
แดงป่วนอภิสิทธิ์หาเสียงโชคชัย4-ห้วยขวาง
(14มิ.ย.) เมื่อเวลา 17.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งกทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วยนายสรรเสริญ สะมะลาภา(หาชื่อที่ถูกต้องด้วย) ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคประชาธ
โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงปากซอยโชคชัย 4 ฝั่งถนนลาดพร้าว มีผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มารอต้อนรับกว่า 100 คน และปรากฏวามีคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน บางคนสวมเสื้อแดงที่มีรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 มากระจายกำลังรอนายอภิสิทธิ์เช่นกัน พร้อมกับมีการเตรียมป้ายข้อความสารพัด อาทิ “ดีแค่พูด , ไอ้ทรราชย์ , ฆาตกร ,หนีทหาร ผลาญงบ ซบอำมาตย์”
และเมื่อนายอภิสิทธิ์ และคณะขึ้นรถแห่ของพรรคที่เตรียมไว้แล่นไปหาเสียงปรากฏว่ามีรถหาเสียงของนายสิงห์ทอง บัวชุม ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยในเขตเดียวกันได้แล่นสวนมา ซึ่งผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยยกมือสวัสดีนายอภิสิทธิ์พร้อมกับขออนุญาตเบอร์ 10 ผ่านทาง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็กล่าวว่าเชิญครับ พร้อมกับกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า เราเป็นนักประชาธิปไตย เป็นนักเลือกตั้งเหมือนกัน ดังนั้นขอให้ผู้สนับสนุนตนปรบมือให้เมื่อเห็นรถหาเสียงของเบอร์ 1 ซึ่งผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์ก็พากันปรบมือและบางคนได้โห่ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่บริเวณนั้นโห่สวนกลับและตะโกนเบอร์ 1 ทันที แต่ก็ไม่ได้มีการปะทะกันรุนแรง
ทั้งนี้ในการลงพื้นที่ดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์มีตำรวจสน.โชคชัย และพื้นที่ใกล้เคียงมาอำนวยความสะดวกจำนวนมาก เพราะเกรงว่าจะมีการปะทะกั้น ทั้งนี้การลงพื้นที่ในช่วงเย็นในซอยเล็กเช่นนี้ทำให้การจราจรยามเย็นของซอยดังกล่าวที่คับคั่งอยู่แล้วคับคั่งกว่าเดิม
จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะได้เคลื่อนขบวนแห่ไปตามถนนเลนสวนของซอยโชคชัย โดยมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งขี่มอเตอร์ไซตามมาด้วย แต่ก็ไม่มีเหตุรุนแรงอะไร อย่างไรก็ตามขบวนของนายอภิสิทธิ์ได้แล่นไปตามซอยโชคชัยมายัง ซอยนาคนิวาส(ลาดพร้าว71) และสิ้นสุดที่ซอยเสนานิคม1 แล้วจากนั้นขบวนก็หันหัววกกลับมาทางเดิมและสิ้นสุดที่ปากซอยโชคชัย 4 โดยใช้เวลาทั้งหมด 1.15 ชั่วโมง ซึ่งตลอดทางมีประชาชนคอยให้กำลังใจ โดยมีการนำซาเลาเปาหลากสี ดอกไม้ พวงมาลัยและกรอบรูปมามอบให้ตลอดทาง แต่ขณะเดียวกันก็พบว่ามีคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยตะโกนเบอร์1 ใส่ขบวนของนายอภิสิทธิ์ตลอดทาง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากกว่าการลงพื้นที่ทุกครั้งตั้งแต่เดินสายหาเสียงมา อาทิ หน้าปากซอยนาคนิวาส33 มีชายนำชุดเอี๊ยมที่เป็นผ้ากันเปื้อนสีแดงที่มีความข้อความ “กูเพิ่งมา อย่าเพิ่งยิง” ชูใส่ขบวนของนายอภิสิทธิ์ จนทำให้สีหน้าของนายอภิสิทธิ์และนายอภิรักษ์ไม่สู้ดีนัก
จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะนั่งรถแห่ออกจากโชคชัย 4 ต่อมายังซอยลาดพร้าว 48 ทะลุมายังซอยสุทธิสาร และเข้าถนนรัชดาภิเษกมาจอดรถที่ริมถนนด้านหน้าสถานีรถไฟฟ้าห้วยขวาง และได้ลงรถไปพบปะชาวบ้านหน้าที่ด้านหน้าสถานี เพื่อช่วยผู้สมัครส.ส.ปชป. หาเสียง พร้อมกับปราศรัยย่อยๆ โดยมีชาวบ้านและกลุ่มวินมอเตอร์ไซมายืนฟังโดยไม่มีเหตุป่วนอะไร
ต่อจากนั้นนายอภิทธิ์ และคณะเดินเท้าเข้าไปในท้ายซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ โดยมีชาวบ้านให้ความสนใจอย่างมาก แต่ก็ไม่วายเจอกับกลุ่มผู้หญิง 3 คนชูป้ายข้อความ "ควันไฟ 91 ศพ" "ความลับหลังฉาก" ที่มีรูปเจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่ทคนเสื้อแดงประกอบข้อความ
และเมื่อคณะของนายอภิสิทธิมเดินมาถึงด้านหน้าร้านวิดีโอร้านหนึ่งก็พบกับชาวบ้านเกือบ 10 คนยืนหน้าร้านฝั่งขวามือของขบวนแห่ ชูป้ายเชียร์พรรคเพื่อไทยและและตะโกนเบอร์1 แข่งกับกลุ่มของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีเหตุรุนแรงอะไร
ถัดจากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ปราศัยย่อยใกล้กับโลตัสเอ็กซ์เพรสปรากฏว่ามีผู้หญิง 1 คน ชูป้าย "ใครเอ่ย..ดีแต่พูด" อยู่ด้านหลังจุดที่นายอภิสิทธิ์ปราศัยย่อยด้วย"
ขณะเดียวกันก็มีนายอำนาจ สังข์ศิริ ที่บอกว่าประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่เข้ามาร้องเรียนว่าตนถูกคนร้าย 2 คนจี้รถให้ขับหนีตำรวจเมื่อ ก.ค.2553 และคนร้ายได้ยิงตนบาดเจ็บ และเมื่อตนไปร้องเรียนกับกระทรวงยุติธรรม และสตช.ก็ได้เงินเยียวยาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายอภิสิทธิ์จึงเดินทางกลับบ้านพักทันทีโดยใช้เวลาในการหาเสียงในเขต 2 กทม.นานเกือบ 3 ชั่วโมง



