ข่าว

ปชป.ชี้นโยบายศก.พท.ลักไก่ขายฝันอื้อ

ปชป.ชี้นโยบายศก.พท.ลักไก่ขายฝันอื้อ

17 มิ.ย. 2554

“ปชป.” ย้ำ นโยบายศก. “พท.” ลักไก่ ขายฝันหลายเรื่อง แฉ “แม้ว” หมิ่นสถาบัน ผ่าน “สื่อเยอรมัน” สอดรับกับ “โรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม” เชื่อ เพิ่มความวุ่นวายให้บ้านเมือง “สุเทพ”จี้ กกต. ทำงานให้เข้มแข็ง เตือนระวังตกเป็นจำเลยสังคม

 (17มิ.ย. ) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์  สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย มีการลักไก่ ขายฝันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ด้วยการออกกฎหมาย ไม่ได้ผ่านคณะกรรมการไตรภาคีพิจารณาขึ้นค่าแรง ซึ่งนโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะขณะนี้ค่าแรงขั้นต่ำ ภาคเหนืออยู่ที่ 167 บาท ภาคอีสาน ?167 บาท การเพิ่มเป็น 300 บาท ต้องเพิ่มอีกเกือบเท่าตัว จะเป็นปัญหาต่อภาคธุรกิจและทำให้แรงงานต้องถูกเลิกจ้าง

 ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ถูกจุด ที่ยิ่งแก้จะยิ่งกลายเป็นวัวพันหลัก สร้างปัญหาให้กับประเทศไทย ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยก็มีแต่หน้าเดิมๆ เป็นอดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในวันที่เศรษฐกิจตกต่ำ อีกทั้งจะหวังให้เครดิตจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ? ก็คงใช้ไม่ได้ เพราะตั้งแต่ปี 2544-2549 ที่เป็นรัฐบาล ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพียงแค่ ?3.70 บาท เทียบกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์? เวชชาชีวะ 2 ปี ขึ้นค่าแรงไปแล้ว 6 บาท แสดงให้เห็นว่าทำได้จริง รวมทั้งนโยบายขึ้นค่าแรง 2 ปี 25 % ที่เป็นไปได้และได้การตอบรับจากตัวแทนไตรภาคีที่จะเพิ่มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบแรกในช่วงกลางปีนี้

 นายอรรถวิชช กล่าวอีกว่า ส่วนนโยบายรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยนั้น 1 ปี จะมีผลผลิต 30 ล้านตัน การที่ตั้งราคารับจำนำ 1.5 หมื่นบาท จะต้องใช้งบ 4 แสนล้านบาท จากงบประมาณประจำปี 2 ล้านล้านบาท แล้วจะนำเงินมาจากไหน โครงการนี้จึงเป็นโครงการขายฝัน ลักไก่ หาเสียง จึงขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยหยุดลักไก่ขายฝัน

แฉ“แม้ว”หมิ่นสถาบันผ่าน“สื่อเยอรมัน”

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคเป็นห่วงท่าทีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญขีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ที่เป็นผู้สมัครส.ส.ระบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุนกลุ่มคนที่ขัดขวางการหาเสียงโดยอ้างว่า ไม่ใช่เป็นการกระทำของคนเสื้อเดง และเป็นเรื่องที่สามารถแสดงออกได้ เท่ากับว่า คนที่อาสามาเป็นผู้ปรองดองไม่มีพฤติกรรมห้ามปราม การเคลื่อนไหวที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปรองดอง

 นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ในประเทศเยอรมันนีชื่อ Spiegel online เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า โดยถ้อยคำทำนองว่า ไม่ประสงค์ที่จะปรองดอง และเงินจำนวน กว่า 4 หมื่นล้าน ถูกรัฐบาลขโมย ไป ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะคดีดังกล่าว ศาลได้มีคพิพากษาสิ้นสุดไปแล้ว

 “การเคลื่อนไหวเหล่านี้ ถือเป็นการเพิ่มความวุ่นวายในบ้านเมือง มีบางถ้อยคำในการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสถาบันที่อยู่นอกเหนือการเมือง สอดรับกับการทำงานของนายโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม ทนายความของกลุ่มคนเสื้อแดง และนายใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นสถาบันที่กำลังหลบหนีคดีอยู่ สิ่งเหล่านี้ชี้ชัดว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.ระบบัญชีรายชื่อ และพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความตั้งใจจริงในการปรองดอง โดยวาระที่แท้จริงคือ ต้องการเอาเงินคืน และล้างความผิดให้ตัวเอง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

