
ปชป.หวังพูดดับไฟปท.ที่ราชประสงค์
ปชป. ประกาศหวังดับไฟในใจคนไทย และดับไฟปท. ปัดตั้งเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์จะรื้อฟื้นความแตกแยกคนไทย อ้างเป็นสถานที่จริงต้องการให้ทุกอย่างกระจ่าง ลั่นไม่ปล่อยให้ปชช.ตกอยู่ใต้อิทธิพล โฆษณาชวนเชื่อ ประเมินตัวเลข พท.-ปชป. สูสีเหมือนปี 39 วอนปชช.ร่วมกำห
(18มิ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์และคณะทำงานยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุม โดยมีบรรดาแกนนำพรรคที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่เลือกตั้งในพื้นที่ภาคต่างๆ อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายไพฑูรย์ แก้วทอง นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ ดูแลรับผิดชอบภาคเหนือ นายเจริญ คันธวงศ์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดูแลพื้นที่ กทม. นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ดูแลภาคอีสาน นายวิทยา แก้วภารดัย ดูแลภาคใต้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ดูแลภาคกลาง นายนิพนธ์ บุญญามณี นายถาวร เสนเนียม ดูแลพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายธีระ สลักเพชร และนายสาธิต ปิตุเตชะ ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก
จากนั้นในเวลา 11.30 น. นายบัญญัติ ได้แถลงภายหลังการประชุมว่า เวลานี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย ที่จะนับถอยหลัง ซึ่งอีก 2 สัปดาห์จะถึงวันเลือกตั้ง จึงได้นัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งที่ดูแลรับผิดชอบในแต่ละภาค และในแต่ละพื้นที่จังหวัดต่างๆที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งหลังการประเมินสถานการณ์แล้ว จะทำให้ประชาชนลดความสับสนลงไปได้บ้าง ซึ่งจากการประเมินทุกภาคทั้ง 2 ระบบ คือ ส.ส.สัดส่สน และส.ส.เขต เป็นการต่อสู้ของ 2 พรรคใหญ่ที่สูสีกันอยู่
กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคฯ กล่าวว่า ตัวเลขของผู้สมัครจะคล้ายกับการเลือกตั้งปี 2539 ที่ครั้งนั้น พรรคประชาธิปัตย์แข่งขันกับพรรคความหวังใหม่ และแพ้ไปเพียง 2 ที่นั่งที่แพ้ในการนับคะแนนที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งครั้งนี้จำนวน ส.ส.ที่มี 400 ที่นั่ง ยังเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย แต่หลังจากนี้ไปแล้วการพัฒนาของการหาเสียงในแต่ละพรรค แต่ละแห่งการติดตามของประชาชนในแต่ละพื้นที่ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่คิดว่าคงไม่มากเพราะหลายพรรคต่างก็จะงัดกลยุทธ์ต่างๆออกมาใช้
กรรมการสภาที่ปรึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวโน้มของความเป็นไปในวันข้างหน้า ที่จะเกิดจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะบวก ลบ อย่างไร ช่วงเวลานับจากนี้เป็นต้นไป พรรคประชาธิปัตย์ควรจะทำทุกอย่างให้กระจ่างมากขึ้น คงไม่ปล่อยให้ประชาชนของเราตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการตลาด ซึ่งวันนี้คิดว่าเลยการตลาดไปแล้ว เป็นเรื่องของการโฆษณาชวนชื่อมากกว่า ถ้าปล่อยให้ผู้ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายใต้ความเข้าใจที่ตกอยู่ในอิทธิพลเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง วันนี้นอกเหนือจากกรประเมินผลคะแนนนิยมที่จะได้แล้ว ยังมีการพูดถึงหลายเรื่อง
ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน แถลงว่า มีการประเมินตัวเลขส.ส.ในแต่ละภาค อาทิ ภาคใต้ที่เป็นฐานสำคัญของพรรค กลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคมีส.ส.มาก และเข้มแข็ง ภาคเหนือตอนกลางและล่างลงมา ก็เป็นพื้นที่หลักที่เรามั่นใจว่าจะได้ส.ส.เพิ่ม เว้นภาคเหนือตอนบน ที่เป็นพื้นที่ต้องแข่งขันสูง เพราะเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ส่วนของอีสานยังเชื่อมั่นว่า จะได้ส.ส.ในพื้นที่เดิมและน่าจะได้ส.ส.เพิ่ม ด้วยกระแสนโยบายของพรรค ไม่ว่าจะเป็นการประกันรายได้ภาคเกษตร หรือการเพิ่มรายได้ขึ้นต่ำ 25 % ที่สำคัญคือพื้นที่ กทม. ที่ถือว่าเป็นการแข่งขันสูง และโพลที่ออกมาพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังตามพรรคเพื่อไทยอยู่
ผอ.เลือกตั้ง กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่วิเคราะห์มีผลในเรื่องการไปสำรวจ ทั้งคนที่พักอาศัยอยู่ที่ในบ้านที่มีรั้ว ตามแฟลต คอนโดมิเนียม ซึ่งตามปกติเวลาไปสำรวจมักจะไม่พบคนเหล่านั้น เพราะฉะนั้นแม้ว่าตัวเลขจะสูสีกัน แต่อยากฝากถึงประชาชนว่า วันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค.นี้ ถือว่ามีความสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศไทย หลังจากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงในทางการเมือง ทำให้ประชาชนแตกแยกไม่เฉพาะผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่กระทบไปถึงการดำเนินชีวิต ความรู้สึก ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่อยากเห็ฯประเทศไทยเดินต่อไปข้างหน้าได้
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า กรรมการอำนวยการฯจึงได้ประมินสถานการณ์ล่าสุด และได้กำหนดการจัดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ 4 แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทีมีการชุมนุมและเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะจัดในวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งการปราศรัยในวันนั้นจะเป็นการเล่าเหตุการณ์ ที่ประชาชนอยากทราบ และในส่วนที่พรรค ได้ผลักดันในเรื่องการจัดเวที โดยเริ่มตั้งแต่ 17.00 น. ซึ่งเป็นวันทำงาน ประชาชนเลิกงานแล้วก็ทยอยมาที่เวที โดยจะมีแกนนำของพรรค ซึ่งจะเป็นกิจกรรมในช่วงโค้งสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การปราศรัยที่สี่แยกราชประสงค์ จะทำให้ตัวเลขส.ส.ของพรรคกระเตื้องขึ้นหรือไม่ ผอ.เลือกตั้ง กล่าวว่า ประเด็นราชประสงค์นอกเหนือจากประเด็นกทม. เพราะเป็นประเด็นความรุนแรง ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น เป็นเป็นสิ่งที่ประชาชนสะท้อนความรู้สึก ที่สะสมในช่วงหลายปีที่ผ่านในส่วนของกทม.โพลที่ออกมา พรรคยังตามอยู่ ตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่พรรคอยากเชิญชวน และเรียกร้องให้ประชาชนชาวไทย ชาวกทม.ที่ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ ไม่เฉพาะในเรื่องการทำมาหากิน และผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และทางด้านชีวิตจิตใจ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนจำความรู้สึกนั้นได้ เพียงแต่ว่าคนที่ไม่ได้ออกมาบนท้องถนน และตามบ้านรั้ว ไม่ได้แสดงออกในวันนั้น เชื่อว่าเขามีความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ ดังนั้นการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. จะเป็นวันที่เข้าได้แสดงออก เพราะเป็นสิทธิที่เขาๆได้แสดงออก โดยเฉพาะในกทม.
