
ทหารพาสื่อนอกบุกพิสูจน์หมู่บ้านแดง
ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 6 พาสื่อนอกและไทย บุกพิสูจน์หมู่บ้านเสื้อแดงที่บ้านหนองหูลิง เมืองอุดรธานี เพื่อให้เห็นกับตา ไม่มีการฝึกอาวุธ หรือ เป็นเขตปลดปล่อย แต่มาเพื่อมอบบ้านให้คนยากจน
เมื่อเวลา 13.40 น.วันที่ 14 มิถุนายน ที่บ้านเลขที่ 42 บ้านหนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมือง ซึ่งเป็นหมู่บ้านนี้ ทางกลุ่มคนเสื้อแดงอุดรธานี ประกาศจัดตั้งเป็นหมู่บ้านเสื้อแดง พล.ท.ดรัญ ยุทธวงษ์สุข ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 6 (ศปป.6) กอ.รมน. พร้อมคณะ และผู้สื่อข่าวต่างประเทศ จากสถานีโทรทัศน์ AFP ได้ร่วมเดินทางมามอบบ้านให้แก่นางทองใบ วัลพัฒน์ อายุ 76 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรม และเป็นผู้ที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้าน ไม่สามารถที่จะซ่อมแซมด้วยตัวเองได้ โดยการซ่อมแซมบ้านใช้กำลังทหารจาก กอ.รมน.ภาค 2 ส่วนแยก 1 ร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้าน เข้าทำการซ่อมแซมบ้านของนางทองใบ ตามโครงการ “ซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน” โดยมีนายจีระศักดิ์ คำรณฤทธิศร นายอำเภอเมืองอุดรธานี พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบ้านหนองหูลิง ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบ จากนั้น พล.ท.ดรัญ และคณะ ได้เดินทางไปมอบบ้านให้แก่นายสุดใจ คำเวบุญ อายุ 50 ปี ที่บ้านเลขที่ 118 บ้านผ่านศึก 4 ต.บ้านตาด อ.เมือง ที่ชำรุดทรุดโทรม และมีฐานะยากจน ไม่สามารถทำการซ่อมแซมบ้านได้เช่นกัน ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ ก็ประกาศตั้งเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงเช่นกัน
พล.ท.ดรัญ กล่าวว่า โครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน เป็นการบูรณาการระหว่าง กอ.รมน.กับฝ่ายปกครองและท้องถิ่น ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย และเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระชนมายุครบ 7 รอบ โดยปัจจุบันดำเนินการซ่อมแซมส่งมอบบ้านไปแล้ว 69 หลัง ใน 10 จังหวัด ภาคอีสานตอนบน ซึ่งใน จ.อุดรธานี ดำเนินการไปแล้ว 18 หลัง และแต่ละหลัง ได้รับการร่วมมือจากประชาชนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ในการเข้าร่วมทำการซ่อมแซมบ้านในทุกแห่งอย่างดี
จากนั้น พล.ท.ดรัญ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว รวมถึงผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ AFP ว่า การดำเนินการโครงการฯ และมองว่าเข้ามาทำในหมู่บ้านเสื้อแดง เรื่องนี้ตนได้คุยกับชาวบ้านแล้วว่า ภาพที่ออกมาสู่สาธารณะ โดยเฉพาะที่ออกสื่อต่างประเทศ จะมองว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านสีแดง เป็นเขตปลดปล่อย มีการฝึกอาวุธ เราจึงเข้ามาทำให้เห็นว่าไม่มี ตนไม่เชื่อว่าในประเทศนี้ จะมีใครที่จะล้มล้างสถาบัน เพราะว่าในทางการเมืองที่มีการเลือกตั้ง เลือกคนไปเป็นนักการเมือง เราคงไม่ได้เลือกไปเป็นประมุขของประเทศ พอมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตนจึงนำผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เข้ามาดูในพื้นที่ว่าเป็นจริงตามข่าวหรือไม่ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่
“ส่วนการเลือกพรรคใด สีใด ทหารคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของการเมือง แต่เผอิญพรรคที่ประชาชนนิยมเป็นสีแดง มันเลยกลายเป็นสีแดง ซึ่งความจริงในสมัยก่อน เราต่อสู้กับพรรคคอมมูนิสต์ ที่ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ คนก็พยายามจะเชื่อมโยงว่า สีแดงคือสีของคอมมูนิสต์ ความจริงถ้าผมพูดได้ ก็อยากให้พรรคฯนี้เปลี่ยนเป็นสีดำ ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านสีดำก็ได้ ซึ่งสีนั้นเป็นเรื่องของการเมือง โดยกฎหมายประชาชนก็มีสิทธิจะเลือกคนที่เขารัก พรรคที่เขาชอบ เราคงไม่เข้าไปต่อต้านอะไร เพียงแต่วันนี้เผอิญมาหมู่บ้านที่เป็นข่าวเท่านั้น จึงเชิญให้นักข่าวต่างประเทศมาดูด้วยตาตัวเองว่า เป็นอย่างที่สื่อรอยเตอร์กล่าวถึงหรือไม่ ซึ่งไม่ได้พามาที่นี่เท่านั้น ตนได้พาเข้าไปดูมาแล้วหลายบ้าน ในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาระกิจหน้าที่ตามปกติของทหาร”พล.ท.ดรัญ กล่าว
แดงลำพูนยังไม่คิดแยกรัฐอิสระแค่แสดงสัญลักษณ์
ผู้สี่อข่าวรายงานบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ลำพูน ว่า ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.ยิ่งทำให้ผู้สมัครแต่ละพรรค ขยันลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้องชาวลำพูน เพื่อหวังคะแนน 1 เสียงให้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางการทำลายป้ายหาเสียง นโยบายพรรค ที่มีให้เห็นอย่างชัดเจนรวมแล้วกว่า 100 ป้าย แต่ยังไม่มีการข่มขู่ผู้สมัคร หรือ การทำร้ายร่างกายถึงชีวิต
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า จ.ลำพูน เป็นจังหวัดเล็ก แต่พบว่าเป็นพื้นที่กลุ่มคนเสื้อแดง ระยะหลังก่อนการเลือกตั้ง มีการการนำธงสีแดง แสดงตราสัญลักษณ์ ปักตามเสาไฟฟ้า หน้าบ้านที่พักอาศัย ตามรถโดยสารสาธารณะ
อย่างไรก็ตามความคิดของกลุ่มคนเสื้อแดงลำพูน ทั้งจากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง จาก อ.เมือง อ.แม่ทา อ.บ้านธิ อ.ป่าซาง จะยังไม่รุนแรงเหมือนกับ จ.เชียงใหม่ ที่ใช้ธงพื้นสีแดง ตรงกลางช้างสีขาว ยังไม่มีแนวคิดตั้งรัฐอิสระ เหมือนกับกลุ่มแดงจังหวัดอื่นอีกด้วย



