
อังเคล คาเบรรา คนวาสนาดี โดย พิษณุ นิลกลัด
สำนวน "แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แข่งบุญแข่งวาสนาแข่งไม่ได้" ใช้ได้กับ อังเคล คาเบรรา และเคนนี เพอร์รี
เพอร์รีหนุ่มใหญ่ชาวอเมริกันวัย 48 ปีกำลังจะทำสถิติเป็นนักกอล์ฟอายุมากที่สุดที่ได้แชมป์เมเจอร์เมื่อนำ 2 แต้มเมื่อเหลืออีก 2 หลุมในมาสเตอร์ส 2009
แต่เขาทำโบกี้ที่หลุม 17 และ 18 ทำให้เสมอกับคาเบรราจากอาร์เจนตินา และแชด แคมป์เบลล์จากสหรัฐ และต้องลุ้นต่อในการเพลย์ออฟ
คาเบรราน็อกเพอร์รีที่หลุมสองของรอบซัดเด้นเดธหลังจากที่แคมป์เบลล์ทำโบกี้หลุดวงโคจรไปก่อนที่หลุมแรก
นี่เป็นแชมป์เมเจอร์รายการที่ 2 ของคาเบรราหลังจากที่เขาได้แชมป์ยูเอส โอเพ่น 2007
คาเบรราวัย 39 ปีไม่ใช่นักกอล์ฟโนเนมแต่ก็ไม่ใช่แถวหน้าระดับท็อปเท็นหรือทเวนตี้ของโลก เขาได้แชมป์ในพีจีเอ ทัวร์เพียง 2 รายการ (เมเจอร์ทั้ง 2 รายการ) และชนะในยูโรเปี้ยน ทัวร์แค่ 5 รายการเท่านั้น
ชื่อชั้นของคาเบรราด้อยกว่า เซอร์จิโอ การ์เซีย, อดัม สกอตต์ และโคลิน มอนต์โกเมอรี แต่คาเบรรามีวาสนาดีกว่า 3 คนนี้ (และนักกอล์ฟชื่อดังคนอื่นอีกหลายคน) ที่ยังไม่เคยได้แชมป์เมเจอร์
คาเบรรามีชื่อเล่นในภาษาสเปนว่า "เอล ปาโต้" ซึ่งแปลว่าเป็ด เพราะเดินก้นส่ายเหมือนเป็ด มีโอกาสลุ้นแชมป์เมเจอร์ 2 ครั้งในชีวิตและได้แชมป์ทั้ง 2 ครั้ง ครั้งแรกได้แชมป์ยูเอส โอเพ่น 2007 ด้วยการเฉือนไทเกอร์ วู้ดส์ 1 แต้ม ล่าสุดได้แชมป์มาสเตอร์ส 2009 ในวันที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ และฟิล มิคเกลสัน เล่นดีถึงขนาดบางเวลาทำคะแนนตามหลังผู้นำแค่แต้มเดียว
คาเบรรามี "เครื่องรางของขลัง" ช่วยให้ได้แชมป์มาสเตอร์สจาก โรแบร์โต้ เดอ วิเซนโซ เพื่อนร่วมชาติซึ่งเคยชวดแชมป์มาสเตอร์สอย่างที่เจ้าตัวบอกว่า "โง่บัดซบ"
ในปี 1968 เดอ วิเซนโซเซ็นชื่อในสกอร์การ์ดของตัวเองโดยไม่ตรวจคะแนนแต่ละหลุมให้ละเอียดว่ามาร์กเกอร์เขียนถูกต้องรึเปล่า
หลุม 17 วันสุดท้ายเขาทำเบอร์ดี้แต่มาร์กเกอร์เขียนเป็นพาร์ ตามกติกาถ้าเขียนผิดแล้วเป็นโทษให้เลยตามเลย หลุม 17 เดอ วิเซนโซ จึงได้พาร์ ผลก็คือทำให้เขาแพ้บ็อบ โกลบี้ 1 แต้ม
หากเดอ วิเซนโซตรวจทานและแก้ไขให้ถูกต้องเขาก็จะได้สู้ต่อกับโกลบี้ในการเพลย์ออฟ
หลายปีต่อมา เดอ วิเซนโซมอบรูปใส่กรอบให้คาเบรราในระหว่างการแข่งขันมาสเตอร์ส โดยในรูปนั้น มือของเดอ วิเซนโซจับแจ็กเก็ตสีเขียว
เขาบอกคาเบรราว่า นี่เป็นของนำโชคที่จะนำแจ็กเก็ตสีเขียวมาให้คาเบรรา แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ (ฝรั่งชอบเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน)
ในขณะที่คาเบรราได้ลุ้นแชมป์เมเจอร์ 2 ครั้ง และคว้าแชมป์ทั้ง 2 ครั้ง เพอร์รี "ทิ้ง" ตำแหน่งแชมป์เมเจอร์ 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้เขาแพ้มาร์ค บรูคส์ในการเพลย์ออฟของพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 1996
เส้นทางชีวิตของเพอร์รีน่าสนใจมาก เขาสอบเข้าพีจีเอ ทัวร์ไม่ได้ 2 ปีติดต่อกันจนกระทั่งนักธุรกิจคนหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยลิปสคอมป์ให้เขายืมเงิน 5,000 ดอลลาร์เพื่อเป็นทุนในการสอบเข้าพีจีเอ ทัวร์ในปี 1985
นักธุรกิจคนนั้นไม่ต้องการเงินคืน แต่มีข้อแม้ว่าถ้าเพอร์รีสอบเข้าพีจีเอ ทัวร์ได้แล้ว เขาต้องแบ่งเงินรางวัล 5 เปอร์เซ็นต์จากการแข่งขันให้มหาวิทยาลัยลิปสคอมป์
เพอร์รีสอบผ่านและได้เล่นในพีจีเอ ทัวร์ และให้เงินเป็นทุนการศึกษาแก่มหาวิทยาลัยดังกล่าวแล้วประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์ (เพอร์รีเรียนมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เคนทักกี)
เพอร์รีเป็นคนที่เข้าสูตรที่ว่า "ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40" เขาได้แชมป์พีจีเอ ทัวร์ไปแล้ว 13 รายการ และ 10 รายการในจำนวนนี้ได้มาเมื่อเขามีอายุมากกว่า 40 ปี (รวมทั้ง 3 รายการในปีที่แล้วและ 1 รายการในปีนี้)
ฝรั่งบอกว่า "โชคดีในครั้งที่ 3" แต่ในวัย 48 ปี เพอร์รีอาจไม่มีโอกาสครั้งที่ 3 ในรายการเมเจอร์อีกแล้ว



