ข่าว

"อภิสิทธิ์”ระบุประมาณการณ์จีดีพีประเทศอยู่ที่ลบ2ถึงลบ5

"อภิสิทธิ์”ระบุประมาณการณ์จีดีพีประเทศอยู่ที่ลบ2ถึงลบ5

21 เม.ย. 2552

“อภิสิทธิ์” ระบุประมาณการณ์จีดีพีประเทศอยู่ที่ลบ 2 – ลบ 5 ยอมรับท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมาก ครม.รับทราบปรับลดงบรายจ่ายปี 53 ลงอีก 2 แสนล้าน

เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการประชุม ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.ได้นำตัวเลขในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้ของรัฐบาลมาพิจารณา และได้มีการปรับลดกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี 2553 ซึ่งเดิมตั้งใจว่าจะตั้งไว้ที่ 1.9 ล้านล้านบาท ลงเหลือ 1.7 ล้าน ปรับลดลงไป 2 แสนล้านบาท เพื่อให้การขาดดุลงบประมาณ อยู่ที่ 350,000 ล้านบาท

คืออยู่ในกรอบของกฎหมายและอยู่ในกรอบที่สามารถรักษาวินัยการคลังไว้ได้ โดยการปรับลดงบประมาณดังกล่าวก็ได้แจ้งให้ทุกกระทรวงรับทราบ และในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะนำรายละเอียดของงบประมาณเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อขอความเห็นชอบต่อไป จากนั้นก็จะได้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ขณะเดียวกันในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะได้ดูแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของโครงการต่างๆ ซึ่งถ้าไม่สามารถเข้ามาอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณ 2553 ได้ ก็จะต้องมาดูว่าจะใช้แหล่งเงินจากที่ใด โดยกระทรวงการคลังจะเสนอกลับเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.อีกครั้งในวันเดียวกัน

 เมื่อถามว่างบประมาณที่ปรับลดลง 2 แสนล้าน จะปรับในส่วนใดบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอดูรายละเอียดถึงจะมีความชัดเจนว่าส่วนไหนบ้างที่จะถูกตัดไป

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบแผนการดำเนินการในการเริ่มต้นเดินหน้าแก้ปัญหาเรื่องการท่องเที่ยว โดยประเด็นแรกก็คือการคงมาตรการเดิมที่รัฐบาลเคยกำหนดไว้คือการลดค่าธรรมเนียมวีซ่า ฟรีค่าหลุมจอด (Landing Free) ค่าเข้าอุทยานยานก็ต่ออายุไปอีก 1 ปี ประเด็นที่สองคือการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณที่เคยอนุมัติในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองต่างๆ ประเด็นที่สาม คือ มอบหมายให้กระทรวงการคลังเร่งปรับปรุงโครงการที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ ซึ่งเราพบว่าที่ผ่านมามีการใช้วงเงินไปน้อยมาก ความสามารถปล่อยสินเชื่อน้อยมาก ซึ่งคงจะต้องมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆเพื่อที่จะใช้เงินส่วนนี้ได้มากยิ่งขึ้น และประการสุดท้าย คือ การทำความเข้าใจกับต่างประเทศเพื่อให้เห็นถึงความปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวก็จะมีการแก้ไขปัญหาและชี้แจงผ่านกลไกต่างๆ ทั้งนี้ คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเข้ามาอีก

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงมีจำนวนเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีเพียงตัวเลขๆที่สมาคมต่างๆได้ประมาณการไว้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับลดลงมามาก ซึ่งเรากำลังติดตามดูตัวเลขตั้งแต่สงกรานต์เป็นต้นมาและจะเห็นได้ชัดว่ามีนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางเข้ามาค่อนข้างมาก เมื่อถามว่าที่เคยประมาณการว่าตัวเลขการท่องเที่ยวจะอยู่ที่ ลบ 20 นั้น จะมากหรือน้อยกว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องขอดูอีกทีหนึ่งแต่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม (จีดีพี) ก็น่าจะมีการปรับลดลงมาอยู่ที่ ลบ 2 หรือ มากกว่าจากเคยประมาณการว่าอยู่ที่ศูนย์ ถึงลบ 1 หรือลบ 2 แต่ถึงขณะนี้เชื่อว่าจะอยู่ที่ ลบ 2 ถึง ลบ 4 ลบ 5 ซึ่งสาเหตุที่มีการปรับลดจีดีพีเพราะมีปัจจัยหลายตัวที่เห็นได้ชัด เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ต่างๆ อย่างเรื่องการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบโดยตรง นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทุกปัจจัยส่งผลกระทบทำให้เราต้องปรับประมาณการทางเศรษฐกิจลงไป

 ต่อข้อถามว่าแสดงว่ามาตรการของรัฐบาลที่ทำลงไปสูญเปล่าใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้สูญเปล่า เพราะถ้าเราไม่ทำก็หนักกว่านี้ เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์รุนแรงขึ้นเราก็ต้องแก้ไขปัญหาต่อไป

 เมื่อถามว่าจะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องไปไล่ทำในรายละเอียดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง แต่เรามีข้อจำกัดว่าถ้าหากจะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ก็จะมีคำถามว่าแหล่งเงินจะมาจากไหน เนื่องจากเราต้องดูกรอบของหนี้สาธารณะด้วยว่าต้องไม่ให้โตเกินไป ตนเคยคาดการณ์ไว้ว่าในที่สุดหนี้สาธารณะจะต้องขึ้นไปประมาณร้อยละ 60 หรือ 60 กว่าๆ ก็ต้องให้ยืนอยู่ตรงนั้นไม่สามารถไปไกลกว่านั้นได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่าประเมินหรือไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้เมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับต่างประเทศซึ่งขณะนี้สัญญานก็ค่อนข้างสับสน เพราะบางช่วงเริ่มมีข่าวดีในบางประเทศ แต่บางช่วงก็ยังมีปัญหา จะเห็นได้จากตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศก็ยังมีความผันผวนค่อนข้างมาก