
ผบช.ภ.3จับมือตม.-ตชด.ล่าหน.สายลับ
ผบช.ตร.ภ.3 สั่ง ตำรวจประสานงาน ตม. - ตชด.- ก.ต่างประเทศ ไล่ล่าหัวหน้าสายลับเขมรที่ยังหลบหนีอยู่เต็มที่ เผยกบดานอยู่นอกประเทศ เลขานุการเอกอัครราชทูตเวียดนาม เผย พอใจที่เห็นผู้ต้องหาสายลับเวียดนาม ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เตรียมหาทางช่วยเห
(17มิ.ย.) พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงกรณีการจับกุมสายลับกัมพูชาที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษว่า การจับกุมครั้งนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 3 คน ที่กระทำความผิดในเรื่องโจรกรรมข้อมูลทางทหาร ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดี และได้ทำการสืบสวนความ เชื่อมโยงเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดอีกกลุ่มหนึ่งที่หลบหนีไปได้ ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมได้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินคดี ซึ่งมั่นใจว่าในเรื่องของการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ต้องหาไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทางตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน และยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้สร้างหลักฐานเพื่อยัดข้อกล่าวหา เนื่องจากสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมหลักฐาน ที่เป็นเอกสารแผนที่ประเทศไทยระบุพิกัดด้วยเลข 10 หลัก ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นจุดพิกัดที่ตั้งทางทหารของไทย
พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าวอีกว่า การสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในบางส่วนโดยระ บุว่านายวิชัย (ชื่อไทย) หรือ นายยา เปา อายุ 48 ปี ชาวกัมพูชา ที่เป็นแกนนำกลุ่มคนสำคัญได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบประวัติและความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหาที่จับกุมได้กับกลุ่มผู้ที่ยังหลบหนีอยู่ ทั้งนี้ทางตำรวจได้ทำการออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 1 ราย ที่มีความชัดเจนในเรื่องของข้อมูล แต่ทราบว่าขณะนี้ไม่ได้หลบหนีอยู่ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้ดำเนินตาม กรรมวิธีทางการฑูตกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมา ดำเนินคดีต่อไป
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ระบุอีกว่า เรื่องนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างประเทศทาง ตำรวจภูธรภาค 3 ก็ได้มีการปรึกษาหารือกับ ทหารในการดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ส่วนทางพนักงานสอบสวนเองก็เร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยประสานงานไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบประวัติของกลุ่มคน ที่ทางตำรวจสามารถจับกุมไว้ได้ เพื่อให้ทราบถึงการเชื่อมโยง ความเกี่ยวพันกันของกลุ่มบุคคลดังกล่าว รวมถึงกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนีอยู่ และคาดว่ายังมีบุคคลที่ร่วมขบวนการหลบหนีอยู่ในขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 5 - 6 คน เพราะผู้กระทำผิดต้องมียานพาหนะ 2 คัน เป็นอย่างน้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานซึ่งประกอบ ด้วยโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพได้ และแผนที่ประเทศไทยที่ระบุพิกัดทาง ทหารของไทย
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบข้อมูลว่าผู้ต้องหาคนสำคัญที่ยังหลบ หนีอยู่ในขณะนี้ได้เคยเดินทางผ่านเข้าออกประเทศไทย ทางด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลายครั้ง โดยได้มีการขออนุญาตผ่านเข้าออก อย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจกำลังตรวจสอบถึงสาเหตุที่มีการผ่านเข้า ออกของผู้ต้องหาคนสำคัญรายนี้อยู่ และขณะนี้ทางตำรวจภูธรภาค 3 ก็ ได้ประสานงานร่วมกับทางตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว พร้อมทั้งตรวจสอบเข้มงวดในการผ่านเข้าออกของบุคคลต้องสงสัยเพื่อป้องกัน ไม่ให้กลุ่มสายลับแฝงตัวลักลอบมาโจรกรรมข้อมูลทางทหารของไทยซ้ำอีก
ส่วนการดำเนินการทางด้านคดีความ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ พนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน และความเห็นส่งอัยการเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไป และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องตั้งเป็นคดีพิเศษเพื่อให้หน่วยงานอื่น มาดำเนินการเพราะมั่นใจว่าทางตำรวจภูธรภาค 3 สามารถดำเนินการได้
ทูตเวียดนามเยี่ยมผู้ต้องหาสปายเขมร
นายฟาม มินห์ ตวน เลขานุการเอกอัครราชทูตเวียดนาม ประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าไปเยี่ยม นายเหวียง เติ้งยัง ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม ซึ่งถูกทหาร ตำรวจศรีสะเกษ จับกุมได้ที่บริเวณถนนสายกันทรลักษ์ - เขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน ในข้อหาร่วมกันกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ที่เรือนจำ อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำ จัดสถานที่ให้ นายฟาม มินห์ ตวน ได้พบกับ นายเหวียง เติ้งยัง โดยได้ใช้เวลาในการพบปะพูดคุยเป็นเวลาพอสมควร ก็ได้เดินทางกลับออกมา
นายฟาม มินห์ ตวน กล่าวว่า ตนมาเยี่ยม นายเหวียง ตามระเบียบปฏิบัติ ซึ่งจากการที่ตนได้เข้าไปเยี่ยม นายเหวียง แล้ว พบว่า นายเหวียง ได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นอย่างดียิ่ง มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร ซึ่ง นายเหวียง ได้แจ้งให้ตนทราบว่า ได้เข้ามาที่บ้านภูมิซรอล เพื่อมาท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งตนจะได้รายงานเรื่องนี้ให้หน่วยเหนือทราบ เพื่อพิจารณาหาทางช่วยเหลือนายเหวียงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย ได้ร่วมกันสอบสวน นายสุชาติ มูฮำหมัด ผู้ต้องหาชาวไทย อย่างละเอียด เนื่องจากว่า คำให้การของ นายสุชาติ วกวน ปิดปังอำพรางความจริงบางอย่างอยู่ พร้อมทั้งได้มีการนำเอาเครื่องจับเท็จ มาทำการสอบนายสุชาติ ด้วย ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.สังวร วันทะวี พงส.(สบ2) สภ.กันทรลักษ์ ก็ได้ดำเนินการสอบปากคำ นายอึ้ง ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา และนายเหวียง เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบสำนวนคดีให้สมบูรณ์ที่สุด โดยมีล่ามชาวกัมพูชาและล่ามชาวเวียดนาม แปลภาษาให้กับผู้ต้องหาอีกด้วย



