
สนั่นเชื่อหลังลต.แม้วโทร.คุยปรองดอง
เสธ.หนั่น ย้ำ แม้วกลับไทยได้ตลอดเวลาไม่มีใครห้าม เชื่อหลังเลือกตั้ง ทักษิณ โทรหาเหตุอยู่ในแผนปรองดอง ผู้สมัครส.ส.สุโขทัยชทพ.โวยถูกใส่ร้ายอยู่เบื้องหลังยิงหัวคะแนนภท. "อภิสิทธิ์"อัดนโยบายเพื่อไทยพูดไปเรื่อยทำไม่ได้จริง ท่องคาถา 3 ก.ค.หมดเวลารังแกประเท
ที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอแลนด์ วันที่ 18 มิ.ย.พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุจะเดินกลับมาประเทศไทยปลายปีว่า ขอแสดงความยินดีด้วย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นคนไทยสามารถกลับประเทศไทยได้ ก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายก็ไม่มีปัญหา กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องดำเนินการ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็คงรู้
เมื่อถามว่าจะไม่ทำให้บ้านเมืองแตกแยกหรือ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ต้องให้ตั้งรัฐบาลได้ก่อน แล้วหลังตั้งรัฐบาลค่อยมาว่ากันอีกที ตอนนี้ขอให้การเลือกตั้งผ่านไปก่อน เมื่อถามว่าดูเหมือนพ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจว่าตัวเองจะได้กลับมาหลังจากพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องหวัง เพราะส่งเพื่อไทยลงเลือกตั้งแล้วแต่ก็ต้องดูว่าใครจะได้คะแนนเท่าไหร่
เมื่อถามว่าจะต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนไม่ทราบจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ถ้าหากเขาได้คะแนนมากเขาจะทำด้วยวิธีการใด ตนคิดว่าหลังวันที่ 3 ก.ค.ไปแล้ว ปรากฏการณ์ต่างๆจึงจะเกิดขึ้นได้ คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็สามารถกลับได้ และไม่มีใครห้ามด้วย
เมื่อถามว่าการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปรองดองใช่หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่หลังเลือกตั้งแล้วพ.ต.ท.ทักษิณคงจะโทรมาพูดคุยกับตน วันนี้ต้องเดินหน้าเลือกตั้ง และขอร้องว่าการใช้ความรุนแรงไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการตัดสิน
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์จะขัดแนวทางปรองดองหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่ขัด เพราะทุกพรรคการเมืองสามารถปราศรัยได้ทุกที่ ไม่เกี่ยวกับการปรองดอง เพราะปรองดองมาจากใจ ตนอยากให้ลืมอดีตเสีย ต้องก้าวข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นให้ได้ ถ้าคิดมากก็จะโยงไปเรื่องโน้นเรื่องนี้
พล.ต.สนั่น กล่าวถึงกรณีที่กกต.เดินทางไปต่างประเทศ ว่า ท่านคงเข้าใจว่าผู้สมัครไม่มีปัญหา ก็เลยบินไปต่างประเทศ ส่วนที่มีข่าวจะมีการออกใบแดงใบเหลืองก่อนนั้น คงออกไม่ได้เพราะไม่มีกกต.อยู่ครบ ซึ่งคงเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองไม่มีปัญหา แต่ระหว่างกกต.ไปต่างประเทศก็ออกใบแดงไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 19 มิ.ย. พล.ต.สนั่น นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางไปหาเสียงที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ซึ่งประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยให้ความสนใจพอสมควร จากนั้นได้เดินทางไปหาเสียงและปั่นจักรยานปรองดองที่ตลาดสดมีนบุรีด้วย
ผู้สมัครส.ส.สุโขทัยชทพ.โวยถูกใส่ร้าย
