ข่าว

คอนโดฯมาแรงราคาเพิ่มขึ้นมากสุดคนชะลอซื้อบ้านรอรัฐบาลใหม่ออกมาตรการอุ้ม

คอนโดฯมาแรงราคาเพิ่มขึ้นมากสุดคนชะลอซื้อบ้านรอรัฐบาลใหม่ออกมาตรการอุ้ม

15 มิ.ย. 2554

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ โชว์ผลสำรวจ ครึ่งปีแรกราคาบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปรับขึ้นทุกประเภท คอนโดฮอตราคาเพิ่มขึ้นมากสุด 7% มองแนวโน้มครึ่งปีหลังปรับขึ้นอีก รับคนซื้อบ้านชะลอรอมาตรการรัฐบาลใหม่ หวังช่วยอุ้มลดภาระคนซื้อ

 นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจราคาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และ 3 จังหวัดปริมณฑล คือ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 เมื่อเทียบกับปี 2553 พบว่า ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ล้วนมีราคาปรับสูงขึ้น โดยคอนโดมิเนียมปรับขึ้นสูงสุดถึง 7% ส่วนราคาทาวน์เฮ้าส์ในเมืองปรับขึ้น 3.6% และบ้านเดี่ยวราคาปรับขึ้นน้อยสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8% ขณะที่ในครึ่งปีหลังราคาที่อยู่อาศัยน่าจะปรับขึ้นต่อเนื่อง

 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ให้ความเห็นตรงกันว่า ราคาที่อยู่อาศัยจะปรับขึ้นทุกปีเป็นปกติ แต่แตกต่างกันไปตามทำเล ราคาที่ดิน และการแข่งขันของตลาด รวมถึงต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม

 นายธำรงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย ระบุว่า ดัชนีราคาห้องชุดปรับขึ้นสูงสุดนับจากครึ่งปีหลัง 2552 จนถึงปัจจุบันห้องชุดทุกระดับราคาปรับขึ้นเฉลี่ย 7% โดยห้องชุดราคาต่ำกว่า 5 หมื่นบาทต่อตร.ม.ปรับขึ้นสูงสุดถึง 11.5% โดยสาเหตุหลักมาจากค่าแรงและราคาที่ดินสูงขึ้น

 นายสัมมายังกล่าวถึงสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้วยว่า ขณะนี้ประชาชนมีการชะลอซื้อบ้านประมาณ 20% เพื่อรอดูมาตรการของรัฐบาลใหม่หลังจากมีการเลือกตั้ง เนื่องจากหลายพรรคการเมืองมีการเสนอลดภาระและสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่คนที่ต้องการซื้อบ้าน อย่างไรก็ตาม มองว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศก็ยังจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย แต่ควรจะเน้นเป็นกลุ่มที่ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านหลังแรกไม่ควรออกมาตรการหว่านแห เพราะจะทำให้การเติบโตอสังหาริมทรัพย์ไม่เป็นตามกลไกตลาด ส่วนมาตรการที่ช่วยเหลือควรจะเป็นมาตรการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำหรือมาตรการภาษี และจะต้องจำกัดกลุ่มให้ชัดเจน

 ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ภาคเอกชนไม่ได้ห่วงว่าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาบริหารประเทศ แต่ขอให้มีมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะมาตรการให้ประชาชนที่ต้องการซื้อบ้านเข้าถึงแหล่งสินเชื่อง่ายขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพราะมองว่าแนวโน้มความต้องการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ในครึ่งปีหลังยังมีอยู่ ส่วนราคาบ้านมองว่าคงไม่ได้ปรับสูงมากนัก แม้ว่าราคาวัสดุก่อสร้างจะปรับสูงขึ้น 5-10% เพราะการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังยังมีสูงมาก