
ประชาธิปไตยไทยในบริบทอาเซียน
ในฐานะสมาชิกอาเซียนไทยมีการจัดตั้งการเลือกตั้งบ่อยครั้งที่สุด มีการพัฒนาการเมืองประชาธิปไตยยาวนานที่สุดในภูมิภาค คือเกือบ 80 ปี พูดง่ายๆ เรามีเลือดประชาธิปไตยก่อนใครเพื่อน แต่ตอนหลัง เลือดนี้ค่อยๆ ขาดออกซิเจนไป
มาเลเซียมีระบบการเมืองที่มีความต่อเนื่องมานานกว่า 60 ปี หลังได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ และสิงค์โปร์ ซึ่งต่อมาไม่นานแยกตัวออกมา ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปได้โดยไม่มีผลกระทบกระเทือนจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มันเป็นสาเหตุหลักทำให้รายได้ประชาชาติสองประเทศนี้สูงที่สุดในอาเซียน คืออันดับหนึ่งกับอันดับสอง ไม่นับบรูไน เพราะเป็นประเทศเล็กและมีน้ำมันเป็นตัวทำเงิน ประชาชนไม่ต้องเสียภาษี เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ต้องเลือกตั้ง
ถึงแม้นว่าประชาธิปไตยอินโดนีเซียจะยังเยาว์วัยแค่ 13 ปี แต่ก็มีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีปัจจัยเสริมมากกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะบทบาททหาร ในอดีตทหารอินโดนีเซียเล่นทั้งการเมืองและป้องกันประเทศแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในประเด็นหลังทหารอินโดนีเซียต้องต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศ ทำให้ได้รับความนับถือและการยอมรับจากประชาชน ความสำนึกคิดของทหารอินโดนีเซียจึงต่างกับทหารไทยมาก หลังการเปลี่ยนแปลงการเมือง จึงลดบทบาททหารได้ดีกว่า มีบทเรียนดีๆ มากมายเราเรียนรู้ได้
ช่วงแรกๆ การเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียมีปัญหา เพราะแรงสนับสนุนจากประชาชนต่อหลายพรรคเสียงแตกโดยเฉพาะพรรคโกลคาร์ ซึ่งเป็นเสาหลักของการเมืองอินโดนีเซียมาตั้งแต่ได้รับอิสรภาพจากฮอลแลนด์ แต่เสถียรภาพทางการเมืองมีมากขึ้นหลังการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโนได้รับคะแนนเสียงขาดลอย ตอนนี้เลยกลายเป็นเสาหลักประชาธิปไตยในอาเซียน พลังขับเคลื่อนลูกใหม่
การเมืองฟิลิปปินส์เริ่มเข้าเรื่อง ช่วงกลางปีที่แล้ว หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีนอย อาคีโน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่า การเมืองฟิลิปปินส์จะดุเดือดเลือดพล่าน แต่เลือกตั้งครั้งนั้นก็ผ่านพ้นไปด้วยดี และเริ่มเรียกความเชื่อมั่นของประชาชน (ที่มาของพลังประชาชน หรือพีเพิลเพาเวอร์) กลับมา เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น การลงทุนจากต่างประเทศเริ่มกลับเข้ามา ถึงแม้นว่าคนฟิลิปปินส์ยังเดินทางไปต่างประเทศหางานทำอยู่ดี
ทั้งหลายทั้งปวง ก็สู้การเมืองไทยไม่ได้ มีความหลากหลายที่สุด มีทุกรสชาติ ทุกกระบวนเพลง เรียกได้ว่าไทยเราเป็นสนามทดลองประชาธิปไตยของหล่าประเทศด้อยพัฒนา ใครสนใจ ทฤษฎี การเมืองประชาธิปไตยต้องมาศึกษาเมืองไทย
สนใจบทบาทสื่อในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องมาไทย เพราะสื่อไทยเสรี สุดๆ (ขนาดนี้ยังมีเสียงบ่นกันว่า ยังไม่เสรีพอ) เรามีการเคลื่อนไหวการเมืองมากที่สุดในโลก มากยิ่งกว่าอินเดียเสียอีก
เลือกตั้งไทยครั้งนี้ ทั่วโลกสนใจมาก สื่อต่างประเทศตอนแรกไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่พอมีหมายกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นลงความเห็นล่วงหน้าว่า ผลการเลือกตั้งออกมา ถ้าไม่เป็นไปตามที่ทหารต้องการ ก็จะปฏิวัติ ไม่เล่นด้วย
คนไทยต้องพิสูจน์ให้โลกรู้ว่าเราไม่ได้โง่ดักดานแบบคิดกันไว้ ต้องไปลงคะแนนอย่างจริงๆ จัง ให้เกิน 74 เปอร์เซ็นต์ (ตัวเลขเลือกตั้งครั้งก่อน) เลือกพรรคและนักการเมืองเราต้องการเข้ามารับใช้ประชาชน มันเป็นหนทางเดียวที่จะกอบกู้ประชาธิปไตยไทย