ทั้งนี้นายอารยะ ชุมดวง ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เขต 4 พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย พล.ต.สนั่นร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่นายมนู พุกประเสริฐ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจ ใส่ร้าย โดยนายอารยะ กล่าวว่า ตนได้ทราบข่าวว่าผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาว่าตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการยิงหัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย ทั้งๆที่ตนไม่รู้เรื่องดังกล่าวเลย และทางตำรวจก็ยังไม่ได้สรุปประเด็น แต่นายมนูกลับมากล่าวหาตนว่าเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งตนไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพราะคะแนนเสียงของตนมีมากพออยู่แล้ว และการที่นางพรทิวา นาคาศัย แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกมาแถลงข่าวกล่าวหาว่าตนเป็นผู้กระทำด้วย ที่ตนออกมาแถลงข่าวเพราะเกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับพรรคชาติไทยพัฒนา
นายอารยะ กล่าวอีกว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอได้รวบรวมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาดูเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเรื่องแปลก แทนที่จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการ ซึ่งคดีต่างๆในจังหวัดสุโขทัย ในคดีที่ร้ายแรงกว่านี้อีก แต่ผู้ว่าฯไม่เคยเข้าไปดำเนินการ และสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งตำบลเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ถ้าใครไม่มาก็ต้องชี้แจงกับผู้ว่าฯว่าเหตุใดทำไมไม่มา หลังจากลงพื้นที่อีก 2 วันจะนัดผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในเขตเลือกตั้งที่ 1 เขตที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 3 เพื่อแถลงว่าปกติมีผู้ว่าฯคนเดียว แต่จังหวัดสุโขทัยมี 2 คน มีทั้งผู้ว่าฯจริง และผู้ว่าฯเงา การดำเนินการมาจากนายอำเภอทุกอำเภอ เพียงแต่ว่าผู้สมัครทุกคนไม่อยากเปิดเผย เพราะกลัว ต่อไปก็คงจะไม่ยอม เพราะเหตุการณ์มาถึงขนาดนี้ ตนคิดว่าไม่เป็นธรรม เรื่องนี้คนสุโขทัยทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร หัวคะแนนแต่ละพรรคที่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็โดนข่มขู่โดยนายอำเภอ โดยมีผู้ว่าฯ เป็นคนสั่งการทุกอย่าง
นายอารยะ กล่าวว่า ตอนนี้ในเขตเลือกตั้งที่ 3และที่ 4 มีการกระทำความผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง ได้แจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว ตนคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เขาพยายามจะผลักดุนให้ผู้บังคับการจังหวัดออกจากพื้นที่ด้วย พยายามโยงว่าตนกับผู้บังคับการมีส่วนได้ส่วนเสียกันมาช่วยตนหาเสียง เจ้าหน้าที่เขาเป็นกลาง เราเป็นคนจังหวัดเดียวกันต้องรู้จักกันหมด ซึ่งไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกัน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยคงกลัวว่าเรื่องนี้คดีความจะไปถึงมือตำรวจ คนที่โดนยิงเป็น สมาชิกอบต.ถามว่าจะมีสิทธิหาเสียงให้ผู้สมัครได้หรือ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเรื่องนี้อยากฝากถึงกกต.จังหวัด และกกต.กลาง ให้ตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ความจริงก็อยากชี้แจงไปที่กกต.กลาง แต่ไม่ทราบจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้จตะร้องเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ทราบจะได้รับความเป็นธรรมแค่ไหน
