ข่าว

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ปะทะในทุกแนวรบ

เกาะติดสนามเลือกตั้ง-ปะทะในทุกแนวรบ

16 มิ.ย. 2554

การออกมา “แอ็กชั่น” ผ่านจอทีวีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ครั้งล่าสุดไม่ได้เหนือความคาดหมายจากบรรดา “คอการเมือง” เท่าไหร่นัก เพราะรู้ดีว่าสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วอะไรที่มากระทบ “สถาบันเบื้องสูง-กองทัพ” เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้

 นับตั้งแต่มีความขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้น กองทัพ มักจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

 และเมื่อช่วงที่ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง กองทัพก็จำเป็นต้องเข้าไปยับยั้ง อย่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ระบุว่า กองทัพเข้าไปเพื่อหยุดการใช้อำนาจ เพื่อสกัดความขัดแย้งที่มีแนวโน้มว่าจะบานปลายออกไป

 แต่การหยุดการใช้อำนาจในครั้งนั้น กลับทำให้เกิดผลข้างเคียง คู่ขัดแย้งต่างหันมาจับตากองทัพ ฝ่ายหนึ่งพยายามญาติดี ขณะที่อีกฝ่าย กลับสร้างเงื่อนไขเพื่อให้กองทัพตกอยู่ในวงล้อม

 ความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับการเมืองครั้งล่าสุด กรณี ชุดปฏิบัติการ ปส.315 เข้าไปในพื้นที่ และได้พบกับผู้สมัคร ส.ส. พร้อมลูกน้อง

 ฝ่ายหนึ่งยืนยันว่ามาปฏิบัติหน้าที่ อีกฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า มาเพื่อสกัดกั้น หรือมีนัยทางการเมือง

 เรื่องนี้ยังไม่รู้จะจบลงอย่างไร แต่ที่แน่ๆ มีคดีความเกิดขึ้นแล้ว

 ก็ยิ่งเข้าทางฝ่ายการเมือง...เพราะที่ผ่านมา กองทัพถูกมองว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลมาตั้งแต่เริ่มต้น ในขณะที่กองทัพ ก็ยืนกรานว่าเป็นกลางทางการเมือง และตั้งมั่นที่จะปกป้องสถาบันเบื้องสูง

 “พล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกอึดอัดใจ และไม่สบายใจ กับประเด็นการโจมตีมายังกองทัพอย่างมากในช่วงนี้ และกลัวว่าสังคมจะเข้าใจผิดว่ากองทัพอยู่เบื้องหลังกับข่าวการโจมตีที่เกิดขึ้น จึงได้เลือกใช้ทีวีของกองทัพบกชี้แจงให้ได้รับทราบกัน และในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำของกองทัพ ก็จะต้องออกมาแสดงจุดยืนภาพลักษณ์ของกองทัพให้ชัดเจน” นายทหารผู้ใกล้ชิด ผบ.ทบ. ระบุ

 ทว่า การออกโทรทัศน์เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองของกองทัพ และเรียกร้องให้ประชาชนเลือกคนดี คนที่ปกป้องสถาบันเบื้องสูงไปทำหน้าที่ส.ส.และรัฐบาล ก็กลับเจอเข้าเต็มๆ กับกระแสข่าวว่า ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะออกทีวี ได้พบกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ

 ถึงกับระบุด้วยว่า สุเทพ เข้ากองบัญชาการกองทัพบก ด้วยการแจ้งรหัสวิทยุสื่อสารว่า "วีไอพี ทบ.1" ซึ่งปกติแล้ว สุเทพ จะใช้ "สร.2"

 ข่าวเช่นนี้ สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วต้องเรียกว่า ไม่เป็นมงคล ...เพราะก่อนหน้านี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยายามขอนัดผ่านสื่อว่าพร้อมจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ มาแล้ว

 แม้จะรู้ว่า การขอนัดผ่านสื่อ และพยายามแสดงเจตนาว่า เข้าพบเพื่อขอคำชี้แนะ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ตกหลุมง่ายๆ แถมยังซัดกลับไปว่า "ไม่เหมาะสม"

 ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะรู้ดีว่า กำลังจะถูกการเมืองใช้ประโยชน์

 ดังนั้นเมื่อมีกระแสข่าวว่า สุเทพ เข้าพบ ก็ยิ่งไม่เป็นมงคลมากขึ้นไปอีก ...การปฏิเสธกระแสข่าวนี้จึงออกมาจากกองทัพเป็นระลอก

 แต่ก็ให้บังเอิญว่าเรื่องที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเกียวโด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของยิ่งลักษณ์ ถึงอนาคตการเมืองไทย ที่ทักษิณมั่นอกมั่นใจว่า เพื่อไทยชนะแน่

 ทักษิณ พยายามแสดงให้เห็นว่า พร้อมที่จะปรองดองกับทุกฝ่าย หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง โดยจะดึงพรรคขนาดเล็กที่มี 1-2 เสียงมาร่วมรัฐบาล

 "น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะเชิญพรรคขนาดเล็กมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล และจะเริ่มต้นกระบวนการปรองดอง ซึ่งรวมถึงการเจรจาหารือกับผู้มีบทบาททางการเมืองทั้งหมด อาทิ ผู้นำทหาร"

 ถ้อยแถลงของทักษิณ ฟังแล้วเหมือนไม่มีอะไร...แต่หากพิเคราะห์ให้ดี การไประบุว่า "ผู้มีบทบาททางการเมือง อาทิ ผู้นำทหาร" นั้นย่อมไม่ธรรมดา

 ก็ในเมื่อผู้นำทหารประกาศครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่การให้สัมภาษณ์ของ ทักษิณ กลับยืนยันว่า ผู้นำทหารยังมีบทบาททางการเมืองอย่างเต็มเปี่ยม

 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คือการ "ปะทะในทุกแนวรบ" ในขณะที่การหาเสียงที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่ง อย่างพรรคประชาธิปัตย์ สภาพแวดล้อมอื่นที่อาจก่ออันตราย หรือสามารถชี้ให้คนเห็นและมีอารมณ์ร่วม

 ถึงแม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีเจตนาที่จะปกป้องสถาบัน และกองทัพ แต่นับจากนี้ ในทุกก้าวย่าง ย่อมสุ่มเสี่ยง และแหลมคม

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์