ข่าว

แรงงานลุ้นเคาะค่าจ้างขั้นต่ำ6ก.ค.นี้รับค่าครองชีพพุ่งมาก-เตือนมีสติฟังนโยบายหาเสียง

แรงงานลุ้นเคาะค่าจ้างขั้นต่ำ6ก.ค.นี้รับค่าครองชีพพุ่งมาก-เตือนมีสติฟังนโยบายหาเสียง

14 มิ.ย. 2554

ลุ้นบอร์ดค่าจ้างกลางเคาะตัวเลขวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ ยันยึดข้อมูลจากค่าจ้างจังหวัดเป็นหลัก พร้อมนำข้อมูลจาก 3 หน่วยงานเศรษฐกิจมาประกอบ รับค่าครองชีพสูงขึ้นมากหลังหมดมาตรการของฟรีจากภาครัฐ เตือนแรงงานฟังนโยบายหาเสียงอย่างมีสติ

 นายสุนันท์ โพธิ์ทอง รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นครองค่าจ้างกลาง เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 20 มิถุนายนี้ คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดทั่วประเทศจะต้องสรุปตัวเลขค่าจ้างเสนอกลับมาให้คณะอนุกรรมการวิชาการฯ เพื่อจะทำการพิจารณาในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และสรุปผลนำเสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างกลางให้เคาะตัวเลขสุดท้ายในวันที่ 6 กรกฎาคมต่อไป โดยการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการฯ จะยึดข้อมูลจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเป็นสำคัญ รวมทั้งพิจารณาข้อมูลจากหน่วยงานราชการ 3 แห่งหลักๆ ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

 อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าห่วงคือ ข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (ส.อ.ท.) ล่าสุดที่ระบุว่าจะมีสถานประกอบการได้รับผลกระทบและมีโอกาสจะต้องปิดกิจการ 6.7-16.9% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกนั้น ทางคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ก็จะนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมด้วย

 นายสุนันท์กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ใช้ตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำมาใช้ว่า เป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งในการรับฟังเท่านั้น ซึ่งในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมาการเมืองมีอิทธิพลน้อยมากในการพิจารณาขึ้นค่าจ้างของคณะกรรมการค่าจ้างกลาง แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเมืองมักจะเข้ามาชี้นำการปรับค่าแรงขั้นต่ำ แต่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการฯ จะให้ความสำคัญกับหลักวิชาการและข้อมูลที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากกว่า  

 "ขอฝากไปถึงผู้ใช้แรงงานว่า ต้องฟังนโยบายการเมืองอย่างมีสติ ใช้ปัญญาในการไตร่ตรอง โดยดูถึงความเป็นจริงและความเป็นไปได้ว่าอยู่ตรงไหน ขณะที่เราฝันถึงค่าจ้างในอัตราสูงแต่ข้าวแกงจานละ 30-40  บาทคุ้มกันหรือเปล่า” รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

 นายสุนันท์ยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ว่าจะสูงกว่าทุกครั้งหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก ว่าผลสำรวจค่าครองชีพของแรงงานของกระทรวงแรงงานช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า ค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 175.82 บาทต่อวัน แต่ค่าใช้จ่ายในการครองชีพสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำโดยแยกเป็นค่าแรงตามอัตภาพติดลบอยู่ที่ 19.59 บาทต่อวัน ค่าแรงตามคุณภาพติดลบอยู่ที่ 35.41 บาทต่อวัน ซึ่งคาดว่าตัวเลขค่าจ้างที่แต่ละจังหวัดจะเสนอเข้ามาไม่น่าจะต่ำกว่านี้

 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าค่าครองชีพของแรงงานจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากมาตรการรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี และค่าไฟฟ้า-น้ำประปาฟรีจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการครองชีพของประชาชนสูงขึ้น