
ชูเชียงใหม่ศูนย์กลางไมซ์ลุ่มน้ำโขง
สสปน.ยกเชียงใหม่ศูนย์กลางของตลาดไมซ์ในแถบลุ่มน้ำโขง หวังช่วยดันมูลค่าเพิ่มทางด้านการท่องเที่ยวเติบโตเพิ่มขึ้น ชี้โครงสร้างระบบการจราจรยังมีปัญหา
นายอรรคพล สรสุชาติ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เปิดเผยว่า หลังจาก สสปน.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (เอ็มโอยู) กับ จ.เชียงใหม่ เพื่อผลักดันสู่การเป็นนครแห่งไมซ์ หรือไมซ์ซิตี้ โดยทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ จะร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน สสปน. ยังมีแผนเร่งขยายตลาดการจัดประชุมภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ พร้อมทั้งมีแผนดึงหน่วยงานและองค์กรในประเทศที่มีความพร้อมจัดประชุมในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ ที่ สสปน.จะผลักดันให้เป็น ไมซ์ซิตี้
"สสปน.มีแผนเชิงรุกผลักดันให้ จ.เชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางของตลาดไมซ์ในกลุ่มประเทศอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส และกลุ่มประเทศในบิมเทค จากนั้น เมื่อเชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางตลาดไมซ์ของจีเอ็มเอส และบิมเทคแล้ว เชื่อว่าจะสามารถขยายฐานการเป็นศูนย์กลาง หรือฮับ ตลาดไมซ์ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ ซึ่งเราเห็นศักยภาพของเชียงใหม่และเชื่อว่าการผลักดัน จ.เชียงใหม่ จะช่วยเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยวให้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3-4 เท่าตัว จากปัจจุบันมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 4 หมื่นล้านบาท" นายอรรคพลกล่าว
ส่วนประเด็นปัญหาสำคัญของเชียงใหม่คือ ระบบขนส่งมวลชนภายในตัวเมืองเชียงใหม่ที่ยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร ขณะที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างตั้งอยู่บนพื้นที่โดดเดี่ยว หากมีการจัดงานประชุม-สัมมนา หรืองานแสดงสินค้าเกิดขึ้นและมีคนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน ต้องการเดินทางไปอาจมีปัญหา เพราะยังไม่มีการวางแผนเรื่องนี้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องน่าห่วงอย่างมาก



