ข่าว

“บังยี”วรวีร์นั่งนายกฟุตบอลฯต่ออีกสมัย

“บังยี”วรวีร์นั่งนายกฟุตบอลฯต่ออีกสมัย

17 มิ.ย. 2554

บอลไทยฟ้าไม่เปลี่ยนสี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นั่งนายกสมาคมลูกหนังไทยสมัยที่ 3 แบบคะแนนท่วมท้น 123 เสียง ชูนโยบายเน้นปฏิรูปทีมชาติไทย แต่ขอเวลาเฟ้นทีมงานสภากรรมการบริหารและกุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ เพราะติดภารกิจต้องรีบไปต่างประเทศเหมือนเดิม ส่วนทีมโอลิมปิกไ

            สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2553 ที่ทำการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย (แห่งใหม่ หนองจอก) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลคนใหม่ หลังจากที่ “บังยี” วรวีร?์ มะกูดี ที่หมดวาระเมื่อวันที่ 17 มีนาคม หลังจากที่ทำงานมาแล้ว 2 สมัย

            บรรยากาศก่อนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก แต่เกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีผู้ถือใบมอบอำนาจของ ร.ร.พยุหะวิทยา จ.นครสวรรค์ มาซ้ำซ้อนกัน 2 คน โดย สุริยพงษ์ เฉลิมวงค์ ที่เดินทางมาภายหลังพบว่ามีคนชื่อ นนทกร จินทา ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ไปก่อนแล้วจึงมีการตรวจสอบหลักฐานและสุริยพงษ์ ถูกปฏิเสธไม่ให้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง

            สุริยพงษ์ เปิดเผยว่า ทำทีมร.ร.พยุหะวิทยามาแล้ว 15 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงเซ็นใบมอบอำนาจให้มา แต่ใบมอบอำนาจอีกใบไม่รู้ใครเซ็นมาแต่จะมีใครใหญ่กว่าผู้อำนวยการอีก ถ้าอยากจะได้เสียงตนแต่ทำไมไม่เชื่อใจให้ลงคะแนนเอง คงไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้เพราะตนอาศัยอยู่ในพื้นที่ สื่อมวลชนเองก็คงไม่สามารถรับประกันชีวิตของตนได้

            จากนั้นเวลา 11.00 น. จึงเริ่มประชุมโดยมี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี รักษาการนายกสมาคมฟุตบอลเป็นประธานประชุม ซึ่ง “มร.โอเค” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลได้แจ้งจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 168 เสียง ประกอบด้วยสโมสรสมาชิก 149 เสียงจากทั้งหมด 153 เสียง เนื่องจาก 3 ทีมคือ สมาคมกีฬาชาวสุราษฎร์ สันนิบาตสมุทรปราการ และสินธนา ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่ส่งทีมเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเวลา 3 ปี รวมถึง ไทยฮอนด้า ที่ขาดประชุม ส่วนอีก 19 เสียงเป็นสภากรรมการบริหารสมาคมฟุตบอล

            มนตรี สุวรรณน้อย ประธานสโมสรสินธนา ได้ลุกขึ้นกล่าวในที่ประชุมสอบถามถึงสิทธิ์ของตัวเองว่า  สินธนาให้สิทธิ์? จุฬา ยูไนเต็ด และบีบีซียู ส่งทีมแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมาเคยเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยและสภากรรมการ รวมถึงสร้างนักเตะติดทีมชาติไทยมากมาย แต่เมื่อไม่ให้การสนับสนุนกลุ่มของรักษาการนายกสมาคมทำไมถึงมาตัดสิทธิ์กัน

            ด้าน “บังยี” กล่าวตอบโต้ว่า ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง หลักฐานเอกสารทุกอย่างได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและได้ทำหนังสือแจ้งไปหมดแล้ว เรื่องนี้มีฝ่ายกฎหมายเป็นผู้พิจารณา หากทีมสินธนาอยากจะร้องเรียนก็มีกระบวนการอยู่ แต่ในการประชุมครั้งนี้ไม่มีวาระในการพิจารณาสิทธิ์ของทีมแต่อย่างใด

            หลังจากนั้นที่ประชุมได้มีการแจ้งงบดุลประจำปี และแต่งตั้ง พ.ต.ประชา ธรรมโชติ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีต่อไปเหมือนเดิม ก่อนมาถึงวาระสำคัญในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้สอบถามถึงสิทธิ์ของสภากรรมการบริหาร 19 คนว่าหมดวาระแล้วยังจะมีสิทธิ์ลงคะแนนหรือไม่ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธในการตรวจสอบและดำเนินการเลือกตั้งทันที

