ข่าว

กรณ์ข้องใจเลขาฯก.ล.ต.อุ้ม"ปู"ปมหุ้นชิน

กรณ์ข้องใจเลขาฯก.ล.ต.อุ้ม"ปู"ปมหุ้นชิน

14 มิ.ย. 2554

“กรณ์”ข้องใจ“เลขาฯก.ล.ต.” หลังออกมาอุ้ม "ยิ่งลักษณ์" ปมหุ้นชินคอร์ป อ้างเหตุทำให้ปชช.สับสน ชำแหละนโยบายศก.“พท.”เหลวแหลกทุกด้าน ผิดหลักวิชาการ-หลักการเงินการคลัง” พร้อมท้าแสดงวิสัยทัศน์ “นโยบายศก.” กับ “พท.” ทุกเวที

 (14มิ.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ออกแถลงการณ์ยืนยันการให้การของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ต่อศาลในคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ผิดตามกฏหมายก.ล.ต.ว่า ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตุว่า การออกมาพูดของนายธีระชัยไม่มีบริบท และไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ภาคประชาชนกล่าวหากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ในเรื่องที่เกี่ยวกับการให้การเท็จต่อศาล และเป็นเรื่องที่มีข้อสรุปออกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญก็ควรแถลงออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วก็ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกแถลงการณ์ในช่วงนี้เพื่อต้องการแก้ปัญหาให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ในการก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่   รมว.คลัง กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีเจตนาอะไร แต่คงไม่ใช่ เพราะสิ่งที่แถลงการณ์ออกมาไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ แต่ก็อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีความผิด

 เมื่อถามว่า มีการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจพลาดไปหรือไม่ ที่มีการโยกย้ายนายธีระชัย ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจออกไป นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจทางกฏหมายที่จะไปโยกย้าย ซึ่งตนเคารพอำนาจและบทบาทหน้าที่ขององค์กรอิสระ และก.ล.ต.ก็เหมือนแบงก์ชาติ มีกฏหมายเฉพาะ และการที่จะเข้าไปแทรกแซงโยกย้าย เพียงเพราะบุคคลนั้นอาจจะมีความเชื่อ อุดมการณ์ที่แตกต่างกันคงไม่ได้ และไม่คิดจะทำเพียงแค่อุดมการณ์แตกต่าง ขอให้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และปฏิบัติตามภาระที่ได้รับมอบหมายตามกรอบกฏหมายที่ครอบคลุมองค์กร ของตนเท่านั้น และนายธีระชัยก็จะหมดวาระในสิ้นเดือนกันยายนนี้อยู่แล้ว และรัฐบาลได้ปูพรมไว้แล้วโดยแต่งตั้งประธานก.ล.ต.เสร็จแล้วจะมีผลวันที่ 14 ก.ค. เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด

   ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายธีระชัยกำลังรักษาอำนาจตัวเอง เพื่อให้มีการต่ออายุหากเปลี่ยนรัฐบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ตนคิดว่าตามกฏหมายแล้วต่ออายุไม่ได้ แต่ยังมีตำแหน่งอื่นๆ เช่น ตำแหน่งรมว.คลังก็มี

ชำแหละนโยบายศก.“พท.”เหลวแหลกทุกด้าน

 นายกรณ์ กล่าวถึงนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่ออกประกาศในช่วงหาเสียงอยู่ในขณะนี้ ว่า เป็นนโยบายที่เหลวแหลกทุกด้าน และไม่สามารถเป็นไปได้ตามหลักวิชาการ หรือหลักการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ในตัวเลขในเชิงวิชาการว่า เป็นไปได้หรือไม่ รวมทั้งกรอบของกฏหมาย ทั้งนี้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 มีการประเมินงบประมาณรายได้ ไว้ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งใช้เป็นงบประจำ 1.8 ล้านล้านบาท และงบลงทุน 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีงบขาดดุลประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาพบว่า จะต้องมีการใช้จ่ายจำนวนมา คือ โครงการลดภาษีนิติบุคล ที่จะทำให้รัฐขาดรายได้จากากรจัดเก็บรายได้ 1.5 แสนล้านบาท

 รมว.คลัง กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการแจกแท็ปเลต ให้กับเด็กนักเรียน 8.6 ล้านคน เฉลี่ยเครื่องละ 2 หมื่นบาท จะตกเป็นเงิน 1.72 แสนล้านบาท โครงการกองทุนตั้งตัวได้ที่ให้งบประมาณมหาวิทยาลัยทั้งหมด 169 แห่ง ๆละ 1 พันล้านบาท รวมเป็นเงิน 1.69 แสนล้านบาท โครงการขึ้นเงินเดือนให้ผู้จบปริญญาตรี 15,000 บาท แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะขึ้นให้เฉพาะข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจหรือไม่ แต่เท่าที่คำนวนจะต้องใช้เงินถึง 5.57 แสนล้านบาท โครงการรับจำนำข้าวที่มีการตั้งราคารับจำนำไว้ ข้าวขาว 15,000 บาท , ข้าวหอมมะลิ 20,000 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาท้องตลาดเท่าตัว รัฐจะต้องแบกรับถึง 4.7 แสนล้านบาท  โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งต้องใช้งบประมาณก่อสร้าง 1 แสนล้านบาท เฉลี่ยสร้าง 4 ปี ตกปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท โครงการเขื่อนกั้นทะเลใช้งบก่อสร้างเฉลี่ย 9 แสนล้านบาท ใช้เวลา 5 ปี ตกปีละ 1.8 แสนล้านบาท และหากจะมีกระบวนการล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งจะต้องมีการคืนเงินจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเข้าคลังไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนนำเงินจำนวนนี้ออกมา

         “นี่ยังไม่รวมกับโครงการอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นโครงการเครดิตเกษตรกร คืนภาษีรถคันแรก พักหนี้ ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย ที่ยังจะต้องใช้เงินอีกจำนวนมหาศาล จึงจะเห็นว่าพรรคการเมืองที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลตลอด 2 ปี ได้ขัดขวางคัดค้านโครงการของรัฐบาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพรรคเพื่อไทยกลับมีโครงการต่างๆออกมา   ที่จะต้องมีการกู้เงินชดเชยประมาณ 2 ล้านล้านบาทต่อปี จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้  และไม่มีเจตนาที่จะทำตามสิ่งที่พูดด้วยซ้ำไป เพราะกรอบการกู้เงินตามพรบ.หนี้สาธารณะจะสามารถกู้ได้เพียงปีละ 4.86 แสนล้านบาทเท่านั้น   ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องเหลวแหลก ผมยินดีที่จะพบกับตัวแทนพรรคเพื่อไทย   เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในนโยบายด้านเศรษฐกิจทุกเวที ” นายกรณ์ กล่าว

  นายกรณ์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่รณรงค์หาเสียงอยู่ขณะนี้ ตนยืนยันว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เพราะมีตัวเลขงบประมาณที่ชัดเจน อาทิโครงการประกันรายได้เกษตรกร 3 หมื่นล้านบาท โครงการก่อสร้าง ฮาร์เบอร์ ซิตี้ 5 พันล้านบาท ขยายวงเงินกู้ยืม ในโครงการกยศ. 1.5 หมื่นล้านบาท พลิกโฮมเมืองท่องเที่ยว 4.7 พันล้านบาท โดยรวมงบประมาณที่ใช้แต่ละโครงการยังอยู่ในกรอบวงเงินการกู้ยืมทั้งสิ้น