ข่าว

'มาร์ค'ฮึดปลุกกระแสขวางคนเผาเมือง

'มาร์ค'ฮึดปลุกกระแสขวางคนเผาเมือง

16 มิ.ย. 2554

'อภิสิทธิ์' ปลุกกระแส ขวางคนเผาเมืองบริหารชาติ ชี้ พท. ลุยนิรโทษกรรม 'ทักษิณ' เผยเคยเห็นแผนฝ่ายตรงข้ามใช้แผนดิบ ด้าน 'สุวัจน์' เชื่อ เลือกตั้ง 3ก.ค. ทางออกประเทศ

เวลา 09.00 น. วันนี้ (16มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นากรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรมและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เดินทางมายังหอประชุมสมาคมชาวไร่อ้อยเขต6กำแพงเพชร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เพื่อช่วยผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดกำแพงเพชรหาเสียง

นายอภิสิทธิ์ ปราศัยกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ที่จริงพรรคประชาธิปัตย์กับจังหวัดกำแพงเพชร มีความผูกพันมาช้านาน นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นผู้อาวุโสในภาคเหนือที่ชาวกำแพงเพชรได้ให้ความไว้วางใจเป็นเวลายาวนาน ขอให้ชาวกำแพงเพชรได้ห้กำลังใจนายแพทย์ปรีชา มุสิกุล อีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขารู้จักหมอครั้งแรกตอนอายุสิบกว่า ๆ ติดตามกการเมืองก็รู้จักนายแพทย์ปรีชาในฐานะส.ส.กำแพงเพชร และทราบต่อมาว่า แท้จริงเป็นเพื่อนกับแม่ของเขา

โอดโดนเล่นงานตั้งแต่เริ่มจนถึงวันนี้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากมีการเลือกตั้ง 2550 เขามีโอกาสทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะเสียงไม่พอในการจัดตั้งรัฐบาล จนกระทั่งปลายปี 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน เพราะมีกรรมการบริหารพรรคทุจริติการเลือกตั้ง สภาผู้แทนฯจึงเลือกเขามาเป็นนายกฯตั้งแต่วันแรก และวินาทีแรกที่รับตำแหน่งนายกฯ ก็ทราบดีว่า การทำงานต้องเจอกับอะไร ยังไม่ทันเริ่มต้น ยังไม่ทันรับการโปรดเกล้าฯ เอาแค่ว่า ส.ส.เลือกเขาเป็นนายกในสภาฯเสร็จ จะออกจากสภา ถ้ารถเป็นของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จะถูกทุบรถถูกขว้างจากคนเสื้อแดงที่อยู่นอกสภา จนเขายุบสภาแล้วไปหาเสียงที่ไหน ก็ยังตามมารบกวนการหาเสียง นี่เขามากำแพงเพชรไม่รู้จะมีหรือไม่

“ถ้าที่นี่มี ก็ขอให้ออกมาให้ทีวีถ่ายให้สมใจซะ ผมไปทั่วประเทศ คนมาเป็นพันเป็นหมื่นมีคนมาเชียร์ แต่มีสี่ห้าคนมาชูป้าย ข่าวก็ออก คนก็กังวลว่า ทำไมมีปัญหา แต่ความจริงเรียบร้อย เพราะจริง ๆ เขาก็ฝึกกันมาแบบนั้น เรื่องเดิม ๆ มาชูป้าย พอผมมาคุยด้วยเขาก็ไม่รู้เรื่อง อาทิ เรื่องไข่ชั่งกิโล ผมก็ถามป้าคนนึงว่าใครบังคับให้ซื้อไข่ชั่งกิโล ทั้งที่เป็นแค่อีกทางเลือกหนึ่งเท่านั้น เพราะราคาถูกกว่านิดหน่อย ไม่ได้เดือดร้อนกว่าคนปกติ และเมื่อเจอบ่อย ๆ เข้าก็ใจเสีย อย่างไปที่จันทบุรี ก็มีป้าคนหนึ่งมาร้องไห้บอกว่าสงสารนายกตัวนิดเดียวแต่ใจเกินร้อย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พอมากเข้าพวกเราก็มาหา ถามว่า เวลาเขามาทำบ้างได้หรือไม่ ซึ่งเขาก็บอกว่า ไม่ต้องหรอก เพราะไม่ใช่นิสัยของพรรคประชาธิปัตย์ และนิสัยของคนรักประชาธิปไตย เราต้องช่วยให้เขาหาเสียงโดยอิสระ ไม่อย่างนั้น บ้านเมืองวุ่นวายไม่จบ ถ้าทุกพรรคถูกขวางกันหาเสียงก็มีแต่ทะเลาะกันตีกัน เราไม่ต้องการแบบนั้น แต่จะเปิดโอกาสให้พูดอย่างเต็มที่ เพราะเราไม่กลัวความจริง

