ข่าว

ชุมพลชี้ทักษิณกลับได้อยู่กับสถานการณ์

ชุมพลชี้ทักษิณกลับได้อยู่กับสถานการณ์

18 มิ.ย. 2554

"หน.ชทพ." ชี้ “ทักษิณ”กลับปท.ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บอกตอนนี้ยังติดคดีการเมืองและคดีในศาล ชี้ปชป.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ราชประสงค์ได้

เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 18 มิ.ย. ที่ตลาดโบ้เบ้ ย่านสะพานข่าว นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำคณะผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นายวิโรจน์ ตั้งวาณิช นายกมล จิตระดับ เดินหาเสียงที่ตลาดค้าส่งเสื้อผ้า โบ้เบ้ ย่านสะพานขาว โดยมีประชาชนให้ความสนใจพอสมควร

 นายชุมพลกล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุจะเดินทางกลับประเทศไทยเดือนธ.ค.นี้ ว่า เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อถึงปลายปี ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ในความเป็นจริงสามารถกลับมาได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ปัญหาหลักของการเมือง คือความผิดทางการเมืองยังมี ความผิดในกระบวนการยุติธรรมก็มี ดังนั้นตราบใดที่ยังไม่ได้ถอดล็อคทั้งสองประการนี้ไม่ว่าใครที่อยู่ทั้งในและนอกประเทศย่อมมีปัญหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการยกเลิกความผิดทำได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า “ ก็ทีนายวีระ(มุสิกพงศ์)โดนคดีหมิ่นประมาทอยู่ในคุก ก็ยังออกมาได้สบายเลย คือทางกระบวนการยุติธรรมเขามีขั้นตอนทางเทคนิคของเขาอยู่ และกระบวนการทางการเมืองเขาก็มีเทคนิคของเขาอยู่ ซึ่งความผิดทางการเมืองจะแก้ไขได้ด้วยวิธีการแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ”

 เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับมาจริงคิดว่าแนวทางปรองดองของพรรคชาติไทยพัฒนาจะสำเร็จหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ปรากฎชัดว่าวิธีการปรองดองมีขั้นตอนเป็นอย่างไร ถ้าคนที่ติดคดีอาญาอยู่ก็ถามว่าจะปรองดองอย่างไร ก็ต้องเป็นโจทก์ที่ต้องขบคิดกันต่อไปว่าทำได้หรือไม่

 ส่วนความผิดทางการเมืองไม่น่ามีปัญหา ตนไม่ได้พูดหมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าปิดสนามบิน ยึดช่อง 11 ล้มการประชุมซัมมิท ปิดล้อมทำเนียบฯ สภา ราชดำเนิน ราชประสงค์ ทุกๆเหตุการณ์ ความผิดทางคดีอาญาทุกคนมีอยู่ทั้งนั้น ถ้ากรณีอย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าสังคมจะยอมรับหรือไม่ เพราะมีคนที่ไม่ได้เข้าไปร่วมกิจกรรม ไม่ได้กระทำความผิดแต่โดนด้วย จึงมีจุดที่สมควรที่จะอะลุ้มอะล่วยได้บ้าง

ชี้ปชป.เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ราชประสงค์ได้ 

 นายชุมพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 23 มิ.ย.นั้นจะเป็นการยั่วยุกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ ว่า คิดว่าไม่มีปัญหา เป็นสิทธิ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาเองก็สามารถไปเปิดเวทีปราศรัยที่แยกราชประสงค์ได้หากต้องการเพราะเป็นสิทธิ แต่ตนต้องการให้มองว่ากระแสข่าวเรื่องหมู่บ้านเสื้อแดง การออกมาชูป้ายต่อต้านเวลาพรรคตรงข้ามไปหาเสียงนั้นเป็นเทคนิคในการหาเสียงของแต่ละพรรคเท่านั้น อย่าไปถือสาว่าเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ละพรรคไปเปิดเวทีปราศรัยที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นจุดไหน ไม่น่ามีปัญหา ถือเป็นเทคนิคของแต่ละพรรคที่จะเลือกเอาว่าจุดไหนที่จะสร้างคะแนนให้พรรคตัวเอง และทำให้คะแนนอีกฝ่ายหนึ่งตกลงไปได้ อย่าไปถือเป็นเรื่องใหญ่

มั่นใจ100%ทหารไม่ยุ่งการเมือง

 นายชุมพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อาจจะมีการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารภาค 2 หลังการเลือกตั้ง 3 ก.ค.ว่า เรื่องนี้ยังไกลเกินไป ทหารเองก็พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ตนคิดว่าเรื่องนี้ก็น่าจะสบายใจได้ เรื่องการตั้งรัฐบาล รอดูผลการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ก่อน และตนเชื่อว่าทหารมีความเข้าใจเรื่องต่างๆทั้งหมดและได้แสดงจุดยืนออกมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเที่ยวนี้ตนเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์

แปลกใจ"4กกต."ทัวร์ตปท.พร้อมกัน

 นายชุมพล  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กกต.ถูกวิจารณ์ถึงการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงใกล้เลือกตั้งนี้ ว่า ตนก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไปทีเดียวพร้อมกันหมด กกต. 5 คน ไป 4 คนพร้อมๆกัน และยังเป็นที่น่าสังเกตุว่าเป็นการเชิญของกรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด มีความจำเป็นรีบด่วนขนาดไหนที่ต้องไปด่วนขนาดนั้น ตรงนี้ก็น่าสนใจ ดังนั้นที่สังคมกำลังวิจารณ์กกต.อยู่นี้ ทางกกต.ก็ต้องชี้แจงแบบให้มีน้ำหนักมากหน่อย เพราะความจริงงานในส่วนนั้นสามารถมอบให้รองเลขาฯ เจ้าหน้าที่ไปดูแลแทนได้ เพราะเขาในฐานะผู้ปฏิบัติ ในกรณีนี้ก็เช่นกันสามารถมอบให้เจ้าหน้าที่ไปได้ คงต้องรอฟังคำชี้แจงเหตุผลจากกกต.เองว่าไปด้วยเหตุผลใด แต่ถ้าเพียงแค่กรมการกงศุลเชิญไปแล้วไปนั้นมันน้ำหนักอ่อน เพราะภาพที่มันออกมานั้นไปในทำนองว่าจะละทิ้งหน้าที่ ส่วนที่วิจารณ์ว่าจะเป็นการหนีอะไรหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรกดดันกกต.

 นายชุมพล กล่าวว่า และตนขอฝากถามว่า นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต.นั้นเดินทางไปกับเขาด้วย ซึ่งตนแปลกใจ เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าอาจเป็นแผนล้มการเลือกตั้ง นายชุมพล กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เวลานี้กระแสสังคมคงไม่ยอมรับ หากจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง หรือจะมีการมาล้มกระบวนการเลือกตั้งไม่ว่าด้วยวิธีการใด ตนเชื่อว่าคนที่คิดอย่างนั้นอาจจะมีปัญหากับสังคม