ด้าน พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อยากฝากไปถึงข้าราชการด้วยขอให้วางตัวเป็นกลาง อย่าโอนเอียงเพราะเดี๋ยวก็เปลี่ยนรัฐมนตรีแล้ว เพราะถ้าเปลี่ยนแล้วจะยุ่ง ส่วนจะร้องไปยังกกต.กลางหรือไม่นั้น ตนจะให้พรรคดำเนินการแทนผู้สมัคร อยากขอร้องข้าราชการให้วางตัวเป็นกลางด้วย ไม่เช่นนั้นหลังเลือกตั้งจะเดือดร้อน กันเป็นแถว ถึงวันนี้ข้าราชการหลายส่วนก็ใส่เสื้อกั๊กกันเรียบร้อยแล้ว เพราะว่ามันหนาว และอยากฝากไปยังผู้ว่าสุโขทัยด้วยว่าให้ใส่เสื้อกั๊กเถอะ เดี๋ยวจะปอดบวม ขอร้องให้วางตัวเป็นกลาง แล้วอย่าไปใส่ร้ายป้ายสีกัน ต่างคนต่างหาเสียงเหมือนจังหวัดพิจิตรดีที่สุด อยากจะขอร้องจะมาตายแทนผู้สมัครทำไม ปล่อยให้ผู้สมัครต่อสู้กันไปด้วยความยุติธรรม หัวคะแนนอย่าไปไล่ล่าฆ่าฟันกันเอง ตนเรียกร้องความปรองดองแล้ว หัวคะแนนก็ควรจะปรองดองกันด้วย เป็นเหมือนจังหวัดลพบุรีก็ไม่เอา
"อภิสิทธิ์"อัดนโยบายเพื่อไทยพูดไปเรื่อยทำไม่ได้จริง
เมื่อเวลา 14.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึงขึ้นแห่หาเสียงที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอบึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ โดยมีนายศุภวัฒน์ เมธิวัชรินทร์ ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นแห่ไปตามถนนภายในตัวอำเภอทักทายประชาชนสองข้างทางจนมาถึงลานกว้างในตลาดบึงสามพัน โดยมีประชาชนประมาณ 2 พันคนมารอต้อนรับ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
ทั้งนี้ระหว่างทางที่มีการแห่หาเสียงประชาชนส่วนใหญ่ทั้งสองข้างทางต่างพากันโบกไม้โบกมือให้นายอภิสิทธิ์อย่างเรียบร้อย แต่ก็พบว่ามีรถกระบะคันหนึ่งแซงขวารถแห่ขึ้นมาและมีผู้หญิงสวมหมวกสีแดงของ “ความจริงวันนี้” ได้เปิดกระจกมองรถแห่และได้ชูสัญลักษณ์1 นิ้ว แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ทันสังเกตเห็น และก่อนที่รถแห่จะเลี้ยวเข้าไปในจุดปราศัยก็มีผู้ชายขับรถกระบะสวนกับรถแห่และได้ชูสัญลักษณ์ 1 นิ้วให้กับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์เห็นแล้วก็ยิ้มและยกมือไหว้ จากนั้นเมื่อนายอภิสิทธิ์เดินทางถึงจุดปราศัยต้องฝ่าด่านของผู้สนับสนุนจำนวนมากกว่าไปจนถึงเวทีปราศัย
ต่อจากนั้นนายอภิสิทธิ์ขึ้นเวทีปราศัยย้ำถึงนโยบายการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ โครงการเรียนฟรี15ปี ค่าตอบแทนอสม. การจัดสวัสดิการระบบประกันสงคม กองทุนเงินออมแห่งชาติ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมทั้งโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ทำให้เกษตกรได้เงินส่วนต่าง ทั้งนี้นี่คือสิ่งที่เริ่มทำในสองปีกว่า ซึ่งเราต้องทำต่อและต้องปรับปรุงเพราะทุกโครงการมีปัญหา อาทิ โครงการประกันรายได้ที่ประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์ขึ้นทะเบียนไม่ได้ ดังนั้นหากเลือกพรรคประชาธิปัตย์กลับไปเป็นรัฐบาลจะเพิ่มกำไรและเพิ่มเงินส่วนต่างให้เกษตรกร ส่วนผู้ใช้แรงงานก็จะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ภายในสองปีเพื่อสู้กับของแพง ส่วนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเมื่อกลับมาเป็นรัฐบาลอีกก็จะเปิดให้ลงทะเบียนอีกรอบ และยังที่ต้องเดินหน้าอีกหลายเรื่อง
ส่วนการแก้ปัญหายาเสพติด นายอภิสิทธิ์ กล่วาว่า ต้องทำต่อและเข้มข้นขึ้นและวันนี้มีข่าวว่าในคุกมีการจราจลเพราะเราเข้มงวดกวดขันมากขึ้นเพราะมีผู้เสพและผู้ขาย ทั้งนี้ในกทม.มีกองกำลังเฉพาะกิจที่มีการจับกุมขยายผลไปจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ และถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลจะขยายให้ทั่วประเทศเพื่อให้ลูกหลานพ้นภัยยาเสพติด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ช่วงหาเสียงพี่น้องอาจบอกว่าพรรคอื่นก็หาเสียงเหมือนกัน อาทิ พรรคเพื่อไทยประกาศว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะเลิกโครงการประกันรายได้ เลิกการจ่ายเงินส่วนต่างแล้วกลับไปใช้ระบบจำนำ ดังนั้นพี่น้องจะยอมหรือไม่ที่จะให้เลิกโครงการประกันรายได้ ดังนั้นถ้าเลือกเบอร์หนึ่งก็จะได้ใช้ระบบจำนำ เลือกเบอร์สิบเงินส่วนต่างก็เดินหน้ามาหาประชาชนแน่นอน100% นอกจากนี้นโยบายด้านการศึกษาพรรคประชาธิปัตย์จะเพิ่มทุนในกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้อีก 2.5 แสนทุน เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนปริญญาตรี ขณะที่พรรคเพื่อไทยบอกว่านโยบายการศึกษาว่าจะแจกคอมพิวเตอร์คนละเครื่อง ซึ่งราคาเครื่องละ 2 หมื่นบาท แต่มีเด็กทั่วประเทศ10 ล้านคนต้องใช้เงินถึง 2 แสนล้านบาท ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะนำเงินมาจากไหน ซึ่งอาจจะยกเลิกโครงการเรียนฟรี ส่วนนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศก็จะทำให้คนตกงานกันหมด ดังนั้นนี่คือความแตกต่างของนโยบายที่ทำได้จริงกับนโยบายที่พูดไปเรื่อยโดยไม่ได้ดูว่าทำได้หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กลาวอีกตอนหนึ่งถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่าตนถูกรบกวน แต่ตนไม่ใจเสียไม่ถอดใจ เพราะเจอมาหมดในรอบสองปีจนไม่ถอยไม่มีสิทธ์ถอยเพราะคนที่บอกให้สู้คือประชาชนทุกคน เจ้านายตนอยู่ตรงนี้และตนไม่ใช่คิดถึงแต่พรรคพวก ประชาชนส่งไปทำงานก็ทำงาน เจอปัญหาอุปสรรคและอันธพาลตนก็สู้อย่างเดียวไม่กลัวหรอก ดังนั้นวันที่ 3 ก.ค. หมดเวลารังแกประเทศไทยและพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เพราะพี่น้องจะชี้ว่าจะเอาคนที่เสียงดัง มีเงินมากกวา ข่มขู่คุกคามหรือเอาการเมืองของพรรคประชาธิปัย์ที่บอกว่าประชาชนสำคัญ ทั้งนี้เสื้อแดงก็สำคัญแต่ไม่สำคัญกว่าคนอื่น และตนต้องทำงานให้กับคนทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการปราศัยได้มีพระเพ็ชรรัตน์ ริ้วนาค (ปภาว ชิโร) พระจากวัดทรัพย์สามัคคี หมู่ 10 บ้านทรัพย์น้อย ต.พญาว้า อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งเป็นพระที่นายอภิสิทธิ์บวชให้เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมาที่วัดพระราม 9 ได้มาดักรอพบนายอภิสิทธี่ด้านล่างของเวทีปราศัย และเมื่อได้เจอกับนายอภิสิทธิ์พระเพ็ชรรัตน์ได้ใช้มือจับที่ศีรษะของนายอภิสิทธิ์พร้อมสวดอวยพรให้พ้นภัยต่างๆ และขอให้ได้กลับมาเป็นนายกอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นเวลา 15.45 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางไปที่อ.ศรีเทพและได้ขึ้นรถแห่หาเสียงทักทายประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายในการเดินสายหาเสียงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์
แฟนเพื่อไทยทยอยร่วมฟังปราศรัยวงเวียใหญ่
เมื่อเวลา 16.30 น. พรรคเพื่อไทยได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ในกทม.เป็นครั้งที่ 2 ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียใหญ่ โดย ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้งฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี รวมทั้งตัวแทนนักการเมือง กทม.รุ่นใหม่ เช่น ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต แ ละนายพงษ์พันธุ์ ยอดเมืองเจริญ ทยอยขึ้นเวทีปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์
สำหรับการรักษาความปลอดภัย พรรคเพื่อไทย ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายืนประจำอยู่บนสะพานลอยทุกสะพานลอย และบริเวณโดยรอบวงเวียนใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น
ทั้งนี้ประชาชนทยอยเดินทางมาฟังการปราศรัย ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ล่าสุด 17.00 น. ประชาชนเริ่มแน่นลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ส่วนการจราจรเริ่มตัดขัด



