
'แพนดานัสฯ'จัดยาวสองอารมณ์
คำว่า "ได้อย่างเสียอย่าง" มิอาจบัญญัติไว้ที่นี่ หากใครก็ตามมีโอกาสก้าวเท้าเข้าไปทำความรู้จัก "แพนดานัส บาร์ บิสโทร (Pandanus Bar Bistro)" เพียงเพื่อสัมผัสกับความผ่อนคลาย หรือดื่มด่ำรสชาติหลากหลายที่สาวเจ้าของร้าน "หนึ่ง" วิลาสิณี วารีวนิช และ "มู่" สายฟ้
ด้วยเจ้าของตั้งใจให้เป็นมุมโปรดของหนุ่มสาวทำงานในเมืองหลวงที่นิยมแวะรายทางก่อนกลับถึงบ้าน ซึ่งสองอารมณ์ในความต่างที่ว่าเกิดขึ้นภายในตึกสองชั้นที่ถูกแบ่งสันปันส่วนอย่างชัดเจน พื้นที่สำหรับมื้อกลางวันด้านล่างเน้นความโปร่งสบายตาสไตล์วินเทจ แต่เพื่อไม่ให้ความว่างเปล่าของผนังรู้สึกน่าเบื่อจนเกินไปจึงเพิ่มสีสันด้วยลายเถาวัลย์ ใบไม้ ดอกไม้บนเก้าอี้บุนวมสีอ่อน สอดรับกับหมอนอิงสีหวานชวนให้เอนกายหลังเหน็ดเหนื่อยจากการกรัมงานหนักมาทั้งวัน
ขณะที่ชั้นสองรองรับคนอยากจัดยาว กินข้าวแล้วตบด้วยเครื่องดื่มซาบซ่า ออกแบบและตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีบาร์ยาวให้นั่ง แล้วระบายสีเข้มขรึมให้ดูลึกลับน่าค้นหา ก่อนจะเพิ่มลูกเล่นแปลกตาด้วยการจุดเทียนไขให้แสงเรื่อๆ ประมาณว่าเผื่อไว้สำหรับนัดเจอเพื่อนฝูงในบรรยากาศแฮงก์เอาท์สนุกๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลถือเป็นการยกเครื่องใหม่หมดจากของเดิมที่อยู่ร่วมกันมากว่า 6 ปี
แต่ที่ยังคงมัดใจใครไปใครมาเสมอต้องยกให้เสน่ห์ปลายจวักที่ส่วนใหญ่เจ้าของร้านลงทุนลงแรงปรุงแต่งด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่น หรืออิตาเลียนรสเด็ด แวะมาแล้วไม่อยากให้พลาดสั่งตามสเต็ป เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วย "พล่าแซลมอน" ชื่อไทยๆ แต่ใช้ปลาฝรั่งหน้าตาเลยสวยงามแบบฟิวชั่น เนื้อปลาสุกปานกลางแล้วปรุงรสค่อนข้างจัดเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด เป็นได้ทั้งกับแกล้มและกับข้าว มาคนละทางกับ "สลัดปูนิ่ม" ที่นอกจากจะเคี้ยวง่ายได้สุขภาพ ยังแปลกลิ้นกับซอสสองรสชาติที่คลุกเคล้ามา คือซอสสตรอเบอร์รี่ และซอสพริกที่มีส่วนผสมของมายองเนส
อุ่นเครื่องได้ที่ มาถึงพระเอกของร้าน "ครีมซอสไข่กุ้งแม่น้ำ" เส้นลิงกุยเน่ผัดอย่างพิถีพิถันเข้ากับซอสที่เคี่ยวนานหนึ่งวันเต็มมีส่วนผสมของเปลือกกุ้ง แครอท วิปปิ้งครีมและชีส ก่อนจะเติมมันกุ้งข้นๆ และไวน์นิดหน่อยจนนุ่มและหอม จัดแต่งอย่างสวยงามโรยด้วยไข่กุ้งเคียงกุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นน่ากิน แล้วตบท้ายด้วยของหวานล้างคาวอย่าง "บานาน่า บานอฟฟี่" ปกติร้านอื่นเสิร์ฟมาหน้าตากลมๆ แต่ที่นี่ทำเป็นถาดใหญ่ๆ ก่อนจะตัดเป็นชิ้นพอเหมาะ หวานลิ้นด้วยครีมสดวันต่อวัน ชั้นล่างเป็นช็อกโกแลต ไล่ขึ้นมาเป็นคาราเมล กล้วย วานิลลาซอสและวิปปิ้งครีม หวานกำลังดีอร่อยมาก
และอย่างที่เกริ่นไว้สำหรับใครที่ยังไม่รีบกลับ ขึ้นไปสรวลเสเฮฮากันต่อบริเวณชั้นสอง สั่งเครื่องดื่มมาเติมความสมบูรณ์ของมื้ออาหาร จัดเบาๆ กับม็อกเทลชื่อเดียวกับร้าน "แพนดานัส ชู้ต อัพ" หวานแบบสาวๆ เพราะใส่แต่น้ำผลไม้ไร้แอลกอฮอล์ แต่ถ้าอยากเร่าร้อนจัดหนักไปเลยกับ "แพนดานัส ลาวา" ชื่อก็ฟ้องอยู่แล้วว่าจิบแล้วอารมณ์เดือดพล่านแน่ๆ มีเหล้าสามแบบชูโรงทั้งคาลัว, ไบเล่ และทริปเปิดเซต ต่อเป็นชั้นๆ ก่อนจะจุดไฟกระตุ้นความร้อนแรง เข้ากับวงดนตรีเล่นสดจังหวะเพลงคึกคักและชิลเอาท์ ตามสมัยนิยมทุกศุกร์และเสาร์
ด้านล่างเปิดให้บริการตั้งแต่ 11 โมงครึ่งถึงตีหนึ่ง ส่วนชั้นบนตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป ร้านหาไม่ยากอยู่ในซอยสาทร 1 เข้าไปประมาณ 500 เมตรขวามือ สอบถามก่อนโทรศัพท์ 0-2287-4021-2