ยัน ปัญหาใหญ่สุด คือปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปัญหาเสื้อแดง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงคือสิ่งที่เราต้องพูดกัน ทั้งนี้ 2 ปีกว่าเราเจอปัญหาอุปสรรคของคนเสื้อแดง เรื่องการชุมนุมก็เรื่องหนึ่ง แต่ปัญหาใหญ่เศรษฐกิจ ภัยพิบัติโลก ชายแดนและสารพัดปัญหาที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตลอดเวลา แต่เรายืนยันได้ว่า เมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้าสารพัดแต่รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ เขาไม่เคยลืมว่า นโยบายและคำมั่นสัญญาว่า จะทำอะไรให้ประชาชนตั้งแต่ปี2550 เราได้ทำจริง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาของแพง ยาเสพติด เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะแก้ไข แต่พรรคเเพื่อไทยมีแต่เรื่องการเมือง กรณีที่ทหารตั้งด่านตรวจยาเสพติด ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยก็โวยวายว่ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง เขาก็ไม่รู้ว่า ตั้งด่านแล้วแสลงใจอะไรกันนักหนา ซึ่งพวกไม่ชอบตั้งด่านคือคนที่ทำผิดกฎหมาย ก็พยายามทำให้เป็นเรื่องการเมือง ทะเลาะกับทหารวุ่นวาย

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรง แกนนำพรรคเพื่อไทย เผลอพูดว่า งานแรกที่เพื่อไทยจะทำคือการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ สำคัญกว่าปัญหาของประชาชนยังไง ซึ่งเขาบอกว่า ต้องทำเพื่อปรองดอง

ลั่น "ปรองดอง" ไม่ใช่การ "ล้างความผิด"

“ถามว่า จะปรองดองไหมครับ การล้างความผิดเนี่ย พี่น้องอยากให้ทำหรือยอมให้ทำไหม แล้วจะปรองดองยังไง ผมไม่เชื่อว่า นี่คือการปรองดอง จะเป็นไปได้ยังไงว่า ศาลตัดสินแล้วล้างความผิดให้ แล้วคนไทยคนอื่นละครับ ผิดกฎจราจร ทำผิดกฎหมาย ทำกินในที่ดินของรัฐ จะทำยังไง มีใครล้างความผิดให้ไหม ยังไม่มีใครออกมาบอกว่า จะล้างความผิดให้ชาวบ้าน นั่นคือคนไม่มีจะกิน แต่นี่มหาเศรษฐีอยากได้เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืน กลับจะล้างความผิดให้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หัวหน้าทีมอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง บอกว่า จะทำการปรองดอง แต่บอกว่า จะทำร้ายเขา และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และจะย้ายผู้ว่าฯ ย้ายอธิบดี แล้วมันปรองดองแบบไหนของมัน นี่แค่หัวหน้าทีม พี่น้องเห็นชื่อลูกทีมแล้วจะหนาว อ่านหรือยังบัญชีรายชื่อส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ถ้ายังไม่สะใจลงมาอีกก็มี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถ้ายังสะใจไม่พอมองหาชื่อนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไม่เจอ เพราะขาดคุณสมบัติ แต่เอาชื่อภรรยาใส่แทน เขาเลยไม่ค่อยแน่ใจว่าปรองดองแบบไหน แล้วคนเหล่านี้ที่พรรคเพื่อไทยบอกว่า จะมาดูแลบ้านเมือง

