
"อภิรักษ์"เผยเร่งปรับกลยุทธ์หาเสียงกทม.
"อภิรักษ์"เผยเร่งปรับกลยุทธ์หาเสียงในสนามกทม.หลังโพลชี้ตามหลัง"พท."หลายสำนัก ด้านบุญยอดจี้กกต.สอบแกนนำนปช.ใช้วิทยุชุมชนหนุนเชียร์เพื่อไทย พร้อมจี้สั่งห้ามส่งเอสเอ็มเอส.เชียร์พรรคการเมืองหน้าจอทีวี
(13มิ.ย.) นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตทั้ง 33 เขตในกทม. ว่า วันนี้ ผู้อำนวยการแต่ละเขตได้มาสะท้อนถึงปัญหาต่างๆในพื้นที่แต่ละเขต ซึ่งพบว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรูปหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในสนามกทม.ชั้นนอก นอกจากนี้พรรคมีการเตรียมการออกแคมเปญหาเสียงนอกเหนือจากการปราศรัยในช่วงเช้า และช่วงเย็นแล้ว จะมีการปราศรัยใหญ่ในอีกครั้งในกทม. โดยวันที่ 16 มิ.ย. จะปราศรัยใหญ่ที่วงเวียนใหญ่ โดยจะมีแกนนำและหัวหน้าพรรคไปร่วมกันปราศรัย และพูดถึงนโยบายต่างๆในการแก้ปัญหาให้กับชาวกทม.ในฝั่งธนบุรี อาทิ การสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมต่อฝั่งธนฯมาพระนคร วันที่ 17 มิ.ย. จะมีการปราศรัยสวนเบญจศิริ และวันที่ 19 มิ.ย. จะปราศรัยใหญ่ที่ตลาดลำผักชี
นายอภิรักษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่โพลหลายสำนักออกมาระบุว่ามีกลุ่มตัวอย่าง 40 - 50 เปอร์เซนต์ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดว่า ตนเชื่อว่า มีประชาชนส่วนหนึ่งไม่กล้าแสดงความคิดเห็นตรงๆ หรือเป็นกลุ่มที่ประชาชนตัดสินใจแล้วแต่ไม่กล้าแสดงความเห็น แต่พรรคก็ได้วิเคราะห์ถึงผลโพลต่างๆและไม่ได้นิ่งนอนใจมีการปรับปรุงกลยุทธ์ เทคนิกหาเสียงต่อเนื่อง แต่ไม่เชื่อว่าผลการเลือกตั้งออกมาพรรคจะแพ้หลุดลุ่ยเหมือนที่โพลล์ระบุ แต่จะมีการแข่งขันกันอย่างสูสี ซึ่งการเลือตกั้งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ 33 ที่นั่งจาก 36 ที่นั่ง ส่วนที่พรรคยังไม่มีส.ส.ในพื้นที่ คือ สายไหม ดอนเมือง หนองจอก ทางพรรคก็ต้องพยายามต่อไป และหากแยกย่อยในรายละเอียดแต่ละพื้นที่จะพบว่า พรรคมีคะแนนชนะพรรคเพื่อไทยในเขตกทม.พื้นที่ชั้นใน ส่วนกทม.ชั้นนอกนั้นเรายังมีคะแนนตามอยู่ ซึ่งพื้นที่กทม.มีกระแสการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ที่สำคัญคืออยากเรียกร้องให้ประชาชนตัดสินใจโดยมองไปข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและกลุ่มเยาวชนที่ใช้สิทธิ์ครั้งแรก
ด้านนายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่าที่ผ่านตนได้มีโอกาสเดินทางไปยังจ.ชลบุรี พบว่ามีการจัดรายการวิทยุท้องถิ่น โดยให้นายวีระกานต์ มุสิกะพงษ์ แกนนำปช. จัดรายการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นการถ่ายทอดกทม.หรือจัดในพื้นที่ แต่เป็นเรื่องที่ไม่ควรที่จะให้มีการจัดรายการวิทยุเชียร์พรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะสื่อมวลชนจะต้องเป็นกลาง ดังนั้นขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต)ให้ดูแลควบคุมไปยังวิทยุชุมชนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีการพาดพิงว่านายกรัฐมนตรีฆ่าประชาชน ส่วนกรณีที่กกต.มีกฏว่าห้ามเผยแพร่การผลสำรวจโพลก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน เพราะจะเป็นการชี้นำนั้น ส่วนตัวอยากให้กกต.ไปตรวจสอบการส่งเอสเอ็มเอส.บนจอทีวีตามรายการต่างๆในช่วงเวลา 7 วันก่อนการเลือกตั้งด้วย เพราะถือว่าเป็นการชี้นำได้อย่างหนึ่ง เพราะไม่ทราบว่าโปรดิวเซอร์ หรือ บรรณาธิการรายการจะมีความเป็นกลางมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากไม่สามารถเผยแพร่ได้ก็ควรจะมีการวางกฏระเบียบให้ชัดเจน ถึงแม้รายการจะเป็นกลาง แต่ผู้ชมรายการก็มีการส่งข้อความที่จูงใจ ที่สามรถเปลี่ยนทิศทางการตัดสินใจของประชาชนได้ บางครั้งก็มีถ้อยคำหยาบคายด้วย



