ข่าว

ช้างชนช้าง-บึงกาฬเขต1เก้าอี้"เพื่อไทย"สั่นคลอนเจอสายแข็ง "ภูมิใจไทย-ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน"

ช้างชนช้าง-บึงกาฬเขต1เก้าอี้"เพื่อไทย"สั่นคลอนเจอสายแข็ง "ภูมิใจไทย-ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน"

18 มิ.ย. 2554

หลังจากบึงกาฬได้ก่อตั้งเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เพียงไม่กี่เดือน การเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.ระดับประเทศก็ได้ประกาศขึ้น บึงกาฬจาก 8 อำเภอได้รับการแบ่งพื้นที่ ส.ส.มา 2 ที่นั่ง จากการแบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งออกมา 2 เขต เขตละ 4 อำเภอ จากประชากรทั้งหมดเกือบ 4

 โดยเฉพาะ "บึงกาฬเขต 1" ที่ผู้สมัครจากพรรคใหญ่ ทั้ง "พรรคเพื่อไทย, ชาติพัฒนาเพี่อแผ่นดิน, ภูมิใจไทย" ได้เงาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผู้สมัครเกือบทั้งหมดเคยเป็น ส.ส.มาแล้ว ทำให้การชิงชัยเก้าอี้ ส.ส.บึงกาฬ เขต 1 ได้แก่ อ.เมือง, อ.โซ่พิสัย, อ.ปากคาด และ อ.บุ่งคล้า ค่อนข้างดุเดือด ผู้สมัครแต่ละพรรคต่างมุ่งหวังที่จะล้มแชมป์เก่า และทวงเก้าอี้ ส.ส.มาครองให้ได้ ทำให้การหาเสียงทวีความเข้มข้นขึ้นทุกวัน ผู้สมัครแต่ละคนขยันลงพื้นที่ดึงกระแสความนิยม และการสร้างรายได้ให้คนพื้นที่ต่างๆ มาเป็นนโยบายในการล้มแชมป์ หรือรักษาตำแหน่งเดิมของตนเองเอาไว้

 โดยเฉพาะ "สงกรานต์ คำพิไสย์" ผู้สมัค รส.ส.บึงกาฬ เขต 1 พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน อดีต ส.ส.พรรคเสรีธรรม ปี 2544 อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ปี 2549 หลังจากย้ายมาอยู่กับ "พรรคเพื่อแผ่นดิน" สอบตกในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ที่ทำให้ "สงกรานต์" ฮึดสู้ด้วยการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ คะแนนเสียงดีวันดีคืน ตั้งแต่ยังไม่ยุบสภา เป็นความหวังของผู้ใหญ่ในพรรคที่เชื่อว่าจะสามารถล้มแชมป์ได้

 ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาหลังสองตบ "สงกรานต์"  เข้าหาประชาชนทุกงาน งานบุญ งานบวช งานแต่ง รับอาสาเป็นธุระให้ชาวบ้านทุกเรื่อง จึงทำให้ไปไหนมาไหนในเขตพื้นที่ จ.บึงกาฬ คนรู้จักทักทายทั้งเมือง หลังสมัครรับเลือกตั้ง "สงกรานต์" ขยันลงพื้นที่เพิ่มขึ้นไปอีก เปิดเวทีปราศรัยในหมู่บ้านเกือบทุกซอยพร้อมงัดนโยบายการส่งเสริมผลักดันให้มีการค้าเสรีตลาดยางพาราทุกภูมิภาคในประเทศ ช่วยเกษตรกรชาวสวนยางมีแหล่งขาย แหล่งรับซื้อใกล้บ้านในราคาสูง นโยบายนี้เรียกว่า "โดน" เพราะบึงกาฬเป็นเมืองแห่งยางพารา มีปลูกกว่า 1 ล้านไร่ เสียงชาวสวนตอนยังไม่เข้าคูหาเวลานี้ยังเทให้ "สงกรานต์"

 ด้านผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย "แว่นฟ้า ทองศรี" รายนี้ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเป็น ส.ส.มาก่อน แต่สามี "ทรงศักดิ์ ทองศรี" มีดีกรีอดีต รมช.คมนาคม
มาก่อน และกระแสนิยมพรรคที่ผลักดันบึงกาฬเป็นจังหวัด ทำให้ “แว่นฟ้า” เชื่อมั่นว่าจะผลักโครงการอื่นๆ ในการพัฒนา จ.บึงกาฬ ให้ก้าวหน้าได้ ขณะลงพื้นที่หาเสียงจึงเขาชูนโยบายใหม่ในการสร้างเมืองบึงกาฬ ให้เป็นเมืองแห่งการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยการสร้างสะพานมิตรภาพ “ไทย-ลาว” แห่งที่ 5 ให้บึงกาฬมีสีสัน

 “แว่นฟ้า ทองศรี” กล่าวว่า ความมั่นใจอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนชาวบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอ เท่าที่ลงพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ ก็ต้องยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ผลักดันบึงกาฬให้เป็นจังหวัด เป็นสิ่งที่ชาวบึงกาฬรอคอยมากว่า 20 ปี พอเราลงพื้นที่ก็ได้รับผลตอบรับดี อีกทั้งเชื่อมั่นว่าประชาชนยังหวังที่จะอยากให้เมืองบึงกาฬมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 ของประเทศ เรื่องนี้จะผลักดันให้ถึงที่สุด

 "ทางพรรคก็มีนโยบายที่บอกว่ามีทุนเพิ่มที่ มีทางเพิ่มทุน เพิ่มที่มีทางอย่างที่บอก และนโยบายที่บอกทั้งหมดก็คือเป็นสิ่งที่พูดแล้วทำ เป็นรูปธรรมจริงๆ จับต้องได้ อย่างเรื่องบึงกาฬเป็นจังหวัดนี้ ก็อยู่ในใจของพี่น้องประชาชน เชื่อว่าถ้าถามถึงความมั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์คงต้องถามจากพี่น้องประชาชน โดยส่วนตัวมั่นใจเกินร้อยกับการเลือกตั้ง" แว่นฟ้ากล่าว

ขณะที่ "เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์" แชมป์เก่า ส.ส.พรรคพลังประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่า "เชิดพงศ์" โชคดี แม้ว่าเวลาลงพื้นที่หาเสียงจะเป็นคนพูดน้อย พูดไม่ค่อยเก่งเท่าไร แต่กระแสเสื้อแดงและกระแสพรรคเพื่อไทย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่นิยมชมชอบในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บวกกับนโยบายพรรคยังดึงดูดใจชาวบ้านในพื้นที่ได้ ทำให้ "เชิดพงศ์" ได้เปรียบคู่แข่ง แม้ไม่ต้องแนะนำตัวมาก ไปทางไหนประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงคอยให้การสนับสนุน ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ "เชิดพงศ์" จึงหวังว่าจะสามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้

แต่ท้ายที่สุดในวันที่ 3 กรกฎาคม ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าใครเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนชาวบึงกาฬเข้าไปนั่งทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร!