
สอบกกต.พิมายหางเครื่องเต้นเวทีดีเบต
ผอ.กกต.โคราช สั่งสอบ กกต.เขต 8 อ.พิมาย กรณีปล่อยสาวหางเครื่องเต้นยั่วบนเวทีดีเบตของผู้สมัคร กกต.ลำพูนฟันธงการเมืองระอุพบผู้สมัครแหกกฎสาดโคลน สตช.จับมือ กกต.รายงานผลการเลือกตั้ง ผบ.ตร.ตั้งรางวัลหน่วยงานรายงานผลคะแนนยอดเยี่ยม ใบเหลือง-แดง ค้าง เหตุ 4 กกต.แ
(16มิ.ย.) พ.อ.สันธิรัตน์ มหันธนชาติ ผอ.กกต.จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่มีหญิงสาวแต่งกายไม่เหมาะสม ขึ้นเต้นโชว์แสดงลีลายั่วยวนบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต 8 ที่ลานพรหมทัต เยื้องอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ได้รับทราบจากสื่อมวลชนถึงการแสดงที่ไม่เหมาะสม ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยัง นายวิรัช อัตถะกวิน ปลัดอาวุโสอำเภอพิมาย ในฐานะ ผอ. กกต.เขต 8 ให้ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงมาโดยด่วน พร้อมให้ จนท.งานการมีส่วนร่วม กกต.จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่หาข้อมูล อย่างไรก็ตาม ตนได้กำชับไปยัง กกต.เขต ที่ยังไม่จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ให้ระมัดระวังเรื่องความเหมาะสม เกรงสังคมจะตั้งข้อครหาได้
ขณะเดียวกันที่โรงงานราชพฤกษ์ แกรนด์โฮเทล อ.เมือง จ.นครราชสีมา สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นโคราช เปิดเวทีดีเบตซาวน์เสียงประชาชนก่อนเลือกตั้ง โดยพรรคการเมืองใหญ่ 7 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย , พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคภูมิใจไทย , พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน , พรรคมาตุภูมิ , พรรคกิจสังคม และพรรคพลังกีฬา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครหรือตัวแทนของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่สมัครรับเลือกตั้ง สส.ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้มีโอกาสให้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายของพรรคเพื่อเป็นข้อมูลให้ประชานได้ตัดสินใจก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 ก.ค. 2554 นี้
กกต.ลำพูนฟันธงการเมืองระอุพบผู้สมัครแหกกฎสาดโคลน
ที่สำนักงาน กกต.จ.ลำพูน นา ยไกรยุทธ มณีวระ หัวหน้างานสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่ามีการแข่งขันในพื้นที่อย่างเข้มข้นดุเดือด ภาพที่เห็นชัดเจนคือได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.หลายรายว่า ถูกทำลายป้ายหาเสียง ล่าสุด มีผู้สมัครบางรายบันทึกเสียงการแนะนำตัว นโยบายของพรรคการเมืองบางข้อความสอดแทรกถ้อยคำกล่าวพาดพิงให้โทษให้ร้ายกับผู้สมัครพรรคอื่น ถือว่าผิดกฎหมายการเลือกตั้ง จึงขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีปัญหาดังกล่าว เข้ารับทราบคำชี้แจง และให้บันทึกเสียงใหม่ ก่อนที่จะส่งแผ่นบันทึกเสียงแนะนำตัวให้กับนักจัดรายการวิทยุได้เปิดในรายการต่อไป
สำหรับการเมืองลำพูนส่อเค้า อาจส่งส่งผลให้เกิดปัญหาหลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งตามมา เช่น การร้องคัดค้าน การซื้อสิทธิขายเสียง การโกงนับคะแนนเลือกตั้ง และอาจลุกลามบานปลายไปถึงขั้นความแตกแยกความสามัคคีของคนในจังหวัด ในประเทศชาติต่อไป
ดังนั้น ตนในฐานะเจ้าหน้าที่ของ กกต. องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้บริสุทธิยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ขอให้ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนยอมรับในเรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะและรู้อภัย รักษาความปรองดองสมานฉันท์ มีความรักใคร่ในญาติพี่น้อง พร้อมทั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับทราบถึงบทบาท อำหน้าหน้าที่ของ กกต. เน้นย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยง/ห้ามกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 7 ชั่วโมงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะพบว่าช่วงนี้มีการกระทำผิดเยอะที่สุด
กกต.ยะลาเร่งปชส.ให้ความรู้การลงคะแนนเสียง
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมยะลาปาร์ควิว อ.เมือง จ.ยะลา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดยะลา ได้จัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งให้กับบรรดานักศึกษาของการศึกษานอกโรงเรียนยะลา เพื่อที่จะให้กลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้ สามารถนำความรู้ไปประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 26 มิถุนายน 54 และวันเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 โดยเฉพาะวิธีการทำความเข้าใจกับประชาชนในการกาบัตรลงคะแนนเสีย เพื่อไม่ให้เป็นบัตรเสีย
นายบุณยสิทธิ์ สุวรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จ.ยะลา เปิดเผยว่า ในเรื่องของบัตรเสียในพื้นที่ของ จ.ยะลา เมื่อคราวการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมานั้น จากการรณรงค์ทำความเข้าใจ และตั้งเป้าหมายบัตรเสียไม่เกิน 3 เปอร์เซนต์ ทำให้ยะลามีจำนวนบัตรเสียเพียง 2.84 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 6 พันกว่าใบเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก และในบางแห่งก็ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ในการเลือกตั้งในวันที่ 3 กค 54 ครั้งนี้ ทาง กกต.ยะลา ก็มีความเป็นห่วง เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากการเลือกตั้งปี 50 จำนวนหมายเลขของผู้สมัคร สส. กับแบบบัญชีรายชื่อ ไม่เหมือนกัน แต่ในครั้งนี้ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ จะเป็นหมายเลขเดียวกัน
“ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ หมายเลขของผู้สมัครในพื้นที่ยะลา ซึ่งมี 7 พรรคการเมืองหลัก หมายเลขข้ามกันไป ก็อาจจะทำให้มีโอกาสเกิดบัตรเสียได้เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ทาง กกต.ยะลา ก็ได้กำหนดเป้าไว้ว่า บัตรเสียของการเลือกตั้งในครั้งนี้จะไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีแผนการประชาสัมพันธ์ให้กับบรรดาพี่น้องประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี ตนเองจึงมีความมั่นใจว่า จำนวนบัตรเสียในการเลือกตั้งครั้งนี้ น่าจะไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิ์ ตามเป้าที่ได้กำหนดเอาไว้อย่างแน่นอน” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว
ประธาน กกต.ยะลา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งปี 50 ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งที่เสีย ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่รู้ของผู้ลงคะแนน ประชาชนบางคนอ่านหนังสือไม่ออก ไม่เข้าใจ กาเครื่องหมายไม่ตรงกับช่อง รวมทั้งเจตนาทำให้บัตรเสียก็มี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันเดียวกัน นายบันลือ คีตะโสภณ ผู้ช่วยหัวหน้าไปรษณีย์ยะลา ได้ขนบัตรเลือกตั้งรวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มาส่งมอบให้กับทาง สำนักงาน กกต.ยะลา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยยืนดูแลรักษาความปลอดภัย โดยบัตรทั้งหมดที่นำมาส่งในครั้งนี้ ก็จะถูกนำไปเก็บรักษา พร้อมทั้งมีเวรยามเฝ้าตลอด 24 ชม.
