขอเรียนว่าเพราะความจริงราคาข้าวควรอยู่ที่ 15,000 บาท แต่ราคาไหลลง เพราะวิธีการจัดการแบบไม่มีประสิทธิภาพและไม่เข้าใจ ฉะนั้นนโยบายพรรคจะกระตุ้นเศรษฐกิจและต้องเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 2 แสนล้านบาทต่อปี
นายโอฬาร กล่าวต่อว่า นโยบายข้าวของพรรคจะใช้โครงการบัตรเครดิตเกษตรกรและจำนำแบบขายฝาก 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้ระบบเครดิตและไม่มีการตัดงบประมาณของประเทศมาจ่าย โดยจะให้สินเชื่อ 10,500 บาทแก่เกษตรกรที่จะนำไปซื้อปัจจัยการผลิตข้าวในฤดูกาลนั้น เมื่อครบหกเดือนต้องนำข้าวที่จดทะเบียนไว้มาขายกับธกส.และองค์กรคลังสินค้าที่จะรับซื้อในราคาที่พรรคระบุไว้ ตัวเลขที่คำนวณไว้นั้นคือ ชาวนาที่มีพื้นที่ 30 ไร่ ผลิตข้าวได้ 20 ตัน รายได้สุทธิจะเพิ่มจาก 6.6 หมื่นบาท มาเป็น 1.3 แสนบาท รายได้สุทธิของชาวนาจะเพิ่มทันทีในห้าเดือนข้างหน้าหากพรรคได้เป็นรัฐบาล ส่วนพ่อค้าผู้ส่งออกจะได้สินเชื่อจากธนาคารรัฐและเอกชนที่จะมาซื้อข้าวที่จะขายต่อไปจาก 490 ลดอลลาร์เป็น 750-800 ดอลลาร์ต่อตัน
นายโอฬาร ยังกล่าวว่า ราคาอาหารและธัญพืชในตลาดโลกนั้น เมื่อมีปัญหาโลกร้อน ผลผลิตของโลกจะลดลง แต่ประเทศไทยตั้งอยู่ในสุวรรณภูมิที่ไม่มีผลกระทบมากนัก ตอนที่ตนเป็นรองนายกฯราคาข้าวอยู่ที่ 12,000 บาท วันนี้ลดลงเหลือ 8,000 - 9,000 บาท ขอถามว่า ทำไมราคาข้าวลดลงร้อยละสามสิบ แต่ราคาธัญพืชอื่นๆในตลาดโลกคือข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำตาล เพิ่มขึ้นร้อยละสามสิบ ทำให้วันนี้ชาวนาไทยเสียรายได้ไปร้อยละห้าสิบแล้ว พรรคต้องการกระจายรายได้ นโยบายคือ เกษตรกรไทยต้องได้รับราคาพืชผลที่สอดคล่องกับตลาดโลกและเป็นธรรม จึงเป็นที่มาของนโยบาย 15,000 บาท
นายโอฬาร กล่าวต่อว่า ในส่วนของราคาข้าวในประเทศพรรคเพื่อไทยจะทำให้ราคาข้าวสาร 5 เปอร์เซ็นต์ คุณภาพเสาไห้ถุงละ 5 กิโลมีราคาขายปลีกไม่เกิน 120 บาท ซึ่งราคาในปัจจุบันอยู่ที่ถุงละ 100 - 110 บาท จะเห็นได้ว่าราคาข้าวไม่แตกต่างกันมากแม้ว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะขึ้นราคารับจำนำข้าวที่เกวียนละ 15,000 บาท และ 20,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายที่เกิดจากกลไกบริหารจัดการผ่านองค์กรคลังสินค้านั้นยอมรับว่าอาจจะขาดทุนนิดหน่อยแต่ถือเป็นรายจ่ายของรัฐบาลที่ให้ประชาชนได้ซื้อข้าวในราคาที่ถูก ไม่ใช้นำเงินไปให้ต่างประเทศซื้อข้าวไทยในราคาถูกเหมือนที่รัฐบาลชุดนี้ทำ
นายโอฬาร กล่าวอีกว่า หากเกษตรกรไม่สามารถผลิตข้าวได้ตามจำนวนที่จำนำไว้ โดยมีสาเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติจนทำให้ไม่มีเงินคืนค่าบัตรเครดิตที่นำไปซื้อปัจจัยการผลิตได้ พรรคเพื่อไทยมีทางแก้ไขผ่านนโยบายให้การประกันภัยพืชผลโดยที่รัฐบาลเป็นผู้ออกเบี้ยประกันภัยพืชผล ซึ่งจะมีเงินชดเชยจากการประกันภัยพืชผลให้ชาวนาบางส่วน และในส่วนของธกส.ก็ยังจะให้สินเชื่อเครดิตการ์ดเกษตรกรต่อไปเพื่อให้นำไปใช้ในการลงทุนปีต่อไป รวมถึงอาจจะมีการพักการชำระหนี้ด้วย
ช่วงถัดมาได้มีการเปิดให้ตั้งคำถามผ่านระบบทวิตเตอร์กับเฟซบุ๊คของพรรค โดยคำถามคือแนวโน้มปรับปรุงคุณภาพข้าว นายไพโรจน์ กล่าวว่า ไทยมีข้าวหอมมะลิหลายพันธุ์ หากไม่มีการรับจำนำนั้น จะปรับปรุงคุณภาพข้าวไทยไม่ได้ แรงจูงใจที่พรรคจะทำคือเพิ่มราคาจำนำที่สูงกว่าข้าวปกติ คำถามต่อมาคือเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกรที่อาจมีกหนี้เสียจะแก้ไขอย่างไร นายโอฬารกล่าวว่า นโยบายนี้ของพรรคที่เกษตรกรนำไปรูดซื้อปัจจัยการผลิตนั้น สินเชื่อจะให้ไว้ไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของมูลค่าข้าวที่จะขายได้ หากจะมีหนี้เสียก็มาจากภัยธรรมชาติจนเกิดผลกระทบกับข้าว พรรคจะประกันภัยพืชผลให้ รัฐบาลจะออกเบี้ยประกันภัยให้ หากชาวนาประสบภัยธรรมชาติจนไม่มีข้าวมาขาย ชาวนาจะได้รับเงินชดเชยบางส่วนไป ธกส.จะอนุมัติพักหนี้และปล่อยสินเชื่อต่อไปเพื่อให้ชาวนานำไปลงทุนและนำมาจ่ายหนี้เก่า
คำถามต่อมาเกี่ยวกับการระบายสต็อกข้าวและกลุ่มที่จะได้เสียในเรื่องนี้คืออะไร นายวัฒนากล่าวว่า นโยบายพรรคดูแลเศรษฐกิจโดยรวม โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ ผู้ผลิตหมายถึงชาวนาที่กำหนดราคาไม่ได้ รัฐบาลจึงต้องเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพราะอำนาจต่อรองไม่เท่ากัน จึงต้องดูแลในการกำหนดราคาขายที่แน่นอน ส่วนโรงสีและผู้ประกอบการนั้นไม่ได้รับผลกระทบ ต่อมาคือผู้บริโภคในประเทศ และผู้ส่งออกนั้น นโยบายการขยับราคาข้าวขึ้นมาสองเท่านั้น เป็นเพราะราคาขายวันนี้มันโหล่ยโท่ย จนราคาข้าวตกลง ทำให้ชาวนาแบกโลกไว้ เวียดนามก็อยากขายข้าวแพงแต่ขึ้นราคาไม่เพราะไทยไปลดราคา ฉะนั้นอย่ากังวลว่าหากไทยขึ้นราคาแล้วจะขายข้าวไม่ได้ เพราะเวียดนามส่งออกข้าวได้หกล้านตันต่อปี ไทยขายได้สิบเจ็ดล้านตันต่อปี หากราคาข้าวเหมาะสมจะมีการปรับปรุงคุณภาพข้าวตามมา
คำถามต่อมา คือ หากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะนำนโยบายมาปฏิบัติอย่างไร นายโอฬาร กล่าวว่า หากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะดูแลระบบสินเชื่อครบสี่ฝ่าย โดยดำเนินการทันทีคือ ธนาคารรัฐแต้องร่วมจดทะเบียนชาวนาเพื่อออกบัตรเครดิตเกษตรกร โดยเริ่มขายข้าวนาปีในวันที่ 1 พ.ย.ในราคา 15,000 บาทต่อตัน จะมีการรับซื้อข้าวสิบล้านตัน คือ 1.5 แสนล้านบาท ส่วนโรงสีจะได้รับสินเชื่อ 1 แสนล้านบาทเพื่อมาซื้อข้าวจากการจำนำแบบขายฝาก 100 เปอร์เซ็นต์ หากราคาขึ้นเกินไปกว่าที่กำหนดชาวนาสามารถมาซื้อข้าวคืนได้ ส่วนพ่อค้าก็จะมีสินเชื่อ 1 แสนล้านบาทเช่นกัน พรรคกำหนดวงเงินหมุนเวียนเรื่องนี้ปีละสามแสนล้านบาท ด้านผู้บริโภคในประเทศ องค์การคลังสินค้าต้องดูแลการแปรรูปข้าว โดยบรรจุถุงละห้ากิโลกรัมราคาไม่เกิน 120 บาท เพื่อให้สอดรับการส่งออกตันละ 800 ดอลลาร์ หากเวียดนามทราบเรื่องนี้ก็จะมีความสุขเช่นกัน เพราะผู้นำตลาดโลกอย่างไทยจะเริ่มขายที่ราคาดังกล่าว และต้องตั้งสต็อกข้าวไทยขึ้นมาในสองปีคือสี่ล้านตันเพื่อช่วยตัวเองและชาวอาเชีย หลังจากที่รัฐบาลนี้ขายทิ้งขว้างไป พรรคจะดูแลแบบครบถ้วนและค้าขายแบบชาญฉลาด ตนแน่ใจว่าทำได้เพราะเคยทำมาแล้ว
“ชวรัตน”ลุยหลักสี่ช่วย“ศุภมาส”เดินตลาดท่าทราย
เมื่อเวลา 07.30 น . ที่ตลาดเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงนางศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 11 พรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการหาเสียงกับประชาชนที่เดินทางมาจ่ายตลาดในช่วงเช้า ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจและมอบดอกกุหลาบแดงให้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีหญิงสูงวัย 2 คนรุมหอมแก้มซ้ายขวาของนายชวรัตน์ อย่างไรก็ตามหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ช่วยแม่ค้าร้านข้าวแกงตักข้าวแกงขาย และแม่ค้าขนมห่อข้าวเหนียวหน้าสังขยา ตักบาตรพระสงฆ์ และให้เงินขอทานจำนวน 100 บาท
นอกจากนี้ในระหว่างการหาเสียงนายชวรัตน์ ได้เดินผ่านร้านขายข้าวแกงชื่อร้านข้าวแกง 4 ภาค แม่ค้าวัยกลางคนสวมเสื้อสีฟ้า ผ้ากันเปื้อนสีแดง ได้ขอพูดคุยกับนายชวรัตน์ โดยซักถามถึงนโยบายขายไข่ชั่งกิโลจะทำให้ไข่ราคาถูกลง เป็นนโยบายของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ใช่หรือไม่ ซึ่งนายชวรัตน์ และนายศุภชัยได้ชี้แจงว่า นโยบายดังกล่าวไม่ใช่นโยบายของนางพรทิวา หรือพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการมาและกระทรวงพาณิชย์ต้องปฎิบัติตาม อย่างไรก็ตามจะนำเรื่องดังกล่าวไปบอกนายกฯ ให้ จากนั้นนายชวรัตน์ได้ยื่นดอกกุหลาบแดงให้แม่ค้าคนดังกล่าว แต่แม่ค้าไม่รับและบอกว่า ตนเองแพ้ดอกไม้
ต่อมานายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ขณะนี้คะแนนเสียงของพรรคถือว่าดีขึ้น โดยได้เสียงต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของนางศุภมาสนั้นเป็นอดีต ส.ส.มาแล้ว จึงคิดว่า ความคล่องตัวรู้จักพื้นที่จะมากกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ เชื่อว่า ชาวบ้านจะให้ความไว้วางใจให้ความสนับสนุนเต็มที่ ส่วนพื้นที่อื่นๆ เสียงตอบรับเริ่มดีขึ้นมาก แต่เรื่องคะแนนนั้นต้องรอดูในวันเลือกตั้ง
นายชวรัตน์ ยังกล่าวการปรับยุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงว่า เราพยายามจะปรับปรุงเรื่อยๆ อันไหนที่เห็นว่า เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมีความเลื่อมใสมากขึ้นจะปรับไปทางนั้น
ชี้"ทักษิณ"กลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว
นายชวรัตน์กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงปลายปี ว่า ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ โดยในช่วงเช้าได้ฟังข่าวทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์น้องสาว พ.ต.ท. ทักษิณได้ออกมาปฏิเสธแล้ว อย่างไรก็ตามการที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุต้องการกลับมาร่วมงานแต่งบุตรสาว ก็ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน



