ข่าว

"ชวน"ไม่พูดปชป.ต่ำ170"มาร์คไขก๊อก"

"ชวน"ไม่พูดปชป.ต่ำ170"มาร์คไขก๊อก"

15 มิ.ย. 2554

“ชวน”ปัดตอบ"อภิสิทธิ์-สุเทพ" พร้อมไขก๊อกถ้า "ปชป." ซิว ส.ส.ได้น้อยกว่า 170 เสียง ชี้ทุกพรรคต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ย้ำพรรคลำดับที่ 2 เป็นฝ่ายค้านไม่ใช่เรื่องแปลก แถมเหน็บพรรคอยากเป็นรัฐบาลอย่างเดียวคือพวกลืมศักดิ์ศรี

(15มิ.ย.)  ที่จ. สุโขทัย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าหากพรรคได้รับเสียงไม่ถึง 170 เสียงในการเลือกตั้งจะลาออกจากตำแหน่งว่า คงไม่ขอวิจารณ์  และตนก็ไม่ทราบ เพราะต่างคนต่างมุ่งหาเสียง ไม่มีเวลาคุยกัน

 เมื่อถามว่าคิดว่าทั้ง 2 ท่านมั่นใจขนาดไหน ถึงมีการประกาศเช่นนี้ นายชวน กล่าวว่า “ไม่ทราบครับว่าคิดอย่างไร” เมื่อถามย้ำว่าที่ทั้ง 2 ออกมาเช่นนี้มีปัจจัยอะไรหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ผมไม่ทราบจริงๆครับ ไม่เคยคุยเรื่องนี้กัน ”

 เมื่อถามถึงกรณีที่ปราศรัย ในจ. ลำปางที่ระบุว่าหากเลือกตั้งแพ้ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน นายชวน กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องเป็นฝ่ายค้านเป็น มันต้องเป็นได้   คือเมื่อเวลาเป็นรัฐบาลได้มันก็ต้องเป็นฝ่ายค้านได้ จะไปเป็นรัฐบาลกับเขาทุกครั้งไปก็คงเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาเราเป็นพรรคหลัก เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่ของแปลกอะไร เพราะระบอบประชาธิปไตยเป็นเช่นนี้ แต่มันต้องระวังอันหนึ่งคือสื่อเมื่อเวลาใครเป็นฝ่ายค้านก็จะเขียนในลักษณะเหยียดหยามว่าจะเป็นฝ่ายค้านตลอดชีวิต กลายเป็นประณาม ทั้งที่ระบอบประชาธิปไตยมันจะหมุนเวียนไปเช่นนี้ บางพรรคก็เป็นรัฐบาล บางพรรคก็เป็นฝ่ายค้าน ขึ้นอยู่กับเสียงมากเสียงน้อย เป็นเรื่องปกติ

 นายชวน กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญคือเรื่องที่เราพูดกันว่า ในการหาเสียงในยุคก่อนมันไม่มีใครที่จะคอยต่อต้าน คอยปาสิ่งของ และยังสงสัยว่าประชาธิปไตยพัฒนาการมาถึง 79 ปีถอยหลังเช่นนี้ไปได้อย่างไร อันนี้คือเรื่องน่าสนใจ ว่าถ้าเราช่วยกันคิดในทางที่มีสิ่งเหล่านี้ ตนเชื่อว่าการกระทำเช่นนี้มีคนห้ามได้ แต่มันเริ่มจากสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 48 ที่เชียงใหม่ จนพัฒนามาเป็นกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งแนวนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเพราะจะทำให้บ้านเมืองเสียหาย เกิดความขัดแย้งรุนแรง จนกลายเป็นศัตรู ทั้งที่ประชาธิปไตยควรจะไปได้ดีกว่านี้ ดังนั้นมันต้องเป็นมืออาชีพ นักการเมืองต้องมืออาชีพ ต้องเข้าใจปรัชญา อุดมคติทางการเมืองด้วย ไม่ใช่ว่าจะมาแล้วเหมือนกับว่าเป็นธุรกิจผูกขาด ใครแข่งกับเราต้องทำลายทั้งหมด การเมืองไม่ใช่แบบนั้น

 เมื่อถามว่า พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน หมายถึงว่าหากผลการเลือกตั้งมาเป็นลำดับที่ 2 จะไม่มีการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคที่ได้อันดับ 1 ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่ได้หมายถึงเช่นนั้น แต่หมายถึงถ้าไม่ได้มันก็เป็นฝ่ายค้าน มันไม่มีอะไรพิสดาร ตนสมัยที่แพ้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ ตนก็รักษาคำพูดทั้งที่จะตั้งรัฐบาลก็ได้ แต่เห็นว่าคำพูดสำคัญกว่า และเที่ยวนี้ก็มาจากผลที่ตนพูดนี่เองที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเอาที่ 1 ให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน จะโกงก็ได้ จะดับไฟ ขอให้ได้คะแนนนำ เช่นนี้จะเกิดผลเสีย คนได้ที่ 1 ปกติก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ก่อนอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าพรรคลำดับที่ 1 ตั้งไม่ได้ ลำดับที่ 2 ก็ตั้ง อย่างเมื่อปี 18   ก็มีการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็อยู่ไม่ได้ ก็ล้มไป ให้พรรค 18 เสียงตั้ง หรือเมื่อครั้งพล.อ.ชวลิต เมื่อท่านล้มไปพวกเราก็ตั้ง อันนี้ก็ธรรมดาไม่ช่าเรื่องพิสดาร มันคือหลัก

 “มันเป็นหลัก พรรคการเมืองที่แท้จริง เว้นแต่พรรคการเมืองบางพรรค หรือบางคนที่คอยเป็นรัฐบาลอยู่เสมอ ไม่คิดถึงศักดิ์ศรีอะไรไรเลย มันก็อีกเรื่องหนึ่ง เขาไม่เอาก็ยังจะไปอยู่มันก็ต้องระวัง แต่ถ้าพรรคหลักทั่วไปเขาจะต้องคิดว่าเมื่อตัวเองเป็นรัฐบาลไม่ได้ก็ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน มันก็หมุนเวียน เป็นวิถีไปตามหลักปกติของประชาธิปไตย พรรคการเมืองหลักต้องทำเช่นนี้ ถ้าอะไรก็ได้ไม่มีหลักมันก็ไม่ถูก “

 เมื่อถามว่า โอกาสที่พรรคเพื่อไทยได้คะแนนเป็นอันดับ 1 แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้มีโอกาสมากน้อยเช่นใด นายชวน กล่าวว่า ไม่ขออวิจารณ์ ปล่อยให้เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตอบ

เชื่อนโยบาย"ปชป."สนองคนอีสานทำคะแนนพุ่ง

 นายชวนกล่าวถึงผลโพลของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ระบุว่าประชาชนในภาคอีสานมีความนิยมในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ถึงร้อยละ 40.5 ว่า น่าจะทำให้คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ดีขึ้นโดยรวม แต่จะดีขึ้นเท่าไรไม่ทราบ และตนยังไม่ทราบว่านโยบายที่ประชาชนชื่นชอบนั้นเฉพาะเจาะจงที่เรื่องใด แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่มีความชัดเจน แต่นโยบายพื้นฐานที่ทำไว้ทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณสุข เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พรรคไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ คนก็ไม่ค่อยทราบทั้งที่มีประโยชน์เพียงแต่การประชาสัมพันธ์ไม่ดี

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.30 น. นายชวน เดินทางลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ช่วยนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้สมัคร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงที่วัดตระพังทอง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ท่ามกลางฝนที่ตกอย่างหนัก จนต้องย้ายการปราศรัยไปที่ศาลาการเปรียญ

 ทันทีที่เดินทางมาถึง นายชวนได้กราบสักการะรูปปั้นขอมดำดินที่ชาวเมืองเก่าเคารพนับถือ และเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าด้วยความสนิทสนม พร้อมเอามือลูบหัวเด็กๆที่ผู้ปกครองหุ้มเข้ามาหาด้วยความเอ็นดูตามบุคลิกของนายชวน โดยมีผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจกว่า 2,000 คน และนายชวนยังยืนยันนโยบายเพื่อประชาชน ไฟฟ้าครบวงจร มอบเบี้ยยังชีพทุกคนทุกเดือน โครงการบ้านมั่นคง รักษาฟรีอย่างมีคุณภาพ เพิ่มเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการศึกษา และจะพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ โดยใช้เวลาปราศรัยประมาณ 1.30 ชั่วโมง

 หลังจากนั้นจึงเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังพื้นที่เทศบาลเมืองสุโขทัยออกหาเสียงทักทายชาวสุโขทัยที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุโขทัย ซึ่งตลอดทางได้รับกำลังใจจากชาวสุโขทัยอย่างล้นหลาม ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังอำเภอกงไกรลาศเพื่อช่วยผู้สมัครเขต 2 หาเสียงและเดินทางต่อไปพักค้างคืนในจังหวัดพิษณุโลกต่อไป