ข่าว

เวียดนามขอสอบ3สายลับเขมรตร.โยนกต.

เวียดนามขอสอบ3สายลับเขมรตร.โยนกต.

13 มิ.ย. 2554

สถานทูตเวียดนามพยายามส่งหนังสือขอสอบสวนผู้ต้อหาคดีจับสายลับ 3 ชาติ ที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่เรือนจำโยนฝ่ายตำรวจและทหารเป็นผู้ตัดสินใจ ทุกฝ่ายโยนต่อกระทรวงการต่างประเทศ อ้างเกินอำนาจ

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2554  ที่เรือนจำกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ สถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาคดีโจรกรรมข้อมูลด้านความมั่นคง 3 คนคือ นายสุชาติ มูฮำหมัด อายุ 32 ปี เป็นคนไทย, นายอึ้ง กิมไทย ชาวกัมพูชา อายุ 43 ปี และนายเหวียง เติ้กยัง อายุ 37 ปี ชาวเวียดนาม ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนนั้น

 พล.ต.ต.เสริมสุข วีระวงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ควบคุมคดีได้รับการประสานมาจาก พันเอกธนศักดิ์ มิตรพานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่23 บ้านน้ำเย็น อำเภอกันทรลักษ์ ว่า ได้มีเอกสารด่วนทางโทรสารจากประเทศเวียดนาม โดยในหนังสือแจ้งว่า ทางประเทศเวียดนาม จะขอส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ขอเข้าพบผู้ต้องหาที่ถูกจับว่าเป็นสายลับทั้ง 2 ชาติ คือ กัมพูชา กับเวียดนาม เพื่อทำการสอบสวนถึงข้อเท็จจริง และขอความร่วมมือให้ไทยได้อนุญาตด้วย  ตนในฐานะที่เป็นประธานคณะทำงานดำเนินการดำเนินคดีนี้ เห็นว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งของไทยและฝ่ายเวียดนาม จึงได้ตอบปฎิเสธห้ามเยี่ยม ห้ามเข้าพบใดใด 

 พล.ต.ต.เสริมสุข กล่าวว่า แม้คดีนี้จะยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยในจังหวัดศรีสะเกษ แต่กฎหมายก็คงมีให้ศึกษาอยู่ ตำรวจจะได้นำไปเป็นกรณีศึกษา จัดเอกสารรายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งตนตั้งใจที่จะให้เป็นคดีตัวอย่าง ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย โดยเฉพาะในระดับชั้นของเจ้าพนักงานสอบสวน เพราะคดีดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในกฎหมายหลายอย่างที่ต้องเปิดตำราสอบสวน ที่สำคัญที่สุดก็จะได้มีโอกาสศึกษาข้อกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายของประเทศนั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วย

 อย่างไรก็ดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนยืนยันว่า สายลับที่เป็นคนไทย เชื้อสายอิสลาม นายสุชาติ มูฮำหมัด ได้ให้การรับสารภาพ ว่านำพาบุคคลจาก  2 ชาติเข้ามาเพื่อโจรกรรมข้อมูลจริง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอันมาก แต่เมื่อนำตัวบุคคลทั้งสองมา กลับไม่ยอมรับ บอกเพียงว่าจะขอรอกงสุล และล่ามจากประเทศของตนเองเท่านั้น

 นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการแลกตัว นายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ซึ่งขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเปรซอว์ ประเทศกัมพูชา กับสายลับกัมพูชาทั้ง 3 คน ผ่านกระบวนการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ไทย-กัมพูชา ว่า ในทางการเมืองสามารถเป็นไปได้ แต่ไม่อยากนำเรื่องนี้โยงกับเรื่องความสัมพันธ์ในภาพรวม ซึ่งขณะนี้ทางการไทยดำเนินคดีกับสายลับกัมพูชาทั้ง 3 คนอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กำลังรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ ทุกอย่างก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม