
รัฐบาลยิวหวั่น"เดดซี"สูญหายรักษาสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
เทลอาวีฟ-รัฐบาลอิสราเอลเร่งหาทางแก้ไขปัญหาทะเลสาบน้ำเค็ม สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ที่เสียหายอย่างหนักจากอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่โดยรอบ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ (13 มิ.ย.) ว่า รัฐบาลอิสราเอลตระหนักถึงปัญหาการหดหายและเอ่อล้นฝั่งของทะเลเดดซี ทะเลสาบน้ำเค็มที่มีน้ำเค็มจัดและเต็มไปด้วยแร่ธาตุจนได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า "หากไม่มีการแก้ไขทะเลสาบเดดซี (ทางฝั่งใต้) จะท่วมท้นล้นฝั่งภายใน 5-10 ปี"
ทะเลสาบเดดซีแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทั้งส่วนเหนือและส่วนใต้ แต่ไม่มีจุดเชื่อมต่อ ขณะเดียวกันโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบฝั่งใต้ ทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตรต่อปี จากการสกัดแร่ธาตุออกจากน้ำเค็มและปล่อยเกล็ดเกลือกลับลงไปยังก้นทะเลสาบ
กระทรวงการท่องเที่ยวและการปกป้องสิ่งแวดล้อมลงทุนตั้งโรงงานเดดซี เวิร์คส์ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เพื่อกำจัดเกลือออกจากก้นทะเลสาบ เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอิสราเอลที่ทะเลสาบเดดซี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึงปีละ 6,000 ล้านบาท
รัฐบาลอิสราเอลเร่งแก้ปัญหาการที่ทะเลสาบเดดซีฝั่งเหนือมีระดับน้ำลดลงเกือบ 1.2 เมตรต่อปี โดยดำเนินโครงการศึกษาสร้างช่องทางระบายน้ำระหว่างสองทะเลสาบความยาว 160 กิโลเมตร มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน



