ข่าว

ทบ.เต้นรีบปัดข่าวสุเทพพบ“ประยุทธ์”

ทบ.เต้นรีบปัดข่าวสุเทพพบ“ประยุทธ์”

15 มิ.ย. 2554

ทบ.เต้นรีบปัดข่าว “สุเทพ” พบ “ประยุทธ์” แต่ชี้ “สุเทพ” มาคุยได้ฐานะรองนายกฯ แจง “ผบ.ทบ.” เปิดใจแค่แสดงจุดยืนทหาร ให้ปชช.เลือกคนดี ปัดต่อต้าน พท. หนุน ปชป. เผย กอ.รมน.เตรียมหาช่อง กม.เล่นงาน “สื่อเหลือง-แดง” อินการเมืองสุดโต่ง ทำคนแตกแยก แบ่งฝ่าย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเสนอข่าวว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้เข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนแถลงข่าวเปิดใจออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 และสถานทีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ว่า กองทัพบกขอยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น นายสุเทพไม่ได้เข้าพบกับ ผบ.ทบ. เพราะมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผบ.ทบ.มีภารกิจตลอดทั้งวัน ข้อมูลที่มีการนำเสนอมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมาก อยากให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวตรวจเช็คความถูกต้องก่อนนำเสนอ เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อกองทัพ ซึ่งได้มีการพูดคุยวิเคราะห์กันในระดับฝ่ายเสนาธิการว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การฟังจากวิทยุสื่อสารของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยนั้นหมายถึง เจ้าหน้าที่ของช่อง 7 ที่เข้ามาร่วมรับฟังประเด็นที่อาจจะ ว.ว่า วีไอพีของ ทบ.1 อยากให้สื่อพิจารณา

 “แต่หากสมมุติว่า นายสุเทพมาก็ต้องให้ความยุติธรรมกับเขา เพราะปัจจุบันเขาสวมหมวก 2 ใบ คือ เขาเป็นผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งไม่เหมาะ แต่ 2 เขามีหน้าที่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่เขาต้องมีข้อราชการหารือกัน ไม่ได้หมายความว่า วันที่ประกาศยุบสภาจนถึงวันเลือกตั้ง คนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่จะละเลยการทำงาน แล้วบ้านเมืองจะเดินไปได้อย่างไร ก็อยากให้ท่านคิดในมุมบวกด้วย อย่ามองเชิงลบอย่างเดียว ซึ่งหลังจากที่ประกาศยุบสภา ผมก็ไม่เคยเห็นนายสุเทพเข้ามา แต่เชื่อมั่นว่า ผบ.ทบ.รู้ว่าสังคมส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกต ดังนั้นท่านคงใช้ดุลยพินิจอย่างสูงที่สุด” โฆษกทบ.กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่มีการมองว่า เนื้อหาที่ ผบ.ทบ.เปิดใจผ่านโทรทัศน์ถูกตีความว่ากองทัพสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และชี้นำให้ประชาชนไม่เลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนั้น นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วง เพราะเราพยายามชี้แจงในจุดยืนที่เป็นกลางให้เลือกคนดี ทุกคนในสังคมไทยเรียกร้องให้ทุกคนเลือก ส.ส.ที่เป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ มีจริยธรรม คุณธรรม ทุกคนเรียกร้องเหมือนกัน และผบ.ทบ.พูดในประเด็นเดียวกับทุกคน แต่ยังมีความพยายามดึงกองทัพให้ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ผบ.ทบ.ต้องการชี้แจงถึงเรื่องราวต่างๆในจุดยืนของกองทัพต่อการเลือกตั้งว่า ท่านไม่ได้สนับสนุน ไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้เกิดความรู้สึกกับใครเป็นพิเศษ แต่ท่านทำหน้าที่ในจุดที่เหมาะสม และเชิญชวนให้คนไทยออกไปเลือกตั้งคนดี คนที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองในวันข้างหน้า ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเปิดใจของท่าน ส่วนการที่ใครมองว่าเป็นการถูกสะกิดให้ออกมาพูดนั้น ตนเชื่อมั่นว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำองค์กร ท่านสามารถที่จะพิจารณาเรื่องราวต่างๆได้ ส่วนที่มีคนมองว่า การที่ผบ.ทบ.ออกมาพูดจะเป็นการการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมนั้น การที่กองทัพบกออกมาพูดก็หาว่ากระเพื่อม ถ้าไม่พูดก็หาว่ากองทัพบกอมพะนำ นิ่ง ให้สังคมวิเคราะห็กันเองในสังคมก็เกิดความสับสนในสังคมอีก ตนยังเกร็งว่า ตกลงจะเอายังไง สิ่งที่เราทำได้ คือ ทำให้สังคมได้เห็นถึงจุดยืนของกองทัพอย่างแท้จริงว่าเราเป็นอย่างนี้ เราเป็นทหารของประชาชน

