ข่าว

 ตร.ภาค3ปรามสิบทิศ...จับผิด"เลือกตั้ง"

ตร.ภาค3ปรามสิบทิศ...จับผิด"เลือกตั้ง"

19 มิ.ย. 2554

อีกเพียง 2 สัปดาห์ ก็จะรู้แล้วว่าประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใด หลังจากได้รัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ ทว่าในห้วงเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 3 ทุกนายกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักอึ้ง เพราะแต่ละภารกิจนั้นหมายถึงความมั่นคงของประเทศชาติทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการก

 -การเมืองในพื้นที่จังหวัดใดต้องจับตาเป็นพิเศษ?

 ภาพรวมการเมืองของพื้นที่ จะมีผู้สมัคร ส.ส.อยู่ 394 คน จาก 26 พรรคการเมือง สถานการณ์ทั่วไปยังปกติ การแข่งขันอยู่ในกติกา ยังไม่มีการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง เว้นแต่ที่ อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ มีการร้องเรียนเรื่องการแจกเงินของผู้สมัคร เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของ กกต. ส่วนจังหวัดที่เฝ้าจับตามากที่สุด น่าจะเป็นที่ จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.ส.ได้ถึง 15 คน อุบลราชธานีก็ต้องดู เพราะมีส.ส.ได้ถึง 11 คน นอกจากนี้ยังมีที่บุรีรัมย์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ปรารถนาของหลายพรรคการเมือง ที่ต้องการคะแนนเสียงให้มากที่สุด จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่ยังไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น อาจเป็นความโชคดีที่ภาคอีสานตอนใต้ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายรุนแรง ไม่มีการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเหมือนที่อื่นๆ ทุกพรรคการเมืองสามารถลงพื้นที่ได้ ที่สำคัญผู้ลงสมัครเขาจะรู้อยู่แล้วว่าพื้นที่ตรงไหนที่สนับสนุนพวกเขา

 -มาตรการพิเศษในการเฝ้าระวังในช่วงเลือกตั้ง

 แบ่งเป็นหลายส่วนนะ เริ่มตั้งแต่มีการตั้งจุดตรวจเข้มแข็งตามเส้นทางต่างๆ 39 จุดทุกวันจนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบตามนโยบายของ สตช. ที่ให้ความสำคัญ มีจัดตั้งศูนย์มือปืนรับจ้างขึ้น กระจายออกไปตามภาคเป็นเครือข่ายในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์รุนแรง ขณะนี้จะเน้นเรื่องอาวุธปืนเป็นหลัก ที่ผ่านมาก็จับอาวุธปืนได้ 237 กระบอก และดำเนินคดีไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นข้อหาครอบครอง พกพาผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังกำกับดูแลเรื่องการพนันในช่วงเลือกตั้งด้วย แต่ยังไม่พบการเล่นพนัน แต่ก็จับตาโต๊ะบอล เพราะมีโอกาสในการรับแทงพนันสูง ส่วนการเฝ้าระวังในช่วงเลือกตั้ง ตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับ กกต. ใช้ชุดปฏิบัติการ 13 ชุด กำลังคนกว่า 4,000 คน ป้องกันการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอีกด้วย

 -ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ขอกำลังคุ้มครองมากน้อยเพียงใด

 ล่าสุด จากทุกพรรคการเมืองมีผู้ร้องขอเข้ามา 54 ราย ใช้กำลังตำรวจ 108 นาย ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีพรรคภูมิใจไทยมากที่สุด รองมาพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ตามลำดับ แต่ตอนนี้ก็มีผู้สมัครบางคนก็คืนชุดคุ้มครองกลับมาบ้าง บางทีเขาก็มี รปภ.ส่วนตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่เรื่องพกพาอาวุธปืนก็ต้องระวัง เพราะหากไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาก็มีความผิดต้องถูกจับกุม ทางที่ดี หากเห็นว่าไม่ปลอดภัยก็ขอกำลังตำรวจดีกว่า เพราะมีความพร้อม มีการฝึกฝนอย่างถูกวิธี และสามารถใช้วิธีการดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่ดีกว่ารปภ.ส่วนตัว

 -ช่วงเลือกตั้งนี้ ปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เพิ่มขึ้นไหม? 

 ต้องยอมรับว่ากำลังพลเรามีน้อยช่วงเลือกตั้ง อาจจะให้การดูแลประชาชนไม่เต็มที่ อย่างวันที่มีการเลือกตั้งจะเห็นได้ชัดสุด เพราะในพื้นที่ของเรามีหน่วยเลือกตั้ง 17,759 หน่วย ใช้ตำรวจหน่วยละ 1 คน แต่กำลังตำรวจชั้นประทวนเพียง 1.6 หมื่นคนเท่านั้น ต้องขอกำลังเสริมจาก ตชด. รวมถึงสัญญาบัตร เข้าไปช่วยดูแลความเรียบร้อยด้วย ส่วนความปลอดภัยของประชาชนทั้งเรื่องร่างกายและทรัพย์สิน ก็ใช้อาสาสมัครที่ฝึกไว้แล้วก่อนหน้านี้เข้ามาช่วยงานร่วมกับตำรวจ ถ้าหากกำลังอาสาสมัครไม่พอหากจำเป็นจริงๆ ก็ต้องประสานทหารเข้ามาช่วยเหลือในการดูแลประชาชน

 -ในสภาวะปกติการดูแลพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 เน้นเรื่องใดเป็นสำคัญ

 พื้นที่ภาค 3 เป็นพื้นที่กว้างกว่า 8 หมื่นตารางกิโลเมตร มีประชากรกว่า 10 ล้านคน แต่มีกำลังตำรวจทั้งหมดประมาณ 1.9 หมื่นนาย การที่ดูแลประชากรเกือบ 11 ล้านคน ย่อมไม่เพียงพอ สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ชายแดน มีการทะลักเข้ามาทุกอย่าง ตั้งแต่ยาเสพติด ความมั่นคง แรงงานต่างด้าว รวมถึงเรื่องสินค้าหนีภาษี นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ป่าเขา เรื่องทรัพยากรธรรมชาติก็เป็นปัญหา เพราะมีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า แต่ทั้งหมดก็ดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดในตอนนี้คือ เรื่องของยาเสพติด เราจับกุมไปกว่า 2 หมื่นรายแล้ว รองมาเป็นปัญหาอาชญากรรม การทำร้ายร่างกาย การฆ่ากัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 ที่เป็นปัญหา แต่ก็สามารถควบคุมได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขก็ยังสูง อีกกลุ่มคือการโจรกรรมทรัพย์สิน โดยเฉพาะในเคหสถาน สร้างความไม่ปลอดภัยให้แก่ประชาชน ต้องนำอาสาสมัครเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย

 -ปัญหาแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตำรวจภูธรภาค 3 มีบทบาทอย่างไร

 ตำรวจก็มีหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังร่วมกับฝ่ายปกครอง ให้ทหารทำงานโดยไม่ต้องกังวล ช่วงที่เกิดการปะทะกันในพื้นที่ชายแดนที่เกิดเหตุก็มีปัญหาอยู่บ้าง เพราะเมื่อเกิดเหตุประชาชนต้องอพยพออกนอกพื้นที่ ทำให้บ้านว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่ แต่ทรัพย์สินต่างๆ ยังอยู่ในบ้าน ตำรวจเข้าไปดูแล หลังจากเหตุการณ์ปกติ เราก็เตรียมเสริมบังเกอร์ให้แต่ละโรงพัก เพื่อให้เป็นที่หลบภัยหากเกิดเหตุ อีกทั้งประชาชนยังเข้ามาใช้ร่วมกันได้อีกด้วย

 -มองว่าระบบตำรวจในเอเชียประเทศไหนดีที่สุด?

 ในเอเชียก็มีที่ญี่ปุ่น มีระบบการป้องกันที่ดี ในเรื่องเรื่องชุมชนกับตำรวจ อย่างเช่น "โกบัง" หรือ ป้อมตำรวจ เขาได้รับความร่วมมือกับชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงพักอะไรใหญ่โต แต่เขามีระบบที่ดี ประชาชนให้การสนับสนุนการทำงาน ดูแลชุมชนร่วมกัน โดยมีตำรวจแนะนำการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะงานของตำรวจจะได้ผลดีที่สุดก็ต้องได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน ปัญหาทุกอย่างชาวบ้านจะรับรู้ก่อน

 ระบบนี้ที่ญี่ปุ่นดำเนินไปได้ด้วยดี ทำให้เขาลดอาชญากรรมได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ของเราก็พยายามทำแบบนั้นอยู่ ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในงานของตำรวจ ซึ่งระยะหลังก็เริ่มได้รับการตอบรับจากประชาชนมากขึ้น ทั้งเข้ามาเป็นอาสาสมัคช่วยระวังภัย ตอนนี้ก็อบรมไปแล้ว 2 แสนกว่าคน แต่ช่วยงานตำรวจจริงๆ ได้ประมาณ 5-6 หมื่นคน

 -หากย้อนมามององค์กรตำรวจไทย อยากให้สตช.ปรับปรุงในเรื่องใดมากที่สุด

 หากมองในภาพรวมของสตช.จะกว้างมาก มีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องงบประมาณ อำนาจหน้าที่ อยู่ที่ผู้บริหารว่าต้องการให้ทิศทางของสตช.เป็นไปในรูปแบบไหน ต้องดูที่ตรงนั้น เพราะทุกอย่างเกี่ยวพันกันหมด ทั้งเรื่องงบประมาณ กำลังพล โดยส่วนตัวผมมองในเรื่องการพัฒนาบุคลากรทุกระดับชั้น เพราะว่าที่ผ่านมาการพัฒนาบุคลากรค่อนข้างจำกัด เพราะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ อย่างชั้นประทวนอบรมเป็นตำรวจแล้วก็หายไปเลย ขาดช่วงในการอบรมเพื่อพัฒนา แต่ปกติก็เป็นหน้าที่ของหน่วยที่สังกัดเพื่อพัฒนาตามปกติ แต่ก็ติดขัดในเรื่องงบประมาณ จนเป็นเหตุให้แต่ละหน่วยขาดการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ

 ผมมองว่าควรมีการพัฒนาศักยภาพตำรวจย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อปรับแนวคิดทิศทางการทำงานของแต่ละสาย ทั้งปราบปราม สืบสวน สอบสวน จราจร อำนวยการ ควรจะมีการพัฒนาเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ เพราะการปฏิบัติจะได้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่เท่าที่ผ่านมางบประมาณในการอบรมพัฒนามีน้อย ทุกหลักสูตรได้รับการอบรมแค่ 1,000 คนต่อปี ทั้งที่มีตำรวจนับแสนรายทั่วประเทศ
          ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที : เรื่อง
         วัชรชัย คล้ายพงษ์ : ภาพ