ข่าว

อาหารแพงกับการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

อาหารแพงกับการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส

17 มิ.ย. 2554

คนไทยส่วนใหญ่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการตีโพยตีพายว่ารัฐบาลประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาอาหารแพง โดยไม่ยอมรับรู้ว่าปัญหานี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ผู้นำของหลายประเทศและองค์การระหว่างประเทศต่างเร่งช่วยกันหาทางพลิกฟื้นวิกฤติให้เป็นโอกาส

เช่นเดียวกับประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกต่างต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคใหม่ให้สอดคล้องกับราคาอาหารที่แพงขึ้น ดังผลการสำรวจความเห็นของของผู้บริโภคใน 17 ประเทศทั่วโลกทั้งในประเทศพัฒนาแล้ว หรือในประเทศยากจน จัดทำโดยอ็อกซ์แฟม องค์กรการกุศลในอังกฤษ ก่อนหน้าการประชุมรัฐมนตรีเกษตรกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 20 ประเทศ (จี20) ที่ฝรั่งเศสเพื่อหาทางรับมือปัญหาราคาอาหารแพง ซึ่งพบว่ากว่า 53 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคยอมรับว่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคให้สอดคล้องกับราคาอาหาร

 นายฮิโรยูกิ โคนุมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการและตัวแทนภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ได้เตือนเช่นกันว่าการที่ประชากรโลกจะเพิ่มเป็น 9,000 ล้านคนในอีก 40 ปีข้างหน้า ทำให้ความต้องการด้านอาหารเพิ่มขึ้น 70% ขณะที่ความต้องการด้านพลังงานชีวภาพจะเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เป็นเหตุให้พื้นที่ปลูกพืชอาหารถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลูกพืชพลังงาน จนนำไปสู่การแย่งชิงอาหาร แต่นายโคนุมาก็ให้ทางออกในเชิงสร้างสรรค์ทางหนึ่งว่า ทุกประเทศสามารถจัดการกับความต้องการพืชอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ เช่น การใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ การเพิ่มผลผลิต และใช้น้ำอย่างคุ้มค่า พร้อมกับให้กำหนดวาระแห่งชาติที่เน้นความมั่นคงด้านอาหารเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสุด

 ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน แห่งอินโดนีเซียเองก็มองเห็นแนวทางแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาสเช่นกันเพื่ออนาคตที่สดใสของเอเชีย ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจโลกให้กลับมาแข็งแกร่ง ยั่งยืน และมีสมดุล หนึ่งในแนวทางที่เป็นไปได้ก็คือเอเชียซึ่งมีประชากรรวมกันถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก 7,000 ล้านคนจะต้องร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาที่จะเกิดจากความไม่มั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และน้ำ ซึ่งในอดีตเคยเป็นชนวนของสงครามและการแย่งชิงดินแดน โดยจะต้องก้าวข้ามปัญหาเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งเรื้อรังและไม่สร้างสรรค์

 เราเชื่อว่าประเทศไทยสามารถก้าวข้ามปัญหาอาหารแพงและวิกฤติพลังงานได้หากยอมปรับเปลี่ยนความคิดที่จะพึ่งพาแต่ภาครัฐ โดยไม่คิดปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเสียใหม่ หรือแทนที่จะหมกมุ่นกับความคิดซ้ำซากว่าจะต้องหาแพะมารับผิดชอบปัญหาราคาอาหารแพง เปลี่ยนมาเป็นการร่วมกันหาแนวทางที่สร้างสรรค์และชัดเจนเพื่อช่วยกันตอบโจทย์ข้างต้น