 “ส่วนเรื่องสื่อที่ ผบ.ทบ.พูดนั้น ท่านคงไม่ได้หมายความว่า ท่านโบ้ยทุกๆคน ท่านต้องเข้าใจว่า สื่อหรือผู้ที่นำเสนอข้อมูล มาอย่างไรไปอย่างนั้นอาจจะมีการแต่งแต้มก็แล้วแต่นั่นคือสื่อ แต่ท่านทั้งหลายเป็นสื่อมวลชนที่จะมีดุลยพินิจ มีวิจารณญาณ ท่านนำเสนอในสิ่งต่างๆที่เป็นข้อเท็จจริง เป็นมุมมอง มีทัศนคติเพื่อให้สังคมได้พิจารณาได้ การที่ ผบ.ทบ.พูดไม่ได้หมายความว่าท่านตำหนิ ต้องแยกแยะว่า เรื่องของความปรองดองที่เขาพูดกันมันเป็นเรื่องโตไปสำหรับตน สำหรับกองทัพ ต้องไปว่าในกันภาคของการเมือง รัฐบาล วันนี้ยังมีสื่อบางส่วนที่อินกับเรื่องการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแบบสุดโต่ง แล้วทำให้เกิดการยั่วยุในคำพูด ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแยก แบ่งฝักฝ่ายในพี่น้องคนไทยด้วยกัน แล้วนี่หรือที่จะนำมาซึ่งการสมัครสมานสามัคคี ที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติเป็นปึกแผ่นในวันข้างหน้า อยากวอนสื่อทุกสื่อว่าวันนี้บ้านเมืองเราเปราะบาง ขอให้ทุกคนได้ใช้วิจารณญาณในการนำเสนอ ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก และได้โทรศัพท์เข้ามายังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกับคนที่เป็นสื่อที่อินกับเรื่องของขั้วการเมืองแบบสุดโต่งจนไม่ได้นำมาซึ่งความรู้สึกสามัคคีของชาวไทย ซึ่งเราคงต้องหารือกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องในฐานะของ กอ.รมน.ที่จะต้องบูรณาการหน่วยงานต่างๆที่จะต้องมีส่วนร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างที่เป็นไปตามข้อกฎหมายและตามเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้เกิดความสามัคคี ไม่มีสื่อที่ยั่วยุให้เกิดอาการแปลกแยกแบบนี้ในสังคม

 “มีคำกลอน 1 กลอน ซึ่งไม่ได้ต้องการจะเอาใจใคร ผมจำได้ว่าเราเคยได้รับการสอนสั่งมาตั้งแต่เป็นสมัยนักเรียน ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ ร.6 ความว่า “ เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤาจะมุ่งมาศึกษา เพียงเพื่อปริญญาเอาตัวรอดกระนั้นฤา แท้จริงเจ้าควรคิดจงตั้งจิตและยึดถือ รับใช้ชาติไทยคือปลายทางเราที่เล่าเรียน” ทุกคนที่เป็นทหารยึดมั่นใจเจตนารมย์อันนี้มาโดยตลอด และเราพยายามทำทุกอย่างให้เป็นไปตามนี้ เราทำตามทุกอย่างตามข้อกฎหมาย เราเป็นกลไกหนึ่งของรัฐ ใครเป็นรัฐบาลที่สั่งการถูกต้องตามข้อกฎหมายเราก็ปฏิบัติตามนั้น แล้วได้ชี้แจงมาโดยตลอดไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ตาม ส่วนการที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูดอาจจะมีกลุ่มคนพุ่งและมองไปว่าเป็นการโจมตีกลุ่มคนเสื้อแดง คิดว่าวันนี้เราจึงต้องสร้างสังคมให้เข้าใจว่า อย่ามองทุกอย่างในทางลบ พยายามคิดบวก บ้านเมืองเราจะได้เดินไปข้างหน้า ถ้าทุกอย่างตั้งข้อสังเกตในเชิงลบไปหมด ทุกคนคงจะมีอาการเกร็งเหมือนกัน” โฆษกทบ.กล่าว