            ที่ประชุมได้เสนอชื่อ “เปาอั๋น” ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ ทำหน้าที่ประธานในการเลือกตั้ง จากนั้นเป็นการเสนอชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมี 3 คนประกอบด้วย วรวีร์ มะกูดี ,วิรัช ชาญพานิชย์ และพิเชฐ มั่นคง แต่ กษิติ กมลนาวิน ที่ประกาศตัวลงสมัครด้วยไม่มีใครเสนอชื่อ จากนั้นจึงเป็นการลงคะแนนเสียงลับให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงหย่อนบัตรลงในหีบเลือกตั้ง

            การลงคะแนนเสียงใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะเปิดหีบนับคะแนน โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน ผลปรากฏว่าอันดับ 1 วรวีร์ มะกูดี  123 คะแนน อันดับ 2 วิรัช ชาญพานิชย์ 44  คะแนน และอันดับ 3 พิเชฐ มั่นคง 1 คะแนน ทำให้ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลเป็นสมัยที่ 3 ทันที

            “บังยี” แถลงข่าวว่า ขอบคุณทุกสโมสรที่ทั้งเลือกและไม่เลือกตนให้ทำหน้าที่ต่อ จากนี้ไปจะขอทำงานอย่างเต็มที่ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนก็ตาม นโยบายหลักจะเน้นที่ทีมชาติไทยที่จะต้องมีการปฏิรูปใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็พยายามมาโดยตลอด การทำงานทุกอย่างจะต้องกลั่นกรองให้ดีที่สุด โดยเฉพาะทีมชาติไทย ส่วนฟุตบอลลีกนั้นไม่น่าห่วงเพราะพัฒนาขึ้นมาจนน่าพอใจในระดับหนึ่ง

            “ผมยินดีและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนหรือแฟนบอลให้คำแนะนำต่างๆ มาได้เลย ซึ่งการตัดสินใจทุกอย่างจะต้องมีสภากรรมการบริหารร่วมด้วย ผมเหมือนกัปตันทีมที่ต้องการได้ทีมเวิร์กที่ดี ขอเวลาสักพักในการหาทีมงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นสภากรรมการ ผมให้คำมั่นสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานและดึงเอาคนที่มีความรักในฟุตบอลเข้ามาทำงาน” บังยี กล่าว

            นายกสมาคมฟุตบอลไทยกล่าวต่อว่า สำหรับโค้ชคนใหม่ของทีมชาติไทยคงต้องพิจารณาอีกนิดหน่อย ถ้าเป็นโค้ชไทยก็ต้องมีที่ปรึกษาทางเทคนิคมาช่วย ขณะที่โค้ชต่างชาติก็มีเสนอตัวมาเยอะ  ตรงนี้จะต้องรีบพิจารณาเพราะมีภารกิจฟุตบอลโลกรออยู่ รวมถึงสภากรรมการบริหารหากได้ครบแล้วจะรีบแจ้งให้ทราบ ขอเวลาอีกไม่กี่วันเพราะติดภารกิจต้องไปทำหน้าที่ในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่เยอรมนีก่อน

            “ผมจะพยายามพาทีมชาติไทยทำผลงานให้ดีที่สุดทั้งในซีเกมส์ ซูซูกิคัพ และฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก แต่ฟุตบอลมันมีองค์ประกอบปัจจัยหลายอย่างอย่างที่เคยพูดไปแล้ว หากพลาดนิดหน่อยก็แพ้ได้ ส่วนทีมโอลิมปิกขั้นตอนยังอยู่ที่ศาลกีฬาโลก ขอยืนยันว่าดำเนินการอยู่แต่บอกไม่ได้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรเพราะเป็นเรื่องของศาลกีฬาโลก” บังยี กล่าวปิดท้าย

            ด้าน “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ ที่คะแนนเสียงได้น้อยกว่าที่คาดเปิดเผยว่า การเลือกตั้งเป็นไปด้วยดี คะแนนไม่ถือว่าผิดพลาดและตั้งแต่เลื่อนจากประชุมวันที่ 6 พฤษภาคมมาก็พอจะเข้าใจได้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ไม่เสียใจที่ไม่ชนะเลือกตั้งเพราะได้ทำในสิ่งที่ต้องทำแล้ว ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะและหวังว่านายกสมาคมจะนำเอาประสบการณ์ในครั้งนี้ไปพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น หากจะให้ร่วมงานกันก็มานั่งคุยกันเพราะคิดแตกต่าง แต่ไม่แตกแยกอยู่แล้ว