
กฟภ.ผนึกทางหลวงเปลี่ยนหลอดไฟถนนลดใช้พลังงานพันล้าน
กฟภ.ร่วมมือกรมทางหลวง-ท้องถิ่น เปลี่ยนหลอดไฟถนนเป็นหลอดแอลอีดี 1 ล้านหลอด หวังประหยัดค่าไฟได้ไม่ต่ำกว่าพันล้านบาทต่อปี
นายณรงค์ศักดิ์ กำมเลศ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า กฟภ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ไฟถนนและไฟสาธารณะ กับกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อดำเนินการเปลี่ยนหลอดไฟในถนนสาธารณะให้เป็นหลอดไฟชนิดแอลอีดี ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดที่ใช้ในปัจจุบัน 50-70% หรือคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
"ในแต่ละปี กฟภ.ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของไฟถนนในพื้นที่สาธารณะจำนวนมาก โดยปี 2553 ที่ผ่านมา มีการใช้ไฟฟ้าในส่วนนี้ถึง 1,600 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท กฟภ.จึงจัดตั้งคณะทำงานศึกษาความเป็นไปได้ของการประหยัดไฟถนน และไฟสาธารณะขึ้น จึงนำไปสู่ความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานดังกล่าว โดยจะนำโคมไฟแบบแอลอีดีจำนวน 1 ล้านหลอด ไปเปลี่ยนแทนหลอดเดิมเริ่มติดตั้งช่วงแรกก่อน 1.6 หมื่นหลอด" นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว และว่า โครงการประหยัดพลังงานสำหรับไฟถนนและไฟสาธารณะครั้งนี้ เป็นการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในด้านการประหยัดพลังงานไฟฟ้า สำหรับไฟถนนและไฟสาธารณะ ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนหลอดแอลอีดีได้ครบจะสามารถประหยัดไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 450 ล้านหน่วย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2.61 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และยังลดการใช้พลังงาน ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง รวมทั้งลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย
สำหรับขั้นตอนต่อไปคณะทำงานร่วมของทั้ง 4 องค์กรจะหารือร่วมกันในเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่าย และงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแนวทางที่เป็นไปได้คือ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เปลี่ยนหลอดไฟชนิดแอลอีดีบนท้องถนน และได้รับผลประโยชน์เป็นเงินตอบแทนจากค่าไฟฟ้าที่ กฟภ.ประหยัดได้ในแต่ละปี ซึ่งราคาหลอดไฟแอลอีดีในปัจจุบันจะมีอัตราการคุ้มทุนอยู่ที่ 8 ปี แต่ในอนาคตราคาจะลดลงเรื่อยๆ ระยะเวลาในการคืนทุนจึงจะสั้นลง