ผู้สื่อข่าวถามว่า โพลในส่วนของพรรคเป็นอย่างไรบ้าง นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ตัวเลขมีความใกล้เคียงกันอยู่ในระดับ 200 บวก-ลบ ที่ใกล้เคียงกัน และสถานการณ์ก็จะหมือนการเลือกตั้งในปี 2539
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคงัดเอาเหตุการณ์ความรุนแรง ขึ้นมาตรงที่ว่าความคำสั่งศาลยังไม่มีความชัดเจนตรงนี้ จะทำให้เกิดปฎิกิริยาของคนเสื้อแดง กลายเป็นความแตกแยกร้าวลึกลงไปหรือไม่ ผอ.เลือกตั้ง กล่าวว่า คงไม่ใช่ เราไม่ได้จะพูดในประเด็นนั้น เราจะจัดเวทีปราศรัย เพื่อที่แกนนำพรรคและหัวหน้าพรรค จะได้ชี้ให้เห็นถึงสถานกาณณ์ที่เกิดขึ้นจริง และจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรู้ รวมทั้งทิศทางในการนำพาบ้านเมืองในอนาคต การสร้างความปรองดอง และในการที่จะทำให้คนไทยทุกคนไม่ว่าสีอะไรสามารถอยู่ร่วมกันได้และเดินหน้าต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลของการเลือกพื้นที่สี่แยกราชประสงค์จะไม่กลายเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ทางการเมืองต่อไปอย่างนั้นหรือ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า เพราะเป็นพื้นที่นั้นมีการชุมนุมจริง ซึ่งประชาชนได้รับรู้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการจัดปราศรัยบริเวณดังกล่าว ก็จะเป็นพื้นที่หลักที่ทำให้การชี้แจงสถานการณ์บ้านเมือง ว่าการที่บ้านเมืองไม่เดินหน้า ยังเป็นปัญหาที่วกวนในเรื่องทางการเมือง ขณะที่ประชาธิปัตย์ ผลักดันนโยบายเดินหน้าประเทศไทย และนโยบายเพื่อประชาชน ที่ทำให้บ้านเมืองเดินต่อได้ เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นอย่างนั้น
"สาเหตุหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ เลือกพื้นที่ย่านราชประสงค์ เพื่อเป็นการพูดถึงการดับไฟประเทศไทย ซึ่งวันนี้ไม่ได้เป็นไฟที่เกิดจากการเผาสถานที่ต่างๆ แต่เป็นไฟในใจของคนไทยที่คุกรุ่น และไฟในใจของคนที่ยังรู้สึกว่า เกิดปัญหาความแตกแยกขึ้น และคิดว่าพรรคมองไปถึงอนาคต ไม่ได้มาเพื่อต้องรื้อฟื้นให้คนไทยแตกแยก แต่เป็นสถานที่ และเป็นเรื่องที่คิดว่า ทุกคนรอฟังอยู่ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินหน้าประเทศไทย อย่างไร จะให้เกิดความปรองดองได้อย่างไร” นายอภิรักษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดหวังกับเวทีราชประสงค์ ในการตีคะแนนกลับมาเป็นฝ่ายชนะหรือไม่ ผอ.เลือกตั้ง กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ประชาชนที่ตอบผลสำรวจ ระบุว่า 50% ยังไม่ตัดสินใจ หรือหลายคนตัดสินใจแล้วแต่ไม่อยากบอก แล้วไม่กล้าบอก เพราะสถานกาณณ์ การเมืองที่รุนแรง การต่อสู้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นได้ว่า ประชาธิปัตย์ ไปปราศรัยที่ไหน หรือ หัวหน้าพรรคไปที่ไหน ก็จะมีคนขมขู่ ทำลายป้าย บรรยากาศของแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์ ที่เราไปถามไม่กล้ามาเชียร์เพราะกลัวจะถูกรังควาน ซึ่งบรรนยากาศเหล่านี้ทำให้คนไม่กล้าแสดงออก เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็นจุดที่เราหวังว่าประชาชน จะได้ตัดสินใจ ทราบความจริง และจะได้ร่วมกับประชาธิปัตย์ เดินหน้าประเทศไทย