สตช.จับมือกกต.รายงานผลการเลือกตั้ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ร่วมแถลงผล ตร.ร่วมกับ กกต. โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) , สถานีโทรทัศน์พันธมิตร (ช่อง 3, ททบ.5, 7, โมเดิร์นไนน์, สทท.11, ทีวีไทย, เนชั่นแชนแนล, ทีเอ็นเอ็น (ทรูวิชั่นส์), สปริงนิวส์ และวอยซ์ทีวี) , บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ ประเทศไทย จำกัด จัดระบบการรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (อย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งจะสามารถทราบผลการนับคะแนนครบถ้วน 100 % ภายในเวลา 22.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ตร.ดำเนินการนับคะแนนผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการหลายครั้งแล้ว โดยครั้งนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ 90,700 นาย ประจำหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 90,700 หน่วย เพื่อทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในวันเลือกตั้งและต้องรายงานสถานการณ์ต่างๆ ในวันเลือกตั้ง โดยได้กำหนดรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีนักศึกษาในสังกัด (ภาคประชาชน) เข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตามที่ กกต. ได้ขอความร่วมมือ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กกต. จำนวน 15,836,000 บาท
ผบ.ตร.กล่าวว่า เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรายงานผลคะแนน ตร.จึงจัดหารางวัลสำหรับหน่วยงานที่ รายงานผลการเลือกตั้งฯ จำนวน 2 รางวัล คือ รางวัลสำหรับหน่วยที่ส่งข้อมูลครบถ้วนและเร็วที่สุด และรางวัลสำหรับหน่วยที่ส่งข้อมูลครบถ้วนและเร็วโดยเฉลี่ย และในแต่ละรางวัลจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับ สถานีตำรวจ 10 รางวัล กองบังคับการ 4 และ กองบัญชาการ 4 รางวัล รางวัลที่ 1 จำนวน 6 รางวัล เป็นเงินสด 30,000 บาท พร้อมคอมพิวเตอร์แบบพกพา รางวัลที่ 2 จำนวน 6 รางวัล เป็นเงินสด 20,000 บาท พร้อมคอมพิวเตอร์แบบพกพา รางวัลที่ 3-5 จำนวน 6 รางวัล เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา
ใบเหลือง-แดงค้างเหตุ4กกต.แห่บินดูเลือกตั้งต่างแดน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างวันที่ 16-21 มิถุนายนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 คนซึ่งประกอบด้วย นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. นายประพันธ์ นัยโกวิท นางสดศรี สัตยธรรม และนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต. มีกำหนดการเดินทางไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และตรวจเยี่ยมจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแบบคูหาและแบบไปรษณีย์ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ราชอาณาจักรเดนมาร์ก และแบบคูหาสัญจรที่กรุงเรกยะวิก สาธารณรัฐไอซ์แลนด์ ทั้งนี้มีเพียงนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น และในวันเดียวกันนี้นายสมชัย ไม่ได้เดินทางเข้าสำนักงานกกต. เนื่องจากติดภารกิจเดินทางไป จ.นครปฐม เป็นการส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่กกต.ทั้ง 4 คนเดินทางไปต่างประเทศจะทำให้ไม่มีการประชุมกกต.ตามปกติแต่อย่างใด เพราะไม่ครบองค์ประชุมตามที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ต้องมาประชุมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของกกต.เท่าที่มีอยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 คนจึงจะเป็นองค์ประชุม โดยระหว่างนี้นายสมชัย จึงประเสริฐ จะทำหน้าที่รักษาการประธานกกต.ในระหว่างที่ 4 กกต.ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ อีกทั้งตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต. มาตรา 8 กำหนดว่า ในการลงมติของกกต.เพื่อวินิจฉัยให้เลือกตั้งใหม่(ใบเหลือง) หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง(ใบแดง) ก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งจะต้องใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 เสียงของกกต.ที่ประชุม ดังนั้นหากกกต.อยู่ไม่ครบองค์ประชุมอาจทำให้ไม่สามารถพิจารณาเรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งในระหว่างนี้ได้ ทั้งที่จะใกล้ถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 มิถุนายนและเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคมนี้แล้ว



