
อาหารแพงคนทั่วโลกเปลี่ยนนิสัยการกิน
ลอนดอน-เอ็นจีโออังกฤษเผยผู้บริโภคทั่วโลกต้องเปลี่ยนแปลงนิสัยการกิน เพราะราคาอาหารแพง ด้านยุโรปหวั่นข้าวจีเอ็มทะลักจากจีน
อ็อกซ์แฟม องค์กรการกุศลในอังกฤษ เปิดเผยผลสำรวจประชากรใน 17 ประเทศทั่วโลกและพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งหนึ่ง (53%) เปลี่ยนแปลงนิสัยการบริโภคอาหารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ย 39% ระบุว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น ส่วน 33% ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงการบริโภคอาหารเป็นเพราะต้องการมีสุขภาพที่ดีขึ้น
ผู้บริโภคในเคนยา 76% ระบุว่าได้เปลี่ยนแปลงการบริโภคอาหาร ซึ่ง 79% กล่าวโทษปัจจัยราคาอาหารเป็นสาเหตุ ซึ่งการสำรวจของอ็อกซ์แฟมก็ได้ผลในลักษณะคล้ายกันในประเทศแอฟริกาใต้ที่ 69% และอินเดีย 59% กล่าวโทษว่าราคาอาหารแพงเป็นสาเหตุทำให้ต้องเปลี่ยนนิสัยการบริโภคอาหาร
ขณะเดียวกันผู้บริโภคในประเทศตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกาที่ได้รับผลกระทบจากราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น 3.1% ทำให้ชาวอเมริกัน 55% ยอมรับว่าไม่ได้รับประทานอาหารประเภทเดียวกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดย 31% ยืนยันว่าปัจจัยราคาอาหารแพงเป็นต้นเหตุ
การสำรวจความเห็นของผู้บริโภคของอ็อกซ์แฟมครอบคลุมถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศพัฒนาแล้วเช่นสหรัฐอเมริกา และเยอรมนี รวมทั้งประเทศดาวรุ่งทางเศรษฐกิจ เช่นบราซิล และ ประเทศยากจนในแอฟริกา เช่น กานา และ เคนยา
อ็อกซ์แฟมทำสำรวจผลกระทบของราคาอาหารต่อลักษณะการบริโภคของประชากรโลก ก่อนหน้าการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 20 ประเทศ (จี 20) ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีประเด็นการรับมือปัญหาราคาอาหารแพงในที่ประชุม
ขณะเดียวกัน ทางการยุโรปก็แสดงความกังวลต่อการที่ผลผลิตจากพืชตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็ม) จากประเทศจีนอาจจะทะลักออกสู่ตลาดโลก หน่วยงานในระบบแจ้งเตือนเร่งด่วนแห่งยุโรป ที่ตรวจสอบติดตามคุณภาพอาหารนำเข้าจากต่างประเทศมายังยุโรประบุว่าพบสินค้าอาหารจากประเทศจีนที่มีผลผลิตข้าวจีเอ็มเพิ่มขึ้น 115 เท่า นับตั้งแต่ปี 2549จนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นายฟาง หลี่เฟิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรแห่งองค์กรกรีนพีซ เปิดเผยว่า ข้าวจีเอ็มได้เข้าสู่ประเทศจีนตั้งแต่ปี 2548 โดยพบผลผลิตข้าวจีเอ็มในมณฑลหูเป่ย หูหนาน และ เจียงซี ในปี 2553
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรจีนยืนยันเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า "ไม่มีพืชรับประทานเมล็ดที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมปลูกอยู่นอกพื้นที่ควบคุมของจีนอย่างแน่นอน" แต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมของจีนเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า 4 หน่วยงานของรัฐบาลร่วมมือกันสอบสวนการบริหารจัดการที่บกพร่องซึ่งเป็นสาเหตุการที่ให้มีเมล็ดพืชจีเอ็มปรากฏในหลายมณฑลของจีน



