ข่าว

ร้องกกต.ค้านเลือกตั้งแล้ว26เรื่อง

ร้องกกต.ค้านเลือกตั้งแล้ว26เรื่อง

13 มิ.ย. 2554

กกต. เผย ร้องคัดค้านเลือกตั้งแล้ว 26 เรื่อง ระบุ แจ้งเบาะแส 140 เรื่อง ลั่นเร่งสอบ "สดศรี" โต้ ไม่พบเงินหมุนเวียนผิดปกติ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งเข้ามาทั้งหมด 26 เรื่อง และการแจ้งเบาะแส 140 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งการดำเนินการสืบสวนสอบสวน

ส่วนเรื่องที่พรรคการเมืองขนาดเล็ก ไม่พอใจสื่อมวลชน ที่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่นั้น ตามระเบียบของ กกต.ก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า ให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละสถานี จะพิจารณาว่า การนำเสนอผู้สมัครและพรรคการเมืองใด แต่ก็ให้คำนึงถึงหลักความเท่าเทียมและจรรยาบรรณ

ทั้งนี้ ก็ขอให้สื่อฯดูให้ดี หากเห็นว่า พรรคขนาดเล็กพรรคใด มีนโยบายที่ดี ก็อยากให้เปิดโอกาสให้ด้วย แต่เท่าที่ดูโดยภาพรวม ก็เห็นสื่อฯเองก็พยายามนำผู้สมัครของแต่ละพรรค มานำเสนอแบบคละกันไป

อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มาก ๆ เพื่อแสดงให้นักการเมืองเห็นว่า คนทั้งประเทศคิดอย่างไร แต่ขอให้ใช้สติคิดให้รอบคอบว่า เลือกใครแล้วประเทศจะเป็นอย่างไร

“สดศรี” เตือน ปูดเงินหมุนเวียนหมื่นล.เอี่ยวเลือกตั้ง ต้องมีหลักฐานชัด

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการพรรคการเมือง และการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณหมื่นล้านบาทในช่วงของการเลือกตั้งว่า กกต.ได้ประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.แล้ว ซึ่งได้รับการประสานว่า ไม่มีหลักฐานใดในการทุจริตเลือกตั้ง

ทั้งนี้ เธอมองว่า ก่อนที่จะแถลง ควรจะมีหลักฐานก่อน เพราะหากพูดโดยที่ไม่มีหลักฐาน จะทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกมองว่า ไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ดังนั้น สิ่งใดที่เห็นว่า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูล ทุกอย่างจะต้องมีหลักฐานและต้องประสานกับ ธปท.ว่า มีเงินหมุนเวียนในลักษณะนอกระบบ จริงเท็จเพียงใด

เมื่อถามว่า กรณีการสำรวจโพลล์ของหน่วยงานสันติบาลนั้น ทางกกต. ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า เข้าใจว่า คงเป็นการสำรวจโพลล์ในแบบทั่วไป ถ้าเป็นการสำรวจโพลล์ในช่วงนี้ คงห้ามกันไม่ได้ เว้นแต่ถ้าเป็นช่วง 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้

"กกต. ไม่มีอำนาจไปห้ามว่า ไม่ให้หน่วยงานใดจัดทำผลสำรวจ เพราะเป็นเรื่องแต่ละหน่วยงานพิจารณาว่า จะจัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ใด แต่ควรจะมีการประกาศให้ชัดเจนว่า ทำเพื่อเป้าหมายใด โดยเฉพาะหน่วยงานราชการที่จำเป็นต้องประกาศให้ชัดเจน" นางสดศรี กล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้ทางพรรคเล็กออกมาระบุว่า สื่อมวลชนให้ความสำคัญกับพรรคใหญ่เป็นหลัก กรณีดังกล่าวนี้ จะเป็นช่องทางนำไปสู่เรื่องร้องเรียนหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า การให้โอกาสพรรคการเมืองทุกพรรค ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ การนำเสนอต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจสื่อมวลชน ที่จะพิจารณาตามจรรยาบรรณและวิชาชีพ ถ้าพรรคการเมืองเล็ก เห็นว่า มีนโยบายที่จะขายให้ประชาชนทราบได้ว่า มีจุดขายอะไร จะดำเนินงานการเมืองอย่างไร ส่วนเรื่องร้องเรียนจากพรรคเล็ก ๆ เกี่ยวกับเรื่องสื่อมวลชนในขณะนี้ ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด

กกต.มอบนโยบายผอ.กต.จว. ทำหน้าที่เป็นกลาง รักษาความลับ

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดการประชุมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ทุกจังหวัด และ กทม. เพื่อหารือรับฟัง ปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่

นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ขอให้ ผอ.กต.จว.มีความเป็นกลาง รู้จักรักษาความลับ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เร่งรัดและรอบคอบ

เขาย้ำว่า การเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นี้ ต้องยึดมั่นในหลักการนี้ จะวอกแวกและหวั่นไหวไม่ได้ เพราะหากกรรมการทำผิด โทษก็จะหนักกว่าคนอื่น เนื่องจากบอกคนอื่นทำตามกฎหมาย ตนเองก็ต้องทำตามกฎหมายด้วย ถ้าผิดแล้วก็จะแก้ยาก อีกทั้งข่าวลือในขณะนี้ก็มีมาก หากเรามั่นคงในความคิดและการกระทำก็ไม่ต้องหวั่นไหว

นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ผอ.กต.จว. เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ต้องมีความแม่นยำในกฎหมาย ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อย่าใช้ดุลยพินิจของตนเองไปก่อนบทบัญญัติของกฎหมาย

“หากไม่ทำตามขั้นตอน ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะผิดแล้วไม่มีใครสามารถช่วยได้ ต้องมีความเป็นกลางไม่ลำเอียงเข้าข้าง ไม่เชียร์ และไม่สนับสนุนใครเป็นพิเศษ เพราะเราเป็นผู้ดำเนินการ และในส่วนของการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ขอให้ระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งได้" นายวิสุทธิ์ กล่าว

เขาบอกด้วยว่า อย่ากลั่นแกล้งใคร และอย่าให้มีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้น เพราะ กกต. ประสานงานกับหน่วยงานอื่น ทั้งหน่วยงานทางด้านความมั่นคงและหน่วยงานทางปกครอง ซึ่งก็ต้องกำชับหน่วยงานเหล่านั้นด้วย ถ้ามีปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการขอให้ประสานมายัง กกต.กลาง อย่าปล่อยให้คาราคาซัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง และการออกเสียงประชามติ ได้สอบถามปัญหากับ ผอ.กต.จังหวัด โดยได้สอบถาม จ.อุบลราชธานี ถึงการตั้งหน่วยเลือกตั้งกลางที่มีระยะห่างกันเพียง 50 เมตร และถูกวิจารณ์ว่า ใกล้กันเกินหรือไม่ ซึ่งทาง ผอ.กต.จว.อุบลฯได้ชี้แจงว่า ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ห่างกัน 50 เมตรจริง แต่จะมีการกั้นแผง และป้ายประชาสัมพันธ์รอบบริเวณ เนื่องจากสถานที่คับแคบ

ส่วนของจ.บุรีรัมย์ ที่ถูกมองว่า เป็น 1 ใน 10 จังหวัด ที่ถูกจับตามเรื่องความรุนแรงนั้น ผอ.กต.จว.บุรีรัมย์ ชี้แจงว่า เรื่องการเตรียมการเลือกตั้ง ในส่วนของบุคคลกรมีความพร้อมหมดแล้ว ทั้งกรรมการประจำหน่วยก็ไม่มีปัญหา ส่วนการป้องปรามเรื่องเหตุรุนแรงก็ได้มีชุดหาข่าว ชุดป้องปรามฯ ชุดสืบสวนสอบสวนเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว พร้อมทั้งมีการประชุมและลงพื้นที่อยู่แล้วเป็นระยะ

สำหรับเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งนั้น มีเรื่องการเข้าใจผิด และการใส่ร้าย ที่คาดว่า จะเสนอสำนวนให้ กกต.กลางได้ภายในสัปดาห์นี้ ในส่วนเรื่องความรุนแรง ขณะ นี้ยังไม่มี มีเพียงแต่การทำลายป้ายหาเสียงในช่วงแรกเท่านั้น แต่ก็ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เพราะเป็นห่วงว่า จะมีการแข่งขันรุนแรง เนื่องจากเป็นการแข่งขันของสองพรรค ที่อดีตเคยเป็นพรรคเดียวกัน

สำหรับการการหาเสียงของพรรคการเมือง ก็มีการตั้งเวทีปราศรัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคการเมืองใหญ่

ผุ้สื่อข่าวรายงานด้วย่วา ในส่วนของ จ.นครราชสีมา ได้รายงานว่า การหาเสียงและภาพรวม เป็นไปตามปกติ ส่วนเรื่องข่าวเงินสะพัดหมื่นล้านนั้น ยังไม่ได้รับการรายงานจากทางธนาคาร และจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบ

สำหรับข่าวผู้สมัครไปเรียกเก็บบัตรประชาชน และสัญญาว่า หากได้เป็น ส.ส.จะให้เงินนั้น ทางจังหวัดกำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่

นอกจากนี้ เรื่องร้องเรียนนายอำเภอชุมพวง ที่ไม่มีความเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ได้มีการดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้ว พบว่า ไม่มีพยานยืนยัน ตามที่ผู้ร้องเรียนกล่าวอ้าง เพียงแต่เป็นการไปประชุมเชิญชวน ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามปกติเท่านั้น

ด้าน ผอ.กต.จว. เชียงใหม่ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ทางจังหวัดมีความเป็นห่วงในพื้นที่เขตเลือกตั้ง 5 ประกอบด้วย อ.ฝาง อ.แม่อาย และเขต 10 ประกอบด้วย อ.ฮอด และ อ.อมก๋อย ซึ่งไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ อาจจะมีการแข่งขันต่อสู้กันมาก ซึ่งทางกกต.เชียงใหม่ จะต้องดูแลเรื่องการสืบสวนสอบสวน และการป้องปรามหาข่าวเป็นพิเศษ ไม่เหมือนพื้นที่อื่น ที่เป็นพื้นที่เสื้อแดงอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ ยังสับสนหมายเลขผู้สมัครทั้งสองแบบ ที่บางพรรคการเมืองไม่ได้ส่งผู้สมัครครบทั้งสองแบบ ซึ่งเกรงว่า จะทำให้เกิดจำนวนบัตรเสียเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งกระแสเรื่องการแสดงออกเชิงสัญญาลักษณ์ที่มีธงแดงติดอยู่ตามบ้าน ถนน เสาไฟฟ้า และยานพาหนะ ในส่วนของกฎหมายเลือกตั้ง หากไม่มีหมายเลขติดอยู่ก็ไม่เข้าข่ายการหาเสียง แต่อาจผิดเรื่อง พรบ.ความสะอาดฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายบุญเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการ กกต. ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ได้ชี้แจงเพิ่มเติมกับ ผอ.กต.จว.เชียงใหม่ว่า กรณีธงแดง หากติดใกล้กับหน่วยเลือกตั้งเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยที่จะพิจารณาว่า ธงดังกล่าวบ่งบอกถึงการหาเสียงหรือไม่ หากเป็นคุณเป็นโทษให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แม้จะไม่ใช่ป้ายหาเสียง ก็ให้เป็นดุลยพินิจของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งนำเอาออก

ด้าน ผอ.กต.จว.ปัตตานี ได้รายงานว่า ในพื้นที่ไม่มีการตั้งเวทีปราศรัยหาเสียง แต่มีการทำลายป้ายหาเสียง และยิงเอ็ม 79 ซึ่งก็ได้มีการประชุมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อขอกำลังมาดูแลความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณจากกกต.

ทั้งนี้ นางสดศรี ได้กล่าวเสริมว่า ขอร้องผู้ก่อการร้ายว่า อย่าก่อเหตุในช่วงเลือกตั้ง เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคใต้ ขออย่าให้มีปัญหาเกี่ยวกับความร้ายแรง ทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายร่างกายผู้มาใช้สิทธิ์และเจ้าหน้าที่ที่จัดการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการส่งงบฯไปให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากต้องใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารดูแลเป็นพิเศษ

ด้าน ผอ.กต.จว.สตูล ได้หารือถึงการที่ทหารจะขนกำลังพล ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทำได้หรือไม่ ซึ่งนายบุญเกียรติ ได้ชี้แจงว่า การจัดยานพาหนะของหน่วยงานราชการ สามารถดำเนินการได้ แต่จะต้องแจ้งให้ กกต.จว.ทราบก่อน

ส่วน ผอ.กต.จว.กทม. ได้แจ้งว่า ใน 6,506 หน่วยเลือกตั้งของ 33 เขต พบปัญหามากที่สุด คือเรื่องกรรมการประจำหน่วย ที่ กกต.กทม.ได้รับแจ้งว่า ขาดกรรมการประจำหน่วย 20 เขต และมี 3 เขต ขาดกรรมการประจำหน่วย 500-1,000 คน และยังมีอีก 5 เขต ที่ยังขาดกรรมการประจำหน่วย ตั้งแต่ 400 คนขึ้นไป

ในเรื่องดังกล่าว นางสดศรี กล่าวว่า จะระดมคนของ กกต.กลาง ไปช่วยในจุดที่ กกต. กทม.ขาดแคลน แต่หากไม่พอจริง ๆ กกต.ทั้ง 5 คน ก็จะลงไปช่วยด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ นางสดศรีได้กำชับให้ กกต.กทม. เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการเลือกตั้งเมื่อปี 50 ไม่มีปัญหาเรื่องกรรมการประจำหน่วย

จากนั้น นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า เพื่อให้การเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ภายใต้กฎหมายและระเบียบ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการแข่งขันเข้มข้น และรุนแรงกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ทุกครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นกรรมการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัด ต้องยึดตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ถูกร้องล้มการเลือกตั้ง