ข่าว

กบง.ลดรีดเงินเข้ากองทุนกดราคาดีเซล

กบง.ลดรีดเงินเข้ากองทุนกดราคาดีเซล

16 มิ.ย. 2554

กบง.ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันดีเซล เพิ่มค่าการตลาดให้ผู้ค้าตรึงราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาท ยันยังไม่คิดกู้เงินมาเสริมสภาพคล่อง มีเงินสดในบัญชีกว่า 2.3 หมื่นล้าน ด้านกรมธุรกิจพลังงานงัดกฎหมายคุมการถือครองแอลพีจีเกิน 250 กิโลต้องแจ้ง

 นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับลดการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันดีเซลลงอีก 40 สตางค์ต่อลิตร จากเดิมเก็บอยู่ที่ 1.10 บาทต่อลิตร เหลือ 70 สตางค์ต่อลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 64 สตางค์ต่อลิตร เป็นระดับต่ำมาก แต่หลังจากลดเก็บเงินกองทุนส่งผลให้ค่าการตลาดขึ้นมาเป็น 1.04 บาทต่อลิตร ดังนั้น ผู้ค้าน้ำมันที่ปรับราคาเกิน 30 บาทต่อลิตร ควรลดราคาลงมา

 นายศิวะนันท์ ณ นคร ผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณากู้เงินเพื่อใช้เสริมสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ แต่อย่างใด แม้กองทุนน้ำมันฯ จะมีเงินสดสุทธิอยู่ที่ 344 ล้านบาทเท่านั้น โดยกองทุนยังมีกระแสเงินสด ซึ่งมีเงินสดอยู่ในบัญชีถึง 23, 864 ล้านบาท ขณะที่มีภาระจากการชดเชยแอลพีจีนำเข้าประมาณ 4,200 ล้านบาท ชดเชยแอลพีจีหน้าโรงกลั่น 3,090 ล้านบาท ภาระชดเชยเอ็นจีวี 4,200 ล้านบาท และภาระหนี้การชดเชยดีเซล 11,000 ล้านบาท

 ด้านนายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กรมได้ออกมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัย สถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ครอบครองแอลพีจีเกิน 250 กิโลกรัม ต้องแจ้งปริมาณการครอบครอง และหากครอบครองแอลพีจีเกิน 500 กิโลกรัม ต้องขออนุญาตและต้องมีบุคลากรเฉพาะดูแลอย่างน้อย 1 คน และหากครอบครองแอลพีจี เกิน 1,000 กิโลกรัม ต้องเก็บในถังเก็บก๊าซแอลพีจีขนาดใหญ่ (Bulk) แทนที่การเก็บภายในถังหุงต้มจำนวนมาก

 ทั้งนี้ผู้ที่ใช้แอลพีจีที่เข้าข่ายดังกล่าวจะต้องดำเนินการและแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบภายใน 1 ปี นับแต่วันที่มีการประกาศฯ หรือภายในวันที่ 26 พฤษภาคม 2555 มิเช่นนั้นต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี และ ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท