
ปชช.แห่ร่วมลงชื่อกล่าวโทษยิ่งลักษณ์
"ปชช."แห่ร่วมลงชื่อกล่าวโทษ "ยิ่งลักษณ์" ด้าน"แก้วสรร"อ้างทนไม่ได้ที่ต้องมาถูกหลอกเป็นครั้งที่ 2 หลังครั้งแรกถูก"ทักษิณ"หลอกมาแล้ว ด้านหมอตุลย์ "ลั่นพร้อมปัดฝุ่นคดีซุกเอสซีแอทเซส" กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกรณรงค์เลือกตั้ง
(18 มิ.ย.) ที่ม.ธรรมศาสตร์ อาคารอเนกประสงค์ ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ นายแก้วสรร อติโพธิ และนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมทักษิณ ได้ตั้งโต๊ะเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อแสดงเจตนารมย์กล่าวโทษน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ร่วมกับพวก เพื่อรวบรวมรายชื่อพร้อมหลักฐานเบื้องต้น ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับคดีไว้สอบสวน โดยจะเข้ายื่นเอกสารต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอไอ) ในวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ได้ทะยอยเดินทางมาร่วมลงชื่อแน่นห้องประชุม นอกจากนี้ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งยังได้ส่งคำกล่าวโทษน.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่านไปรษณีย์ ถึงเครือพลเมืองฯด้วย
นายแก้วสรร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหน่วยงานใดดำเนินคดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีเบิกความเท็จ แต่เมื่อมีการประกาศให้มีการนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชนักที่ปักหลังอยู่แล้ว จึงต้องปักลึกลงไป การกล่าวโทษ"ปูหยุดกฎหมู่ชินวัตร" เป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านการใช้เสียงข้างมากมาเป็นประโชยน์ส่วนตัว
หากในการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยชนะด้วยเสียงข้างมากประชาชนก็ยอมรับในนโยบาย ไม่ว่าจะเป็น การให้เงินเดือน 1.5 หมื่นบาทแก่นักศึกษาจบใหม่ ทุกนโยบายสามารถทำได้เลย แต่ต้องไม่ใช่การกระทำเพื่อประโยชน์ของเจ้าของพรรค ซึ่งถือว่าเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณทรยศเรามาแล้วหนึ่งครั้ง จากการเล่นหุ้น ซุกหุ้น ตอนนี้กำลังส่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาช่วยเขา ซึ่งจะเป็นการทรยศในครั้งที่สอง ที่พวกเราทนไม่ได้
ด้านนพ.ตุลย์ กล่าวว่า ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คนชั่ว คนโกงย่ามใจว่าไม่มีใครแตะ หรือเปิดโปงเขาได้ และถึงจับได้ก็ไม่มีใครเอาผิด คดีซุกหุ้นถูกฟ้องครั้งแรกในสมัยรัฐบาลคมช. ขณะนั้นมีนายสุนัย มโนมัยอุดม เป็นอธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งฟ้องคดีซุกหุ้นบ.เอสซีแอทเซส แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลอัยการสั่งไม่ฟ้อง ต่อมามีการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เป็นพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ซึ่งมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องทำให้คดีต้องยุติลง ดังนั้นตนจะหาทางเพื่อรื้อฟื้นคดีดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารแนบท้ายคำกล่าวโทษน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้อธิบายถึงการให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ในวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยอมรับว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวกให้การเท็จต่อศาล โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "ทุกวันนี้เหลืออยู่ 1,000 ล้านดอลล่าร์ หลังศาลสั่งยึดทรัพย์ไป 1,400 ดอลล่าร์ เมื่อปีก่อน รัฐบาลได้ขโมยเงินของผมไป โดยเงินที่เหลือ 30,000 ล้านบาท ก็เป็นเงินที่ศาลคืนให้ และจ่ายกลับที่พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ถือหุ้นจริง แสดงว่าเงิน 30,000 ล้านบาทเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ของนอมินี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ น.ส.พินทองทา และนายพานทองแท้ ชินวัตร จึงให้การเท็จทุกคน ไม่เช่นนั้น เงิน 30,000 ล้านบาท ต้องคืนให้แก่นายบรรณพจน์ กว่า 8,000 ล้านบาท คืนให้นายพานทองแท้ กว่า 9,000 ล้านบาท คืนให้น.ส.พินทองทากว่า 12,000 ล้านบาท และคืนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ 400 ล้านบาท ดังนั้นการตัดสินของศาลจึงถือว่าถูกต้องแล้ว ที่สำคัญเมื่อรับเงินคืนจากนอมินีแล้ว อย่าทำให้ประชาชนเข้าใจศาลผิดว่าเมืองไทยมีสองมาตรฐาน เลิกโกหกเสียทีว่าไม่ได้รับความยุติธรรม บ้านเมืองจะได้สงบ โดยสร้างความขัดแย้งเพื่อหาอำนาจครั้งใหม่ เป็นการโหดร้ายกับประเทศมากเกินไป
กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติออกรณรงค์เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. ณ บ้านพระบรมรูปทรงม้า กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ นำโดยนายวรเชษฐ์ ขาวคง ได้ปล่อยขบวนรถตู้ไม่ต่ำกว่า 10 คัน ออกรณรงค์ให้คนกรุงเทพฯออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 3 กรกฎาคม โดยให้เลือกนักการเมืองดี มีศีลธรรมที่มีแนวทางปกป้องสถาบัน โดยในการณรงค์เลือกตั้งของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ จะใช้รถตู้ตระเวณไปยังชุมชนต่างๆทั่วกรุงเทพมหานคร โดยจะฉายวีดิโอเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2554 เพื่อกระตุ้นเตือนคนกรุงเทพฯ ให้ตระหนักถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทย พร้เอมกับแจกซีดีเหตุการณ์ดังกล่าว และหนังสือรวบรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนที่สนใจด้วย โดยจะออกรณรงค์ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันเลือกตั้ง



