ข่าว

ตั้งกมธ.ร่วม2คณะแก้รธน.-วิกฤตบ้านเมือง

ตั้งกมธ.ร่วม2คณะแก้รธน.-วิกฤตบ้านเมือง

21 เม.ย. 2552

วิป 3 ฝ่ายมีมติตั้งกมธ.ร่วม 2 คณะแก้รธน.-วิกฤตบ้านเมือง กรอบประชุมร่วม 2 วัน 24 ชั่วโมง ปธ.วิปฝ่ายค้านชี้หลังประชุมร่วมคลอดกมธ.เดินหน้าแก้รธน. “พล.อ.เลิศรัตน์” หวั่นมีปัญหาเหตุส.ว.บางคนค้านแก้รธน.

(21เม.ย.) เวลา 10.30 น. ได้มีการประชุมตัวแทนวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ในฐานะรองประธานวิปวุฒิ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ส.ว.สรรหา ได้หารือถึงกรอบและแนวทางในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามของรัฐธรรมนูญใน มาตรา 179 ในวันที่ 22-23 เม.ย.

นายชินวรณ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า วิปทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่าแม้สถานการณ์จะคลี่คลายในระดับหนึ่งแล้ว แต่ครม.ควรจะได้รับความคิดเห็นของสมาชิกที่เสนอทางออกให้กับรัฐบาล เพื่อที่จะได้ขับเคลื่อนการดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ได้มีการหยิบยกว่าขณะนี้ได้มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ มีความเหมาะสมที่จะประชุมร่วมรัฐสภาหรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาแล้วไม่น่าจะเข้าข่าย แม้จะมีการชุมนุมเกิน 5 คนก็ตาม อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้เห็นชอบกรอบเวลาในการประชุมคือวันที่ 22-23 เม.ย.เวลา 10.00-22.00 น.คาดว่าจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง โดยนายกฯและรัฐมนตรี 4 ชั่วโมง หัวหน้าฝ่ายค้าน 2 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ฝ่ายละ 6 ชั่วโมง ทั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 รวมทั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา สำหรับการอภิปรายเชื่อว่าจะมีเอกสารหลักฐานมาใช้ประกอบก็ให้ตัวแทนวิปแต่ละฝ่ายไปประสานสมาชิกให้ใช้เอกสารเท่าที่จำเป็นและให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายชินวรณ์ กล่าวว่า ผู้อภิปรายควรจะอภิปรายเชิงสร้างสรรค์และไม่เสียดกระแนะกระแหน เพื่อที่จะนำไปสู่การประท้วงทำให้เกิดความวุ่นวาย ในสถานการณ์วิกฤตเราจะต้องตระหนักว่าจะต้องช่วยกันทำให้ประชาชนเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าระบบรัฐสภาเดินหน้าที่จะแก้ไขปัญหาได้ การอภิปรายจะเป็นการพิจารณาสถานการณ์ในการประกาศใช้พ.ร.ก.และผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ดังกล่าวของรัฐบาล เพื่อเสนอแนะในสิ่งที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป

“การเสนอทางออกวิปทั้ง 3 ฝ่ายเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภาเพื่อที่จะประมวลเหตุการณ์ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้เพื่อที่จะได้กรอบการปฏิบัติของฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการและฝ่ายนโยบาย นอกจากนี้จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้ไม่สามารถลงมติได้ซึ่งวิปทั้ง 3 ฝ่ายก็จะมีการหารือนอกรอบโดยประสานกับประธานรัฐสภาเพื่อใช้อำนาจเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวต่อไป” นายชินวรณ์ กล่าวและว่า ส่วนเรื่องการนิรโทษกรรมนั้น ที่ประชุมยังไม่ได้หยิบยกมาหารือในรายละเอียด

ด้านนายวิทยา กล่าวว่า เมื่อเกิดแนวคิดและข้อสรุปในการอภิปรายในการรับฟังความคิดเห็นตามที่นายกฯได้ร้องขอตามมาตรา 179 ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันในกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีความขัดแย้งรุนแรงและการใช้อำนาจรัฐเข้าไปดำเนินการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม หากจำเป็นต้องมีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมีคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีกหนึ่งคณะ ทั้งสองคณะนี้ก็จะดำเนินการหลังจากประชุมร่วม และสัปดาห์หน้าก็จะได้ดำเนินการต่อไป

ขณะที่นายดิเรก กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่รัฐบาลยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นทางนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้ ซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการก็จะเชิญคนนอกที่มีความรู้ความสามารถ สื่อมวลชน เข้ามาร่วม เชื่อว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 พ.ค. ทางวุฒิสภาจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 161 โดยขอให้รัฐบาลมาชี้แจง

ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ส.ว.ก็ไม่ต่างไปจากส.ส.ที่มีความเห็นเป็นฝักเป็นฝ่าย และเป็นตัวบุคคลก็มาก ดังนั้นคิดว่าช่วง 2 วันนี้ เมื่อได้ข้อสรุปในการประชุมร่วมอย่างไร ก็ต้องนำข้อยุติของการอภิปรายต้องไปขอมติจากที่ประชุมวุฒิสภาด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา เพราะในวุฒิสภาบางคนไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