“สุเทพ”จี้ กกต. ทำงานให้เข้มแข็ง

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 คน เดินทางไปดูงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในต่างประเทศว่า ไม่ขอประเมินว่าเรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ไม่เข้าใจถึงการทำหน้าที่ของ กกต. เพราะในขณะที่ประเทศกำลังมีการเลือกตั้ง แต่กกต. ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยเหตุใดจึงต้องไปดูงานต่างประเทศในช่วงนี้

 “ก็อยากเรียกร้องไปยัง กกต. ให้ทำงานอย่างเข้มแข็งดูแลการเลือกตั้ง ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรมให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นการสบประมาท กกต. อย่างชัดเจน ซึ่งหากกกต. ไม่รู้สึก ก็จะตกเป็นจำเลยของสังคม และส่วนตัวไม่แปลกใจความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องสร้างสถานการณ์เงื่อนไขต่างๆขึ้นมา เพื่อใช้ในวันเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าในกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะชนะหรือแพ้การเลือกตั้ง” นายสุเทพ กล่าว

 ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ขานรับที่จะรับพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศในเดือนพ.ย.นั้น เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะถ้ากลับประเทศไทยแล้วเป็นคนไทยคนเดียว ที่อยู่เหนือคำพิพากษาของศาลบ้านเมืองก็คงอยู่ไม่ได้ หรือหากจะออกเป็นกฎหมายเพื่อช่วยเหลือ ก็ไม่น่าจะทำได้เช่นกัน โดยเฉพาะการออกกฎหมายเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียวกับพวกคนไทย 65 ล้านคนคงไม่ยอม เพราะเป็นวิธีการที่ไม่ยุติธรรม และไม่เป็นมาตรฐานสากล และแม้พรรคเพื่อไทย จะอ้างผลเลือกตั้งเพื่อนำพ.ต.ท.ทักษิณ กลับก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะขัดกับหลักนิติธรรม

“เหวง-ก่อแก้ว”จี้"มาร์ค"หยุดเขียนเฟสบุ๊คใส่ร้าย

 นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มนปช. ร่วมแถลง โดยนพ.เหวง กล่าวว่า ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หยุดเขียนเฟสบุ๊ก จากอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ ที่ใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย หากนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์จริง ก็ขอให้หาเสียงด้วยวิธีการสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสร้างสรรค์ประเทศไทยอย่างไรหลังได้รับเลือกตั้ง แต่น่าผิดหวังที่ข้อความทั้ง 4 ฉบับ ของนายอภิสิทธิ์ที่เขียนผ่านเฟสบุ๊ค จงใจราดน้ำมันเข้ากองเพลิง ทำให้ความรู้สึกของประชาชนที่กำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้ง ถูกปลุกปั่นกระแสโดยการโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีเสื้อแดง ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ตนขอปฏิเสธทุกสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เขียนทั้ง 4 ฉบับ

 นพ.เหวง กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยหาเสียงและโฆษณานโยบายว่าจะสร้างสรรค์ประเทศ หากได้รับชัยชนะก็จะสร้างความปรองดอง ทำให้ประเทศมีประชาธิปไตย และเราไม่เคยใส่ร้ายป้ายสีว่ารัฐบาลสั่งการฆ่าประชาชน 91 ศพ มีแต่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เริ่มประเด็นทั้งสิ้น  ทั้งนี้เพื่อให้นายอภิสิทธิ์หยุดเขียน ในสัปดาห์หน้าตนและฝ่ายกฎหมายของพรรคจะเข้าร้องกับกกต. เอาผิดนายอภิสิทธิ์ กรณีใส่ร้ายผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยด้วยข้อความอันเป็นเท็จทำให้เสียคะแนนเสียง เข้าข่ายทำผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส และส.ว. 2550 มาตรา 53 ( 5 ) มีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ2 หมื่น ถึง 2 แสนบาท เพิกถอนสิทธิทางการเมือง 10 รวมถึงยุบพรรคด้วย