ข่าว

จีนไม่หยุดสร้างเขื่อน

จีนไม่หยุดสร้างเขื่อน

22 เม.ย. 2552

การเดินทางตามหาต้นแม่น้ำโขงของ สุทธิชัย หยุ่น และทีมงาน ช่วงเวลาดี 4 ทุ่ม ทางโมเดิร์นไนน์ เมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความสวยงามของสายน้ำที่กำลังจะเลือหาย จีนกำลังสร้างเขื่อน ชาวบ้านจำนวนมากที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกับชีว

ถ้าได้ยินเสียงของแม่น้ำล้านช้าง ต้นน้ำแม่โขง ชัดๆ สายน้ำธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกว่า ความเชี่ยวกรากจะนำเอาความดี ความบริสุทธิ์ ทรัพยากรต่างๆ จากต้นน้ำแม่โขงลงไปสู่ปลายน้ำ
 ที่นี่ต้นน้ำโขง เขตเหยียนจิ่ง เหยียนจิ่ง แปลว่า บ่อเกลือ ที่นี่เป็นที่บรรจบของแม่น้ำ 3 สาย ต้นน้ำของแม่โขง คือ ล้านช้าง ต้นน้ำของแยงซีเกียง และต้นน้ำของสาละวิน
 ที่นี่มีการทำนาเกลือโด่งดังมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางชาม้า เหตุที่เรียกเส้นทางชาม้า เพราะว่า ทิเบตมีม้าที่มีพลังแข็งแรงเป็นที่เลื่องลือในสมัยโบราณ ทางจีนสมัยราชวงศ์ถังต้องการได้ม้าจากทิเบต จึงสร้างมายาคติว่า เมื่อคนทิเบตกินเนื้อมาก ระบบย่อยต่างๆ จำเป็นต้องมีชาไปขับระบบให้สามารถย่อยได้ง่าย จึงมีการแลกเปลี่ยนว่า จะเอาชามาจากยูนนาน เส้นทางชามาจากจีน เข้ามาในทิเบต แลกกับม้ากลับไปเมืองจีน จึงกลายเป็นเส้นทางชาม้า
 ถ้าหากข้างบนเป็นเส้นทางสายไหม นี่ก็คือ เส้นทางชาม้า เป็นเส้นทางชาที่เลื่องลือในอดีต
 การได้เห็นคนอยู่ริมน้ำล้านช้างที่เหยียนจิ่ง ทำให้เข้าใจว่า ต้นน้ำ ชีวิตความเป็นอยู่ของคน วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองเป็นอย่างไร
 และท้ายที่สุดคงต้องมาค้นหาคำตอบยืนยันว่า ไม่ว่าจะอยู่ต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ล้านช้าง หรือว่าแม่โขง หรือว่าผ่านเข้าไปในประเทศใดๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มนุษย์ต่างก็มาจากสายธาร ทั้งสายธารน้ำใจและสายธารธรรมชาติเดียวกันอย่างปฏิเสธไม่ได้
 ในมุมหนึ่งของแม่น้ำล้านช้าง ที่เป็นโขดหิน หรือว่าโตรกผา ยังคงมีความเชี่ยวกราก บางจุดเห็นเป็นฟองตลอดเวลาที่ไหลลง แต่ที่นี่กลับไม่มีการทำประมง ไม่มีการจับปลาจากแม่น้ำล้านช้างมาเป็นอาหาร
 คนที่นี่บอกว่า เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เอาปลาของล้านช้างมาเป็นอาหาร จึงไม่เห็นเรือ และไม่มีเรือให้เห็น
 ขณะที่ทางการจีนเชื่อว่า ในเมื่อมีพลังธรรมชาติขนาดนี้ ก็ควรใช้ทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยการใช้สร้างเป็นพลังไฟฟ้าขึ้นมา แต่ละจุดจึงมีแผน หรือเริ่มทำไปแล้ว ด้วยการสร้างเป็นฝายกั้นน้ำเล็กๆ หรือเขื่อนผลิตไฟฟ้า ผลที่ตามมาก็คือ ชาวบ้านต้องการได้รับการปรึกษาก่อน ถ้าหากมีการสร้างเขื่อน โดยเฉพาะเขื่อนขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่ต้องมีการอพยพผู้คน บางชุมชนอาจจะถูกท่วม แต่จะมีกระบวนการอย่างไร ช่วยให้ชีวิตพวกเขากระทบกระเทือนน้อยสุด เพราะหลายหมู่บ้านที่อยู่ริมแม่น้ำล้านช้างอยู่กันมายาวนานหลายชั่วอายุคน
 แต่รัฐบาลจีนบอกว่า จะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นประชาชนควรจะเข้าใจ และเสียสละ บางชุมชนสละเพื่อผลประโยชน์ของทั้งบริเวณนั้น
 นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเรียกร้องจากชาวบ้าน
 ด้วยความหวังที่จะพัฒนาสายน้ำพยศสายนี้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ จึงมีการก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่แม่โขงตอนบน จากทิเบตถึงยูนนานถึง 8 เขื่อน มีการวางแผนและสร้างเขื่อนในส่วนแม่โขงตอนกลาง จากประเทศลาว ไทย ถึงกัมพูชา อีก 6 เขื่อน แม่โขงตอนปลาย มีการวางแผนก่อสร้างอีก 2 เขื่อน นอกจากนั้น ยังมีการวางแผนสร้างเขื่อนในแม่น้ำสาขาอีก 33 เขื่อน
 เมื่อมาถึงต้นน้ำ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่จีนจะสร้างเขื่อนพลังงานไฟฟ้า มีครอบครัวที่กำลังจะถูกอพยพ ประมาณ 31 ครอบครัว รัฐบาลได้แจ้งกับชาวบ้านแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะมีค่าชดเชยให้หรือว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ ยังไม่ได้บอกว่าจะใช้เวลาก่อสร้างนานเท่าไหร่ แต่ชาวบ้านที่นี่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน มีครอบครัวหนึ่งที่นี่บอกว่า ในความเป็นจริงแล้ว อยู่กันมาเป็นพันปี เพราะถ้าดูจากภาษาสันสกฤตเขียนเป็นภาษาทิเบต สามารถย้อนกลับไปเป็นพันปีทีเดียว
  ชาวทิเบตอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน จะต้องอพยพออก เหตุผลเพราะทางการจีนจะสร้างเขื่อนเหนือแม่น้ำล้านช้าง การพัฒนาเศรษฐกิจสองฝั่งของแม่น้ำล้านช้าง กระทบวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งพวกเขาบอกว่า ยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
 เมื่อเดินทางจากทิเบตไปลี่เจียง ซึ่งเป็นที่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมือง 12 เผ่า ซึ่งลี่เจียงเป็นเมืองเก่า จดทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1997
 "ในใจผมเกิดคำถามว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับความสวยงามสุดจะบรรยายของลี่เจียง ถ้าหากทางการจีนตัดสินใจสร้างเขื่อนเพื่อผลิตพลังไฟฟ้าขึ้นที่นี่
 ส่วนอีกคำถามคือ คนท้องถิ่นจะมีพลังต่อรองพอที่จะระงับแผนการแทรกแซงธรรมชาติ จะมีสิทธิมีเสียงในการกำหนดวิถีชีวิตของพวกเขาหรือไม่"
 น้ำที่ไหลนิ่งและสดใสที่นี่ "ลี่เจียง" ยอดเขาอันสวยงามที่มีหิมะทั้งปี 5,000 กว่าเมตรเหนือน้ำทะเล มีแม่น้ำ 3 สาย ไหลผ่าน เพิ่มความตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่ไม่เคยมา หรือคนที่มาแต่ไม่ทราบว่า แม่น้ำโขง แม่น้ำลี่เจียง ซึ่งเป็นต้นทางของแม่น้ำอิรวดีลงไปพม่า และโค้งแรกของแม่น้ำแยงซีเกียง มาสัมผัสใกล้กัน เสริมให้เห็นธรรมชาติที่ไม่ว่าใครจะใช้จินตนาการสร้างขึ้นมาก็ไม่สำเร็จ เกิดความสวยงามโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่มีใครมาวางแผน แต่เป็นสิ่งที่มนุษยชาติได้กำไรมา 
 จุดขายของลี่เจียง คือ การท่องเที่ยว แต่ว่าการท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้ ลี่เจียงจะมีเสน่ห์ต่อไปได้ จะต้องมั่นใจว่านิเวศวิทยารอบบริเวณนี้จะต้องอยู่ยงคงกระพันไปอีกนานแสนนาน ชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ที่นี่อย่างน้อย 12 ชนเผ่าในลี่เจียง เป็นความสวยงาม เป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถจะสร้างขึ้นใหม่ได้อีกแล้ว ต้องปกปักรักษาของเก่า ประเพณีต่างๆ พร้อมกับปรับตัวเข้ากับความทันสมัยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้ได้
 ธรรมชาติให้มาแล้วยังไม่พอ อยู่ที่มนุษย์ต้องรู้สำนึกถึงความสวยงามและความรับผิดชอบของตัวเองที่จะปกปักรักษาชั่วลูกชั่วหลานให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรมาทดแทนได้...