ข่าว

ทหารกับการเมือง

ทหารกับการเมือง

16 มิ.ย. 2554

พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ใช้สื่อโทรทัศน์ในเครือข่ายกองทัพบกช่อง 5 และช่อง 7 พูดถึงบทบาทของกองทัพต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ขนาดยาว หลายเรื่อง หลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง

   และคู่แข่งขันทางการเมือง ซึ่งมีนัยสำคัญถึงผู้สมัครบางคน พรรคการเมืองบางพรรค ไม่ว่าถ้อยคำนั้นจะถูกตีความว่าเป็นการพูดเชิงสร้างสรรค์ หรือหวังดีกับประเทศชาติอย่างไร แต่คำถามก็คือ กองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยราชการหนึ่งภายใต้รัฐบาลไทย สมควรจะแสดงบทบาทเช่นนี้ ในสถานการณ์เช่นนี้หรือไม่ ในขณะที่กองทัพบกยืนยันความเป็นกลาง และปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการเมืองตลอดมา

 พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในประเด็นการเมืองโดยขอให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าช่วยไปเลือกตั้ง โดยทราบว่ามียอดผู้มีสิทธิ์ 30-40 ล้านคนออกมาเลือกตั้งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หากปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นเหมือนเดิมๆ ก็ได้อะไรแบบเดิมๆ ตลอด “อยากฝากให้ทุกคนเลือกตั้งใช้สติมีเหตุผล รู้จักคิดว่า ทำอย่างไรบ้านเมือง สถาบันจึงจะปลอดภัย ทำอย่างไรคนดีจึงจะได้มาบริหารชาติบ้านเมือง ประชาชนอย่าให้คนเขาดูถูกว่า ท่านชักจูงง่าย โดยไม่ได้ดูว่า คนนั้นดีหรือไม่ มีคุณธรรมหรือไม่ เขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ผมบอกว่า กิริยาที่นักการเมืองบางท่านใช้ไม่เหมาะสม แล้วจะเลือกเขาเข้าไปทำไม เลือกคนที่ดี คนที่สุภาพ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเข้าไปทำงานแล้วกัน”

 สังคมไทยในห้วงระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปีที่ผ่านมา เรื่องของสถาบันถูกใช้ไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประหัตประหารกัน เกิดคดีความจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสถาบัน บางเรื่องที่มีความชัดเจน มีเจตนาละเมิดสถาบัน ก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา แต่ไม่ควรมีใครนำเรื่องสถาบันมาเป็นข้ออ้าง หรือพยายามแสดงราคาความจงรักภักดีแต่เพียงฝ่ายเดียว ฐานะตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารบก มีน้ำหนักมากในทางสังคม เพราะกองทัพบกถือเป็นกำลังหลักในการปฏิวัติ รัฐประหารแทบทุกครั้ง เสถียรภาพทางการเมืองส่วนหนึ่งจึงต้องฝากไว้กับกองทัพบก

 แน่นอนว่า นี่ย่อมเป็นความปรารถนาดี แต่เป็นการแสดงความปรารถนาดีถูกต้องตามกาลเทศะหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องสงสัย ถ้ารัฐบาลไม่ควรใช้สื่อของรัฐโฆษณาหาเสียง หรือแสดงผลงานของรัฐบาลเสมือนหนึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวของรัฐบาล ผู้นำกองทัพก็ไม่ควรใช้สื่อของรัฐไปในเรื่องที่ตนเองอยากพูด อยากแสดงออก ที่อาจตีความได้ว่าจะมีประโยชน์ได้เสียกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เรามีเสียงเรียกร้องเชิญชวนจากทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อบุคคล ให้วิพากษ์วิจารณ์คนที่ดีแต่พูด ดีแต่กู้ หรือไม่ให้เลือกพรรคการเมืองที่เผาบ้านเผาเมือง สิ่งเหล่านี้ประชาชนได้รู้ได้เห็นอยู่แล้ว และเราควรเชื่อในวิจารณญาณของเขาเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย ที่จะตัดสินใจใช้สิทธิ์ของเขาอย่างเป็นอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องมีใครมาจูงจมูก