ปลุกกระแส ขวางคนเผาแผ่นดิน มาดูแลประเทศ

"ทรัพย์สินของแผ่นดินหรือไม่ที่คนเหล่านี้เผา จะเอาคนเผามาดูแลหรือครับ ผมเลยบอกว่า ไม่ใช่ การปรองดองเป็นเรื่องที่ดี แต่ปรองดองต้องทำให้บ้านเมืองสงบ ต้องเคารพกฎหมาย ถ้าคนเลิกกลัวกฎหมาย แล้วทำอะไรตามใจชอบ ใช้กำลัง ใช้กำลังข่มขู่ แล้วส่งเสียงบอกล้างความผิด วันข้างหน้าบ้านเมืองจะมีกติกาหรือไม่ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เราเดินหน้าปรองดอง

อะไรที่ต้องฟื้นฟูเยียวยาได้ เราทำอยู่แล้ว ผมจึงตั้งคณะกรรมการที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นกรรมการอิสระ คนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังหลายคน ที่ไม่มีทนายยื่นประกันตัว ก็เป็นดุลพินิจของศาลว่า จะได้ประกันหรือไม่ ซึงนั่นไม่ใช่เรื่องของแกนนำ แต่เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่ปล่อยมาสิบกว่าคน แล้วเขาก็ออกมาด่าผม แต่ผมไม่วาเพราะมีหน้าที่ทำงานให้ทุกคน และมาด่าผมผมก็เดินเข้าไปหาและแก้ปัญหาให้ อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าปรองดองของจริง” นายอภิสิทธิ์  กล่าว

หัวหน้าปชป. กล่าวว่า วันที่ 3 ก.ค. ต้องตัดสินใจว่า จะเดินหน้าเอาปัญหาประชาชนเป็นตัวตั้ง สร้างความกินดีอยู่ดี หรือจะถกเถียงว่า จะออกกฎหมายนิรโทษรรม ที่วุ่นวายเหมือนปี 51 เขารู้ว่า พี่น้องหลายคนอยู่ที่บ้าน ไม่อยากพูดเรื่องพวกนี้ เพราะไม่อยากมีเรื่องกับใคร เพราะโพลล์เดี๋ยวนี้แปลกว่า มีพวกตัดสินใจแล้ว แต่ไม่แสดงตัวและยังไม่ตัดสินใจเยอะมาก เพราะเขาไม่อยากมีเรื่อง แต่ฝ่ายเสื้อแดงฮึกเหิม ใส่เสื้อแดง ชักธง มีการตั้งหมู่บ้าน แต่คนเลือกเบอร์อื่น ไม่อยากทะเลาะก็เก็บไว้ในใจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขารู้เพราะหลายครั้งไปหาเสียง มีคนโบกมือบอกว่า ไม่อยากยกมือไม่อยากมีเรื่อง และหลายคนกระซิบว่า ไม่ไหวแล้ว ทำไมรังแกพรรคประชาธิปัตย์ตลอด และนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีการจัดคนมาโห่ไล่ที่ลำปาง

เชื่อ 3 ก.ค. ปชช.พร้อมใจประกาศ ไม่ให้ใครรังแกประเทศอีก

“ผมบอกอย่างเดียวว่า ไม่เป็นไร รังแกผม นายชวน และพรรคประชาธิปัตย์จะทำได้อีกสิบกว่าวัน แต่วันที่ 3 ก.ค. คนส่วนใหญ่จะบอกว่า จะไม่ให้ใครมารังแกประเทศไทยอีก เสียงที่ลงในวันที่ 3 ก.ค. จะบอกชาวโลกว่า พอแล้วกับกฎหมู่ ความรุนแรง การข่มขู่คุกคาม แต่จะเลือกพรรคที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองให้กับประชาชน หลายคนเห็นโพลแล้วใจเสีย เจอคนมาเล่นงานผม แล้วบอกว่า ไม่ไหว แต่ไม่ใช่เรื่องของผมหรือพรรค แต่จะเป็นเรื่องของประเทศชาติ

จะเอามาเอาพรรคที่มีมวลชน ไปกดดันเรียกร้องตามใจชอบ จะเอามาตรฐาน เอาการเมืองที่เป็นระบบเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชน ขอให้เลือกส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งจังหวัด เพราะจังหวัดไหนมีส.ส.ของเราในพื้นที่ ผมจะทำงานง่าย และพรรคนี้ลูกพรรคใหญ่จริง ๆ ส.ส.มาเข้าคิวหน้าห้องผมในสภา เพื่อร้องเรียนปัญหาของประชาชน ดังนั้น ก่อนวันที่ 3 ก.ค. ช่วยชวนพ่อแม่ญาติมิตร ให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ แล้วประเทศไทยจะได้เดินหน้า

ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องจำนวนมาก ที่ให้กำลังใจและเข้าใจปัญหาอุปสรรคที่เราฟันฝ่ากันมา เราได้ร่วมทุกข์สุขกันมากแล้ว วันนี้ ต้องเดินหน้าในการที่จะให้บ้านเมืองฟันฝ่าปัญหาต่อไปอีก ผมและพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครทุกคนอาสาตัวและขอให้ 2 เลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 2ใบ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เผยเคยเห็นแผนฝ่ายตรงข้ามใช้แผนดิบ

 เมื่อเวลา 13.20น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางมาปราศัยย่อยต่อที่ตลาดเทศบาลตำบลพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ประชาชนกว่า 2 พันคนมารอต้อนรับและฟังปราศัย จากนั้น 14.30 น.เดินทางต่อมายังวัดแก้วสุริย์ฉายต.โนนพวง อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เพื่อพบปะและเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าศาลาการเปรียญโดยมีชาวบ้านมาร่วมรับฟังกว่าพันคน  ทั้งนี้ เมื่อนายอภิสิทธิ์ดินทางมาถึงได้เข้าสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับแ ละหลวงพ่อไสว ก่อนที่จะขึ้นกล่าวปราศรัย

 ระหว่างการปราศรัยตอนหนึ่งนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ต้องมาขอบคุณชาวลานกระบือที่นี่เพราะ 2 ปีเศษ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี สถานการณ์ของบ้านเมือง สถานการณ์ของโลกช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีแต่ปัญหาอุปสรรค ความยากลำบากหลายเรื่อง วันที่เข้ามาเศรษฐกิจโลกกำลังล่มสลาย เศรษฐกิจไทยโคม่า ประชาชนตกงาน การท่องเที่ยว การส่งออก การขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ เราประสบวิกฤติการณ์ที่น่ากลัวมาก และตนทราบดีว่าเข้ามาทำงานวันแรกวิกฤติการเมืองเกิดขึ้น รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกประท้วง มีการชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน ทราบดีว่าไม่มีอะไรง่าย แต่ถ้าทำงานแล้วชาวบ้านไม่สนับสนุน ไม่ร่วมมือไม่ให้กำลังใจเราจะฝ่าฟันวิกฤติซ้อนวิกฤติไม่ได้ ตนเข้ามาเป็นรัฐบาลเข้ามาก็ถูกปาหินถูกปาของใส่ รถบางคันของพวกตนบางคันถูกราดน้ำมัน ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ ปัญหาการก่อกวน รบกวน ขัดขวางการทำงานของยังมีมาตลอด 

 "หลายคนกังวลว่าผมและพรรคประชาธิปัตย์ จะถอดใจ แต่ยืนยันว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่ ผมทราบและเคยเห็นแผนฝ่ายตรงกันข้ามซึ่งใช้ถ้อยคำชัดว่าจัดการกับนายอภิสิทธิ์ ใช้ถ้อยคำว่า ดิบ ถ่อย เถื่อน เพราะเขาเห็นนักการเมืองอย่างผม อย่างนายกฯชวน (หลีกภัย) เป็นคนเรียบร้อย เขาคิดว่าทนไม่ได้เจอเข้าหนักๆ ไม่กี่ครั้งต้องถอดใจ แต่ไม่มีทาง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 หัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรีประมาณ 2 – 3 เดือน ไล่ทุบรถของตนทั้งที่พัทยา และกระทรวงมหาดไทย แต่ตนไม่เคยคิดที่จะยอมแพ้ เพราะยอมแพ้ไม่ได้ เนื่องจากที่เข้ามาทำงานได้ไม่ใช่เพราะตน แต่เข้ามายืนตรงนี้ได้เพราะประชาชน 

 " ถ้าผมถอดใจ ผมถอย ผมไม่สู้ เท่ากับผมทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนที่เลือก ปชป.เข้ามาทำงาน ผมก็ต้องสู้และเดินหน้าอย่างเดียว แต่ต้องอดทน อดกลั้น พยายามหาวิธีการจัดการให้ผ่านพ้นไป แต่ไม่เพียงเท่านั้น ผมรู้ว่าถ้าเสียสมาธิทำงาน ปัญหาเฉพาะหน้าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะได้รับผลกระทบ ชาวบ้านก็จะผิดหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์มาพูดจาอะไรแล้วก็ไม่เคยทำ"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนจึงเดินหน้าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละวันที่หลายคนเบื่อเรื่องวุ่นวาย ทะเลาะเบาะแว้ง แต่ตนเดินหน้ามุ่งหน้าผลักดันแก้ปัญหาโดยไม่เสียสมาธิ ยืนยันว่าทำงานให้กับทุกคนทุกสี ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดงหรือใคร ไม่ใช่ว่าสิทธิของคนเสื้อแดงจะต้องดีกว่าทุกคน เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของคนเสื้อแดงแต่ต้องเป็นของคนไทยทุกคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น เวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และเดินทางต่อไปเปิดเวทีปราศรัยที่วงเวียนใหญ่ และในวันพรุ่งนี้(17มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์จะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงที่จ.ปราจีนบุรี

"ปชป.”ย้ำ3ข้อ“พท.-นปช.”เคลื่อนไหวสอดคล้องกัน

 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง และได้เห็นการขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาฯ จากการเตรียมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19 มิ.ย. แต่นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่าแกนนำของพรรคเพื่อไทยได้ทำงานร่วมกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่าขอให้ชะลอการชุมนุมในวันดังกล่าว จนกว่าจะรับทราบผลการเลือกตั้ง โดยนายประเกียรติได้ระบุชัดว่า ถ้าหากพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จก็จะไม่ชุมนุมทางการเมือง แต่หากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตัวใครมัน

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งนี้เป็นการยืนยัน 3 ข้อว่า 1.พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงถือว่าเป็นคนนกลุ่มเดียวกันทางการเมือง 2.พรรคเพื่อไทยสามารถสั่งให้มีหรือไม่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง 3.พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงใช้วิธีการข่มขู่ว่าหากผลการเลือกตั้ง ไม่เป็นไปตามที่ตนเองต้องการความวุ่นวายทางการเมืองจะตามมาอีกใช่หรือไม่ รวมทั้งอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบและปฏิเสธแนวทาง ในการสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน ที่จะมีความวุ่นวายทางการเมืองมาเป็นงื่อนไขในการเลือกตั้ง เพราะจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ความปรองดองเกิดขึ้นก็จะไม่เกิดขึ้น หากกลุ่มเหล่านี้ยังเคลื่อนไหวในลักษณะอย่างนี้

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับนายจักรภพ เพ็ญแข และนายใจ อึ๊งภากรณ์ นั้น ได้แสดงให้เห็นว่า การพาดพิงสถาบันที่เคยทำไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีการให้สัมภาษณ์จากนายอัมสเตอร์ดัม ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทำลายความน่าเชื่อถือประเทศไทย สถาบันตุลาการไทยและดูถูกคนไทยจำนวนมาก จึงอยากถามกลับไปว่า สัญญาณเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าที่เคยประกาศจะหยุดเคลื่อนไหว เป็นความจริงหรือไม่และพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยืนยันจะกลับมาให้ทันวันที่ 5 ธ.ค. ทางพรรคเชื่อว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการพูดอย่างทำอย่าง และคนที่ประกาศว่าตัดสัมพันธ์ไปแล้วก็มีหลักฐานปรากฏชัดว่าคนเหล่านั้นทำงานใกล้ชิดกับบุคคลที่พ.ต.ท.ทักษิณว่าจ้างให้เคลื่อนไหว ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องออกมาชี้แจงที่ยังมีความเคลื่อนไหวในการสร้างความเสียหายต่อประเทศไทย

 ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ อธิบายถึงเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.เกี่ยวกับคนชุดดำนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับความรุนแรงนั้นเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธ มีเพียงโล่และกระสุนยาง ซึ่งการใช้อาวุธรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงเย็น และการเสียชีวิตของพ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรมนั้น เกิดขึ้นขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการถอยร่น ทางพรรคอยากตั้งคำถามกลับว่า เหตุใดที่มีโอกาสสร้างความปรองดอง ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเปิดให้มีการเจรจาในช่วงเม.ย. ถึงต้นเดือนพ.ค. โดยนายกรัฐมนตรีระบุจะให้มีการเลือกตั้ง ก่อนวันที่ 14 พ.ย.เหตุใดพวกนายจาตุรนต์ ฉายแสงและกลุ่มคนเสื้อแดง จึงปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว จนทำให้เหตุการณ์ลุกลามบานปลาย

