
ฉุนตรวจยานักโทษเรือนจำนราฯจลาจล
นักโทษเรือนจำนราฯก่อจลาจล ทำร้ายเจ้าหน้าที่เจ็บระนาว ขณะที่รองผู้ว่าฯนำคณะตรวจค้นเรือนนอนพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุสาเหตุเพราะไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นยาเสพติด
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ระหว่างที่นายเดชรัฐ สิมศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กำลัง 3 ฝ่าย จำนวนกว่า 150 นาย ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารและฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกับนายสุพจน์ สุวรรณทิตย์ ผบ.เรือนจำนราธิวาส ทำการตรวจค้นเรือนนอนของผู้ต้องขังชาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องขังชายทั้งหมด จำนวน 999 คน มารวมตัวกันอยู่ภายในลานสนามซึ่งอยู่ด้านหลังของที่ทำการ และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นเรือนนอนชายชั้น 1 และชั้น 2 อยู่นั้น เจ้าหน้าที่ได้พบยาบ้า ยาไอซ์และโทรศัพท์มือถือจำนวนหนึ่งของนักโทษชายซุกซ่อนอยู่ภายในเรือนนอน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดเพื่อหาเจ้าของ
ทันใดนั้นได้มีนักโทษชายจำนวน 2 - 3 คน ซึ่งต้องคดีความมั่นคงเกิดความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ ด้วยการตะโกนปลุกระดมนักโทษชาย ให้ลุกฮือต่อต้านและกดดันการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่กำลังกระจายกำลังกันตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ซึ่งมีกำลังน้อยกว่า จึงได้พากันทยอยเพื่อเดินออกจากประตูชั้นในภายในเรือนจำ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการลุกฮือของนักโทษ เจ้าหน้าที่จึงได้ทยอยวิ่งและเดินออกจากประตูชั้นใน ซึ่งมีขนาดเล็กและคับแคบ จึงถูกนักโทษชายที่ไม่พอใจการกระทำของเจ้าหน้าที่ จึงได้พากันวิ่งไปหยิบก้อนหิน ท่อนไม้ที่ใช้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ รวมทั้งท่อเศษเหล็กแป๊ป ขวางใส่เจ้าหน้าที่ที่กำลังทยอยกันหนีออกทางประตู จนถูกเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บกันไปตามๆกันจำนวน 25 นาย
ทราบชื่อในเบื้องต้นที่มีอาการค่อยข้างสาหัส ซึ่งถูกสิ่งของขวางใส่ศรีษะ ประกอบด้วย 1. พ.ต.ท.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สว.ป.สภ.เมืองนราธิวาส 2. ร.ต.ท.ชาติชาย มูลรักษ์ 3. ด.ต.ปรีชา ทองศรีไหม 4. วีระชัย สุกเพชร 5. ส.ต.ท.รักชาติ กังตะมโณ 6. นัฐพงษ์ แสงแก้ง 7. ส.ต.ท.กุมาล พูลเอียด 8. ส.ต.ท.ระพีภาษ ทวีสิน 9. ส.ต.ท.สัญฑัต หนูนัง 10. อส.รอมือลี สาลี 11. อส.อำรัน อะนีมามอ ส่วนอีก 14 นาย ยังไม่ทราบรายชื่อซึ่งถูกสิ่งของขวางเข้าใส่ตามร่างกายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ต่อมา นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช รอง ผบ.ศชต.นายสุพจน์สุววรณทิตย์ ผบ.เรือนจำนราฯและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวางแผนปรึกษาหารือ เพื่อที่จะเข้าทำการระงับเหตุ โดยนายธนนได้ใช้โทรโข่งทำการเจรจากับนักโทษที่ชั้น 2 ของที่ทำการเรือนจำเป็นระยะๆ เพื่อให้นักโทษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แยกตัวเข้าไปอยู่ภายในเรือนนอน แต่การเจรจาล่าสุดไม่เป็นผล เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนกำลัง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดเจ้าหน้าที่สามารถบุกควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด
ผวจ.นราฯตั้งคกก.สอบหาตัวแกนนำปลุกระดม
นายธนน กล่าวหลังจากเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ว่า ตนเองได้มีการพูดคุยกับนักโทษทั้งหมดภายในเรือนจำ ซึ่งแยกเป็นชาย จำนวน 999 คน และเป็นหญิง จำนวน 84 คน ผ่านทางเครื่องขยายเสียงจนทำให้นักโทษทั้งหมดยอมเข้าไปในเรือนนอน 1 และ 2 เป็นที่เรียบร้อย แต่เพื่อความไม่ประมาทได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.นราธิวาส เฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยกองกำลังผสมที่กระจายกำลังรายรอบเรือนจำอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้สถานการณ์คุกรุ่นขึ้นมาอีก
ขณะเดียวกันตนเองได้สั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อสอบสวนว่า นักโทษคนใดเป็นผู้ก่อหวอดขึ้นมาในครั้งนี้ รวมทั้งมีนักโทษกี่รายที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากอีกด้วย สำหรับสิ่งของผิดกฎหมายที่มีการตรวจค้นพบภายในเรือนนอนของนักโทษ อาทิ ยาบ้า ยาไอซ์ อุปกรณ์ในการเสพ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือและซิมจำนวนหลายรายการนั้น ตนเองได้มีการสั่งให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยว่า ช่องทางการเล็ดลอดของสิ่งต้องห้ามเหล่านี้เข้ามาภายในเรือนจำได้อย่างไร หากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนรู้เห็นจะต้องมีการพิจารณาโทษทัณฑ์ตามขั้นตอนต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวอีกว่า ปัญหาของเรือนจำ จ.นราธิวาส ขณะนี้คือ ที่ตั้งของเรือนจำอยู่กลางเมืองนราธิวาส ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ จะยากต่อการเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ที่ผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีแล้วที่ได้เสนอเรื่องการโยกย้ายเรือนจำไปอยู่ที่ใหม่คือ บ้านโคกกระดูกหมู อ.ตากใบ แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติ จนมาเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ระบุสาเหตุฉุนที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นยาเสพติด
นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเรือนนอน และสถานที่ต่างๆภายในเรือนจำ ทำให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำไม่พอใจ และก่อความวุ่นวายทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไประงับเหตุการณ์ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ การดำเนินการตรวจค้นในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลให้มีผู้เสียผลประโยชน์ และไม่พอใจ จึงพยายามยุยงผู้ต้องขังคนอื่นก่อเหตุขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เพื่อหาหัวหน้ากลุ่มที่ก่อเหตุจลาจลครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ นายฐานิส ศรียะพันธ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ลงพื้นที่เพื่อติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า การตัดสัญญาณโทรศัพท์ภายในเรือนจำต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี ถือเป็นเรือนจำแห่งแรกที่มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือได้ทั้งเรือนจำ ซึ่งในปีนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อเครื่องตัดสัญญาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ที่จะนำมาติดตั้งในเรือนจำอีก 5-6 แห่ง แต่ไม่สามารถ
ติดตั้งได้ทั้งหมดกว่า 140 แห่ง ซึ่งหากพบมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบซื้อขายยาเสพติดภายในเรือนจำ จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการทันที



