
"กต."ปิดปากให้ความเห็นส่งตัว"ทักษิณ"
กต. ปิดปากให้ความเห็น ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แลกกับผู้ต้องหาชาวอังกฤษ ให้กับทางการยูเออี ภายใต้ พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่การจับตัวสายลัยกัมพูชา3คน ไม่อยากให้โยงกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(13มิ.ย.) นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สำนักข่าว WAM ของสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ (ยูเออี) รายงานว่า ทางการไทยได้ส่งตัวนายนายไมเคิล ไบรอัน สมิธ ชาวอังกฤษ ผู้ต้องหายักยอกเงินบริษัทดูไบเวิลด์กรุ๊ปเมื่อปี2551 กว่า 4,5 00 ล้านบาท ให้กับทางการยูเออี ว่า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.54 ที่ผ่านมา ว่า ทางการไทยได้ส่งตัวนายสมิธ ให้ทางการยูเออี ผ่านช่องทางกฎหมาย ตาม พรบ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ที่สามารถดำเนินการได้เป็นการปฏิบัติต่างตอบแทน โดยเป็นไปตามความประสงค์ของยูเออี ที่ร้องขอให้ไทยจับกุมและดำเนินการส่งตัวนายสมิธให้ทางการยูเออี มาตั้งเดือนตุลาคม 2551 แล้ว และในปี 2552 ศาลอาญาได้เห็นสมควรให้ส่งตัวนายสมิธกลับไปดำเนินคดีที่ยูเออี
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 นายสมิธ ได้ขอถอนอุทธรณ์ ทำให้คดีถือเป็นอันสิ้นสุด และทางการไทยจึงได้ดำเนินการส่งตัวนายสมิธให้กับทางการยูเออี ภายใน 90 วันตามกฏหมายกำหนดไว้ โดยคดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาไทยกับยูเออีได้มีการดำเนินการส่งผู้ร้ายแดนมาก่อนหน้านี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม นายเจษฎา ยังได้ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นของสื่อยูเออีที่วิเคราะห์ว่า การส่งตัวผู้ต้องหาชาวอังกฤษครั้งนี้ ก็เพื่อจะแลกกับการขอให้ทางการยูเออีดำเนินการจับกุมและส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้กับไทย เป็นการปฏิบัติต่างตอบแทน