ชพน. แถลงนโยบาย “หยุดขั้ว สลายสี”

วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน (ชพน.) นำโดยนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ฐานะหัวหน้าพรรคชพน. แถลงแนวทางในการปัญหาประเทศกับนโยบาย “หยุดขั้ว สลายสี สามัคคี พี่น้องไทย” โดยมีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมอาทิ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรื่อง นางพรรณี จารุสมบัติ นายสิทธชัย โควสุรัตน์ พร้อมทีมผู้สมัครส.ส.ของพรรคและนายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค นายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ แกนนำกลุ่ม 3 พี ร่วมรับฟังการแถลงด้วย

นพ.วรรณรัตน์ แถลงว่า สถานการณ์บ้านเมืองช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศชาติเกิดความแตกแยกสูญเสียทรัพย์สิน ทำลายความสงบของคนไทยทั้งชาติมาตลอด ดังนั้นพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจึงตระหนักว่า เรื่องดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข พรรคจึงคิดหาวิธีที่จะอย่างไรเพื่อจะนำความสุขมาสู่คนไทยทั้งชาติ ด้วยนโยบาย “หยุดขั้ว สลายสี สามัคคี พี่น้องไทย” 8 ข้อ ได้แก่

1.เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ ประชาชนยอมรับผล

2.หลังการเลือกตั้ง ควรต้ังรัฐบาลที่ถูกต้องตามประเพณีแห่งหลักสากลทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่างเปิดเผย โปร่งใส เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความชอบธรรมรัฐบาลใหม่

3.เรียกร้องให้ทุกพรรคการที่มีส่วนร่วมในการตั้งรัฐบาล ลดเงื่อนไขและข้อเรียกร้อง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดีที่สุด มีบุคลากรที่ซื่อสัตย์สุจริต มีประสิทธิภาพ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์อย่างแท้จริง

4.รัฐบาลใหม่ต้องร่วมมือกับสมาชิกวุฒิสภา ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ อย่างสร้างสรรค์

5.เพื่อให้รัฐบาลมีกลไกในการขับเคลื่อนการบริหารประเทศในลักษณะทีมเวิร์คประเทศไทย ควรร่วมมือในการทำงานระหว่างรัฐบาล ข้าราชการ และภาคธุรกิจเอกชนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่จะสำเร็จ ต้องปราศจากการใช้อำนาจทางการเมืองในการแทรกแซงการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน

6.รัฐบาลควรนำข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์และคณะกรรมการชุดต่างๆ มาพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

7.ควรพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

8. ขอให้ทุกฝ่ายได้ใช้กลไกของระบอบประชาธิปไตย และกระบวนการแห่งรัฐสภา เป็นวิถีทางลดความขัดแย้ง ลดการเผชิญหน้าสร้างความระเบียบเรียบร้อยของสังคมไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนพ.วรรณรัตน์ แถลงนโยบายเสร็จ ได้ร่วมกับแกนนำพรรคดึงผ้าสีดำ ที่มีข้อความ "ไร้ความสมานฉันท์ เสียหายทุกส่วน สังคมแตกแยก" ออก และปรากฏเป็นป้ายชื่อพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน "หยุดขั้ว สลายสี สามัคคี พี่น้องไทย" แทน นอกจากนี้ แกนนำพรรคที่มาร่วมงานยังพร้อมใจกันใส่เนคไทสีชมพูอีกด้วย

นายชาญชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงแนวทางร่วมงานกับพรรคการเมืองหลังเลือกตั้ง ว่า ชพน.เคยร่วมทำงานกับทั้ง 2 ขั้วพรรคใหญ่ ยอมรับว่า 2 พรรคมีการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งทางพรรคจะยึดมั่นในนโยบาย 8 ประการที่จะหยุดขั้วสลายสี เพราะถือเป็นการให้สัญญาประชาคมไว้แล้ว

"สุวัจน์" เชื่อเลือกตั้ง 3 ก.ค.ทางออกประเทศ

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน(ชพน.) เชื่อว่า การเลือกตั้งยังเป็นทางออกสำหรับการแก้ไขปัญหาประเทศ แม้ว่า ก่อนหน้านี้จะกังวลว่า จะจัดการเลือกตั้งได้หรือไม่

สำหรับบรรยากาศเลือกตั้งขณะนี้เป็นไปด้วยดี แม้จะมีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถือว่า เป็นสีสัน ส่วนตัวมองว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันทั้งพรรคการเมือง นักการเมือง ประชาชน ออกไปใช้สิทธิ์จะทำให้การเลือกตั้งมีความชอบธรรม ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ และหน้าที่หลักของรัฐบาลชุดใหม่ คือ ต้องยุติความแตกแยกขัดแย้งให้ได้

เมื่อถามว่า การออกมาแสดงบทบาท ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะเป็นการชี้นำในการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นการให้ความคิดเห็น ซึ่งการเสนอให้เลือกคนดีก็เป็นวัตถุประสงค์ของทุกฝ่ายเพื่อความอยู่รอดของประเทศ ทุกฝ่ายต้องลดราวาศอก เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความชอบธรรมให้ได้รัฐบาลที่ดีที่สุด

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ในเมื่อ 2 พรรคใหญ่ยังขัดแย้งกันอยู่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องการแข่งขันกันมากกว่า เลือกตั้งจบทุกคนก็ต้องจบ ส่วนใครจะไปร่วมรัฐบาลกับใครก็เป็นอีกเรื่อง อยากให้ทุกคนให้ความร่วมมือ

เมื่อถามว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย จากประสบการณ์มองว่า รัฐบาลจะมีการเปลี่ยนขั้วหรือไม่ สุวัจน์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง แต่คิดว่า แนวโน้มไม่มีพรรคใดได้เกินครึ่ง การจัดตั้งรัฐบาล น่าจะเป็นตัวเลข 300 ขึ้นไป เพื่อไม่ให้มีปัญหาในเรื่ององค์ประชุมและการทำงาน และยังเป็นเรื่องของการยอมรับจากนานาชาติด้วย

ดังนั้น พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก จะช่วยทำให้รัฐบาลชุดใหม่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น ซึ่งพรรคขนาดเล็กขนาดกลาง อย่างเพิ่งเสียกำลังใจ เรายังมีความหมายในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาล และในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งเท่าที่เขาได้คุยกับนายปรีชา (เลาหพงศ์ชนะ) เห็นตรงกันว่า 2 พรรคใหญ่จะได้ตัวเลขที่ 400 ส่วนที่เหลือจะไปไหลกันเองใน 100 เสียง

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข่าวการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล นายสุวัจน์ กล่าวปฏิเสธว่า เขาไม่เกี่ยว กระแสข่าวที่ออกมา น่าจะเป็นการประเมินสถานการณ์มากกว่า

"โควต้ากระทรวงหรือสัดส่วนรัฐมนตรียังคุยอะไรไม่ได้ และตรงนี้ตัวเลข ส.ส. และการออกเสียงประชาชนจะเป็นการบ่งบอก วันนี้ ทุกคนยังสาระวนอยู่กับการเลือกตั้ง เขาก็อยากจะเป็น ส.ส.กันก่อน สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งเงื่อนไขกัน" นายสุวัจน์ ระบุ

เขาย้ำว่า สถานการณ์ในวันนี้ แตกต่างจาการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น เราอย่ามาสร้างเงื่อนไข วันนี้เป็นโอกาสทองของประเทศไทย ที่เราจะได้ออกจากวิกฤติแล้ว สำหรับผลโพลที่ว่าพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับหนึ่ง และมีข่าวว่า จะดึงพรรคเบอร์ 2 และเบอร์ 21 มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น เราต้องให้เกียรติประชาชน ซึ่งใครได้เสียงข้างมาก ก็ถือว่าประชาชนอยากให้เป็นนายกฯมากที่สุด ซึ่งพรรคอันดับหนึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนพรรคขนาดกลางและเล็กจะเป็นฝ่ายถูกเชิญ

"วันนี้ ยังไม่มีใครจัดตั้งอะไรตามที่เป็นข่าว แต่หลังวันที่ 3 ก.ค. เสียงโทรศัพท์ คงดังไปหมด ส่วนเบอร์ของผม ก็ไม่รู้ว่า เขายังจำเบอร์ได้ไหม” นายสุวัจน์ กล่าว